Pra-Cha-ya

SF: พระชายา (ภาค๒ ของสงครางนางสนม)

Paring: Yun-Jae
BY: l-o-o-k-p-a-d
Note: ทุกอย่าง สมมุตินะจ๊ะๆ (แต่เพื่อคิดง่ายๆ ฉิงซางก็คล้ายๆเมือง จ. อึนซานก็คล้ายๆเมือง ก. )
Note2: ฟิคแนวพีเรียด นับได้ว่าเป็น ภาค๒ของสงครามนางสนม แต่เนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวโยงกันแต่อย่างใด เอาชื่อมาขายเฉยๆ อิอิ
Note3: ฟิคนี้กะปั่นให้จบ มีไม่กี่ตอน ไม่เกิน 10 ตอนนะจ๊ะ ไม่น่าจะดองนาน เพราะเก๊ามะว่างTT
Note4: แน่นอนเหลือเกินว่า พลอตน้ำเน่า ละครช่องเจ็ด ยุงบินหึ่ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง

 
 
พระชายา 




10 -2





“ค่อยๆเสวยนะพระย่ะค่ะฝ่าบาท” มือขาวใช้ช้อนที่ทำด้วยหยกแท้ตักข้าวต้มร้อนกรุ่น ขึ้นจ่อที่ปากหยัก ใบหน้าสวยอ้าออกนำ ราวสองสัปดาห์แล้วที่พระชายาแสนดีปรนนิบัติดูแลองค์ราชาอย่างไม่บกพร่อง นับแต่ทรงฟื้นคืน ยังความดีใจ ปีติแก่ทุกๆคนแล้ว ทั้งสองพระองค์ก็ไม่เคยจะแยกจากกันนานเกินสองชั่วยาม คำรักที่หาได้เคยเอ่ย ก็กลับเอ่ยอย่างง่ายด่าย เมื่อได้พ้นผ่านขีดของเส้นชีวิตมา




“แจจุง...เจ้า...อย่าร้องไห้”

“ข้า...ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้าร้อง..ไห้”

“ข้า...ข้าเสียใจที่ทำให้ที่ผ่านมา...เจ้าเจ็บปวด”

“ข้า...เสียใจที่ข้า..ไม่อาจปล่อยเจ้าไปอีก...แล้ว..”


“แจจุง....ข้ารักเจ้า”






“เดี๋ยวก่อน เจ้า...เจ้าว่าที่เจ้าต้องกินยาที่หมอหลวงเอามาให้เพราะเจ้าท้อง? ท้องงั้นหรือ” สีหน้าที่เคยซีดเมื่อวันวานสดใสขึ้น และสดใสขึ้นอีกหลายเท่าเมื่อได้ยิน




“พระชายา ยาบำรุงเพคะ” หมอหญิงทูลถาดบรรจุถ้วยยาสีดำ ให้ท่ามกลางสีหน้าสงสัยขององค์ราชาที่ดีขึ้นมากแล้วจ้องมองโดยตลอด

“ขอบใจนะ” เสียงหวานตอบพร้อมยกยาขึ้นดื่ม ใบหน้าสดใสดูเหยเกเล็กน้อยเมื่อได้ลิ้มรสชาติของมัน

“ยาอะไรน่ะแจจุง ข้าเห็นเจ้ากินมาหลายมื้อแล้ว”

“ยา..บำรุงครรรภ์พระย่ะค่ะ ยาบำรุง..ลูกของเรา”





“พระย่ะค่ะ หม่อมฉันท้อง ห้าเดือนเศษแล้ว ทรงถามรอบที่ยี่สิบได้แล้วนะ” พระชายาคนสวยทำเสียงกระเง้ากระงอด แกล้งหันหน้าหนี มือขาวที่ถือถ้วยข้าว ก็วางลงเสีย หันมาลูบหน้าท้องที่นูนชัด


“ฮ่าๆๆ ก็ข้าดีใจนี่ โดนฟันเกือบตาย ฟื้นมาก็ได้ข่าวดี ข้าจะมีลูก!

“ฝ่าบาท...เบาๆก็ได้”

“ได้อย่างไร ลูกของเรา ของข้ากับเจ้าเชียวนะ ข้านี่โง่จริง ฟื้นมาหลายวันก็มัวแต่ดีใจที่ได้มีโอกาสพบเจ้าอีก ได้มีโอกาสบอกรักเจ้า ได้มีโอกาสอยู่เคียงข้างเจ้า จนลืมสังเกตไปว่าเจ้าท้องนูนขนาดนี้ เพียงแต่คิดว่าเจ้าอวบขึ้น น่ากอดมากขึ้นเท่านั้น ข้านี่โง่จริงๆ แต่แจจุง สำหรับคนโง่อย่างข้าก็อยากที่จะบอกเจ้า.. ข้ารักเจ้านะ

“ฝ่าบาท...” ใบหน้าขาวใสซับสีแดงระเรื่อ หน้าแจจุงร้อนผ่าวไปหมดแล้วนะ

“ฮ่าๆ มา ขอข้าจับทักทายลูกของข้าหน่อย” มือหนายืนเข้าลูบหน้าท้องนูน 

“อ๊ะ” / “อ๊ะ” ราวกับเด็กรับรู้สัมผัส

“อะไรน่ะ มันคือ...” /“ลูกดิ้นพระย่ะค่ะ”

“ฮ่าๆๆ ลูกข้าดิ้นแล้ว โอ้ว ดีจริงๆ” องค์ราชาสรวลด้วยความปีติ แต่กับอีกคนที่พบพานแต่กับความเจ็บปวดและผิดหวังมาเสมอ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบคิดมาก แม้ทุกอย่างจะดีขึ้นแล้ว ด้วยเมฆหมอกที่บังตาพระราชาพระองค์นี้หมดไป แต่...ความทรงจำที่มี และอารมณ์แปรปรวนของคนท้องมันก็...


“แล้ว....พระองค์ไม่คิด หรือสงสัยหรือพระย่ะค่ะ ว่า..แจจุง..อาจมีใครอื่น หรือ..ลูกในท้องอาจไม่ใช่ลูกของพระองค์ก็ได้” ใบหน้าใสหมองลงเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อดีตที่พ้นผ่านมันทำให้อดไม่ได้ที่จะหวาดและ..ระแวง

“แจจุง... ข้าขอโทษ.. เรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา มันเป็นเพราะข้า ยุนโฮคนนี้โง่เขลาเอง มันเพราะข้าตามืดบอด ลืมสัญญา หลงมัวเมา และยังทั้งหูเบาขาดการตรึกตรอง แต่บัดนี้ ตาของข้า ใจของข้าสว่างแล้ว ข้ารู้..เจ้ามีแต่ข้า มีแต่เพียงข้าคนเดียวเท่านั้น ข้า..ไม่คิดสงสัยในตัวเจ้าแม้แต่เลย”


“ฝ่าบาท...”

“ขอให้เจ้ามั่นใจในตัวข้า แต่นี้ต่อไป ข้าจะรักเจ้า ดูแลเจ้า และ”



ตากลมโตมองสบเป็นประกาย





“และข้า..ก็จะมีเพียงเจ้าด้วย..เช่นกัน”




......................................................พระชายา..........................................................




บรรยากาศสีสันสดใสเกิดขึ้นอีกครั้ง และดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าคราก่อน เมื่อพระราชาที่ประชวรอยู่เนิ่นนาน บัดนี้หายสนิทดีแล้ว ในที่สุดงานเฉลิมฉลองที่ทุกคนต่างเฝ้าคอยก็มาถึง ทุกทั่วหัวเมืองต่างออกมาเฉลิมฉลองประดับประดาด้วยผ้าและกระดาษสีสันสดใส จวนแม่ทัพใหญ่เองก็เปิดเป็นโรงทานจัดเลี้ยงคนยาก รวมถึงจัดจ้างการแสดงหาดูไม่ง่าย ทั้งยังการแสดงจากอึนซานมาร่ายรำให้ดูตลอดสามวัน ดอกไม้ต้นไม้ก็แย้มบานเขียวชอุ่มรับความสดใสของวาระที่เยี่ยมยอดตลอดเวลาห้าวันที่จัดงาน พระราชวังหลวงเองก็หาได้น้อยหน้า จัดเลี้ยงและต้อนรับเหล่าฑูต และขุนนางทั้งในเมืองต่างเมืองที่เข้ามาร่วมยินดี




ยินดี กับพระราชินีคนใหม่

ที่เชื่อแน่ว่า..จักเป็นคนเดียว และคนสุดท้าย ของรัชกาลนี้





“ถวายพระพร ราชินีแจจุง ของจงทรงพระเจริญ...” เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญ ยินดีปรีดิ์เปรมติดอยู่ที่ใบหน้าของทุกคน บัดนี้ พระชายาแจจุงตัวน้อยๆ ที่เข้าพิธีที่สำคัญและยิ่งใหญ่เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ดูงดงามและสง่ายิ่งในชุดแพรไหมแดงปักหงส์สีทอง ที่พระพันปีลงมือปักให้ด้วยพระองค์เอง

เรือนร่างงดงามที่ย่อรับมงกุฏทองสวยหยดย้อย ประดับประดาฟู่ฟ่าตามตำแหน่งที่ใหญ่ยิ่งนัก ค่อยลุกขึ้นด้วยการโอบประคับประคองของราชาที่มีแต่รอยยิ้มพึงใจ ทรงโอบและประคองให้ยืนเคียงกัน



“ขอพระราชายุนโฮทรงพระเจริญ.. ขอพระราชินีแจจุงทรงพระเจริญ....ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญ...”



เสียงแซ่ซ้องโห่ก้องยินดี ดังขึ้นอีกหลายคำรบ จนแม้องค์ราชาจะประคองราชินีผู้มีครรภ์แก่ลงนั่งแล้ว ก็ยังไม่หยุดที่ได้ยินแว่วในเสียงนั้น มันดูโห่ก้องไปไกลตอบรับกันถึงนอกเวียงวัง



.


.


“ในที่สุด น้องของข้าก็มีความสุขจริงๆแล้วสินะจุนซู” ในมุมหนึ่งของงาน หรือจะว่าตามตำแหน่ง ในด้านหนึ่งของราชวงศ์ แม่ทัพรูปงามยิ้มทั้งนัยตา ชื่นชมยินดีกับความสุขที่น้องชายที่รักของตนกำลังได้รับ ลำบาก... เจ็บปวดมานักแล้ว ในที่สุดก็สุขสมหวังเสียทีและหวังว่ากาลต่อไปเจ้าจะมีแต่ความสุข

“ใช่..ยูชอน แจจุงกำลังมีความสุข มีความสุขมาก และ.. เสด็จพี่ของข้าก็มีความสุขไม่หยิ่งหย่อนไปกว่ากัน”

“อื้ม.. ทรงฉลาดคิดได้เสียที”

“เพราะความรักที่มีให้แจจุงไง ทำให้ทรงฉลาดขึ้น ไอ้ที่ว่าความรักทำให้คนตาบอดน่ะ คงกับ หึ คนผู้นั้นคนเดียว แต่กับแจจุง เมื่อเสด็จพี่ทรงรัก มันก็ลบความโง่และความมืดบอดของดวงตาไปได้ อ๊า... เสด็จพี่ของข้าคิดได้ กลับตัวได้ และมีความสุขจริงๆเสียที แจจุงเองก็ด้วย” ตากลมมองไปที่แจจุงและยุนโฮที่ยิ้มให้กัน บ้างยุนโฮก็จิ้มขนมป้อนคนรักให้แทบไม่มีว่างมือ

“แต่น่าจะทรงคิดได้เช่นนี้นานแล้วนะ ไม่น่านำนังงูพ..”

“ไม่เอาน่ายูชอน เรื่องมันผ่านไปแล้ว และวันนี้วันดีแจจุงมีความสุข ดังนั้นอย่าพูดถึงนังสารเ..” / “นี่จุนซู ห้ามท่านยูชอนแล้วพูดเองเนี่ยนะ”

“ชางมิน!!!”

“ก็ข้าน่ะสิ ทำหูตาโตไปได้ ฮ้า... เห็นคนที่ข้ารักมีความสุข มีคู่กันทุกคนแล้วอิจฉาเสียจริง”

“เจ้าก็หาเสียสักคนสิองค์ชาย” ตาคมของแม่ทัพเหล่มององค์ชายแสนฉลาด ทำไมต้องมาแทรกขัดตอนนี้นะ ที่ตัวเอง ตำแหน่งองค์เองก็มี เฮ้อ..

“ถ้ามันหาได้ง่ายๆก็ดีสิท่านยูชอน แต่ว่านะ เสด็จพี่ข้าแสนใจร้อนจริง แต่งตั้งแจจุงเสียตอนใกล้คลอด จะรอให้คลอดก่อนก็ไม่ได้”ตาคมทอดมองสองพระองค์ที่แสนสง่างามโดดเด่น ที่ใบหน้าหวานๆขาวๆยิ้มตอบรับพระพักตร์คมๆที่ทอดมอง และสบตากันและกัน

“ใช่ๆ แจจุงของข้าเลยสวยไม่สะใจเลย ท้องโย้เชียว” จุนซูหันไปพยักเพยิดกับชางมิน ดูสิ ชุดเลยไม่รัดให้เห็นเอวคอดๆ สุดยอดความงามนั่นเลย 

“จุนซู.... แต่เจ้าไม่คิดเหมือนข้าหรือ ว่าจะอย่างไร น้องของข้าก็งามหาใครเปรียบน่ะ” เสียงทุ้มเย็นของคนรักน้องยิ่งกว่าชีพตนเอ่ยเรียบๆ เล่นเอาภริยาแม่ทัพถึงกับหน้าซีด แจจุงของพี่เจ้า..ถึงจะท้องโย้ก็งดงามเลอค่ายิ่งนัก “ก็..ก็... หูย อย่างไร อย่างไรแจจุงก็งาม ยูชอนก็...จะท้องโย้ยังไงก็งาม”

ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกับคำตอบของชายา พลางเคลื่อนกายซ้อนทับ แขนแกร่งสอดกอดเอวคอด ตามด้วยใบหน้าคมเกยที่ลาดไหล่ ปากหยักอิ่มสวยเอ่ยเบาที่ริมใบหูเล็ก “ว่าแต่เจ้าเอง..ไม่อยากท้องแบบจุนซูบ้างหรือ บัดนี้ ข้าพักร้อนร่วมสามเดือน ข้าว่าเรา..” / “อ๊ะ หยุดก่อน แจจุงเป็นอะไรน่ะ!” 


แต่แทนที่ใบหน้าขาวใสน่ารักจะแปรเปลี่ยนเป็นสีตำลึงสุกอย่างที่ควร นิ้วขาวขององค์ชายร่างเล็กชี้ไปที่พระราชินีแสนงามผุดผาดพระองค์ใหม่ ที่ดูซีดเซียวและเหยเก





“ฝ่า..ฝ่าบาท...”

“แจจุง! แจจุงเจ้า... หมอหลวง!!!!!!”





......................................................พระชายา..........................................................




อีกครั้งในรอบหลายเดือนพ้นผ่าน ตำหนักใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน แสงไฟจากเปลวเทียนมากมายลุกโชติช่วง หมอหลวงวิ่งเข้า และวิ่งออก นางกำนัลผู้ช่วยฤาก็วิ่งวุ่นถืออ่างทองบรรจุน้ำอุ่น โดยมีร่างที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่เป็นศูนย์กลางแลยังมีอีกคนนั่งจับมือเคียงข้าง หากแต่สับเปลี่ยนก็แต่ ร่างที่นอนอยู่นั้นหาใช่องค์ราชาแห่งแคว้น และคนที่นั่งข้างเคียงเป็นพระชายา ราชินีโฉมงามไม่ มัน...กลับกัน



ก็... ใครใช้ให้พระโอรส หรือพระธิดา อยากจะลืมพระเนตรมาดูโลกสวยๆในวันนี้เล่า ยังมอครบเก้าเดือนดีแท้ๆ



ความเจ็บปวดรวดร้าวทรมาน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ปากอิ่มพยายามสกัดกลั้นเสียงโอดโอยเพราะความทรมาน และปะปนกับความหวาดกลัวด้วยการกัดฟันซี่ขาวเป็นระเบียบกับริมฝีปากล่าง ดูน่าเวทนายิ่งนัก แต่มือที่ได้รับการกอบกุมโดยคนที่เคียงข้างก็ทำให้ความทรมาน ความหวาดกลัว คล้ายจะ..หายไป


.
“แจจุง...แจจุงเจ้าไหวหรือไม่”

“ฝ่าบาท...โปรดเสด็จรอข้างนอกเถอะพระย่ะค่ะ” อีกคำรบแล้ว ที่หมอหลวงทูลขอร้อง

“ไม่! เราจะอยู่เคียงข้างแจจุง เจ้ารีบทำหน้าที่ของเจ้า เห็นหรือไม่ แจจุงเจ็บมากเพียงไหนแล้ว!!” เสียงทุ้มสั่งเข้ม ดวงตาคมวาวโรจน์ ทั้งเป็นห่วงคนรัก กับทั้งโมโหหมอหลวงที่ดูชักช้า เงอะงะเหลือเกิน

“แต่ฝ่าบาท...” หมอหลวงดูละล้าละลัง มีที่ไหนกันเล่า ตราบเท่าชีวิตที่ผ่านมา ผู้สามีจะอยู่ในห้องคลอดเช่นนี้

“ข้าสั่งให้เจ้ารีบรักษาแจจุง!”

“แต่..แต่ว่า”

“เจ้าอยากตายหรือไร!!”

“เอ่อ.. งั้น..งั้นก็ได้พระย่ะค่ะ งั้นเอ่อ.. หม่อมฉันเริ่มเลยนะพระย่ะค่ะ”

“เออสิ! จะชักช้าอยู่ทำไมเล่า”

“งั้น... งั้นเริ่มเลยพระย่ะค่ะ เดี๋ยวนี้เลย” และแล้วหน้าท้องขาวนูนของราชินีแสนงามก็ถูกใบมีดคมจากหมอหลวงชราที่ลอบสูดหายใจให้เต็มปอด กรีดลง... 




“ไม่เป็นไรนะแจจุง..ไม่นาน เราก็จะเห็นหน้าของลูกแล้ว”




.


.




“นี่ชางมิน..ข้าล่ะหมั่นไส้เสด็จพี่จัง ตอนนั้นรึก็ผลักไสเชียว ดูตอนนี้สิ หึหึ ขนาดหมอไล่ก็ยังไม่ออกมา”

“นั่นสิ ข้าล่ะเป็นห่วงแจจุง หมอหลวงลงมีดไม่รู้มือสั่นเพียงไหน เสด็จพี่จ้องเขม็งถึงเพียงนั้น” องค์ชายทั้งสองซุบซิบกันภายนอก หรือที่จริงก็ภายในตำหนักใหญ่นั่นแหละ หากแต่มีม่านผ้าสอดเส้นทองกางกั้น

“หรือข้าจะไปลากฝ่าบาทมาดี เป็นเช่นนี้ข้าเป็นห่วงแจจุง” แม่ทัพหนุ่มที่มุ่งอยู่ในกลุ่มไม่ต่างกัน ทำท่าจะเข้าไป

“อย่าน่ายูชอน ข้าว่า...ถึงหมอหลวงจะทำงานลำบากไปหน่อย แต่แจจุงคงจะมีความสุขนะ ที่มีเสด็จพี่อยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจตลอดเช่นนี้”

“ก็จริงนะ งั้นรออีกหน่อยก็ได้” เสียงทุ้มพูดตัดใจ ได้แต่ส่งสายตาลอบมองผ่านม่านบาง มินานเมื่อเวลาเคลื่อนผ่านไม่ถึงครึ่งชั่วยาม..



.



“อุแว๊!!!”



.




“เอ๊ะ นั่นเสียง?” “เสียงอะไรน่ะ” “ยูชอนนั่น!?”


.



“ลูกของข้า..ลูกของเรา..ลูกของเราเป็นผู้ชาย แจจุง..ขอบคุณเจ้า ขอบคุณเจ้าเหลือเกิน”




......................................................พระชายา..........................................................





ปีกว่าผ่านไป...


ร่างอวบขาวในชุดสีแดงคลิปทองเดินเตาะแตะไปทั่ว โดยมีพระพี่เลี้ยงนับสิบคอยยืนป้อง ยืนประคองกันทุกทิศทาง นาอึนที่รับหน้าที่พระพี่เลี้ยงยิ้มหวานให้องค์ชายตัวน้อยพร้อมยกของเล่นขึ้นสั่นกรุ๊งกริ๊ง เรียกรอยยิ้มและหัวเราะ ปรบมือชอบใจให้องค์ชายพระองค์น้อยได้อย่างดี



“จุนโฮของเราน่ารักเหลือเกินนะยุนโฮ” ร่างแบบบาง สวยน่ารักหันไปพูดด้วยรอยยิ้มกับผู้ที่เป็นสวามีที่รักของตน “ดูสิ เดินเก่งเชียว ซนเสียด้วย”

“นั่นสิ น่ารักน่าชัง จนข้าชักจะโมโห ที่ใครๆเอาแต่ตามใจจนจะเสียเด็ก”

“ยุนโฮ... ท่านพี่ยูชอน จุนซู กับชางมินแค่รักลูกของเรามากเท่านั้น” ปากอิ่มยกยิ้มและยังหัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ทำท่าจะล้มลง แต่ก็ลุกขึ้นได้เอง และมือน้อยๆนั่นก็ปรบมือให้ตัวเองเสียด้วย

“เจ้าก็เป็นเสียอย่างนี้ ตามใจลูกเป็นที่สุด ข้าว่าถ้าลูกเสียเด็กก็คงเป็นเพราะเจ้าเป็นตัวการใหญ่”

“พูดอย่างกับพระองค์ไม่ตามใจ ลูกอยากได้อะไร ไม่เห็นทรงเคยปฏิเสธ”

“ฮ่าๆ ก็ข้ารักลูกนี่ เอ๊ะ พูดถึงรัก วันนี้ข้าบอกรักเจ้าหรือยังนะ?” หน้าคมทำสีหน้าล้อเล่น ดวงตาดุจเหยี่ยวดูกรุ่มกริ่มมีความสุขเมื่อได้หยอกล้อ คนหน้าหวานผู้เป็นที่รักให้แดงก่ำ

“ก็..ก็บอกแล้วนี่ ตอนที่หม่อมฉันตื่น” คงเป็นโชคร้ายของเนื้อผ้า ที่ถูกมือขาวจับบี้ ดึง ทึ้ง ขย้ำ จนยับย่น

“อ๋อ...ตอนที่ข้า ‘จูบ’ ปลุกเจ้าน่ะหรือ”

“ยุนโฮ!!” ใบหน้าหวานเลิ่กลั่ก หันซ้ายทีขวาที ได้ยินกันหมดแน่ๆเลย ตรัสเสียดังเชียว ไม่งั้นนางกำนัลไม่แอบขำกันหรอก 



“ข้ารักเจ้านะ”

“???”



“อยากบอกอีกนี่นา ข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้า รักเจ้าไม่มีเบื่อ"

"ฮิฮิ ยุนโฮอ่า..." 

"ก็ทำไมล่ะ ข้ารักเจ้านี่..และ... ที่เจ้าว่าข้าตามใจลูกมากไป มัน..จริงๆหรือ และที่ชางมิน จุนซู ยูชอน ตามใจลูกเราเพราะรักเหลือเกินนี่มันไม่ค่อยดี ลูกเราจะเสียเด็กจริงๆหรือ”

“อืม.. ใช่พระย่ะค่ะ แจจุงกลัวลูกจะเสียเด็ก” ก็เล่นแข่งกันตามใจ แทบไม่ทันได้เห็นว่าจุนโฮอยากได้อะไรด้วยซ้ำ ของสิ่งนั้นก็มีมาเกยแทบเท้าเล็กๆนั่นเสียแล้ว

“งั้น” พระองค์แกล้งมองท้องฟ้าสีฟ้าสดใส “เรามาหาตัวช่วยจุนโฮดีหรือไม่”

“เอ๋?”

“จุนโฮน่ะ ถ้ามีน้องสาวสักคนก็คงดีไม่น้อย เจ้าว่าหรือไม่แจจุง?”

“ก็...ก็ดีพระย่ะค่ะ แต่...แต่...มัน..” หน้าใสผะผ่าวร้อนจนขึ้นสีระเรื่อ นี่จะทรงตรัส ทรงหมายว่าอย่างใดกัน!

“ข้าว่า...ที่เจ้าอนุญาตให้ข้า ‘กอด’ เจ้าสัปดาห์ละ 3 วัน ข้าว่า..มันน่าจะน้อยไปนะ ป่านนี้แล้วจุนโฮก็ไม่เห็นวี่แววจะมีน้องเสียที” เนตรคมแกล้งมองที่หน้าท้องแบนราบของคนตรงหน้า

“ก็...ก็...”

“ข้าว่า..เพื่อจุนโฮจะมีน้อง เราน่าจะ ‘กอด’ กันทุกวันจะดีกว่านะ เริ่มคืนนี้เลยดีกว่า ดีหรือไม่แจจุง”

“เห?”






“เอ๊ะ ไม่ดีสิ ข้าว่าเริ่ม ‘ตอนนี้’ เลยดีกว่า”

“ยุนโฮ!”




แล้วร่างขาวๆก็ ก็ถูกอุ้มขึ้น ท่ามกลางสายตาโตๆของเหล่านางกำนัลและมหาดเล็ก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงก้มงุดๆที่หน้าอกกว้าง มือขาวทุบๆเอาที่หลังและอกแกร่ง แต่ก็ถูกทำโทษด้วยการที่แก้มใสๆนั่นถูกกดแรงๆด้วยจมูกโด่ง ที่ลอบเอาความหอมไปเสียฟอดใหญ่ ก่อนที่ขายาวๆจะก้าวออกไปสู่ตำหนักที่ไม่ไกลอุทยาน


เอาเข้าไปสิ ตอนก่อนหน้าจะโหด จะร้าย ก็โหด ก็ร้ายเอา บทพอรัก จะหวาน จะกอด ก็หวานเอา กอดเอา บ้าที่สุดเลย!!!




.



.




“ไหนๆ เด็จพ่อ เด็จแม่ ไหนๆ ไปไหน” จุนโฮ องค์ชายน้อยร้องตาม ปากอิ่มแดงพูดไม่ชัดส่งเสียงถามพี่เลี้ยง มือขาวที่เพิ่งตบเปาะแปะ ชี้ไปที่ร่างของบิดามารดาที่กำลังหายลับไปกับตำหนักใหญ่เรียบร้อยแล้ว

“คิกคิก เสด็จพ่อเสด็จแม่ขององค์ชายไปทำภารกิจ หาน้องให้องค์ชายเพคะ”

“โน๊ง โน๊ง”

“เพคะ อีกไม่นานองค์ชายจะมีน้องเพคะ ชอบหรือไม่เพคะ”

“ชอบๆ จุนจุนชอบ”

“เพคะ อีกไม่นานหรอกเพคะ หม่อมฉันมั่นใจ พระองค์ต้องมีน้องแน่ๆ”






ก็ทรงรักกันขนาดนี้นี่นะ

แต่ก็...กว่าจะได้รับ จะสมหวัง จะเข้าใจ

ก็ลุ้นแทบแย่ ก็ลุ้นเสียตัวโก่ง จริงหรือไม่







“ไม่รู้ว่า...ป่านนี้ในพระตำหนักจะเป็นเช่นใดบ้างนะคะคุณนมนาอึน”

“ถามได้...ก็คงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักน่ะสิ”





.


.






“อื้อ..ไม่เอายุนโฮ ยังสว่าง กลางวันอยู่เลย อ๊ะ นะ”

“เจ้า อืม..ไม่อยากมีน้อง ให้จุนโฮหรือไง”

“แต่..อะ ตรงนั้น มัน..มันเพิ่งเมื่อคืนเองนะ”

“ก็...ข้ารัก..เจ้า จนทนไม่ไหวนี่นา..หรือเจ้าไม่รักข้า..”

“ยุนโฮ..แจจุงก็..รักท่าน”





.


.


.



“ข้ามาขอเข้าเฝ้าองค์ราชินี” เสียงแหบใสดังขึ้น

“เอ่อ..คิดว่าไม่ได้พระย่ะค่ะองค์ชาย”

“ทำไมล่ะ ไม่ทรงอยู่หรืออย่างไร” ตากลมมองไปซ้ายทีขวาที

“อยู่พระย่ะค่ะองค์ชาย แต่เอ่อ.. ทรงอยู่กับฝ่าบาท”



“ดีสิ อยู่กับเสด็จพี่ข้าจะได้เข้าเฝ้าเสด็จพี่ด้วย”



“แต่ว่า..เอ่อ แต่ว่า”






“อื้ม อ๊ะ ข้ารักเจ้า”

“อ๊ะ ยุนโฮ ยุนโฮ”





.

เสียงที่แว่วมาเบาๆเล่นเอาผู้มาเยือนหน้าแดง "อ๋า~"


“เอ่อ.. องค์ชายจะเข้าเฝ้าอยู่อีกหรือไม่พระย่ะค่ะ” มหาดเล็กถามเบาๆ


“ไม่แล้ว!! ฮึ้ย หมั่นไส้เสียจริง บทจะรักก็รักเหลือเกิน อย่านะ อย่าให้ข้ารื้อฟื้นอดีตเมื่อก่อนนะ เชอะ ไม่เอา ไม่รัก ไม่ชอบแจจุง ตอนนี้เหรอ ไม่มีห่าง เสด็จพี่นะเสด็จพี่ ข้าไปหาจุนโฮก็ได้ เชอะ!!”









"เชิญ 'รัก' กันให้สะใจไปเลย!!!"






จบเหอะ!! The end!




......................................................พระชายา..........................................................




‘ส่งท้าย’... เบื้องหลังบานประตู...





“ไม่เอาน่ายุนโฮ ยัง..สว่างอยู่เลยนะ” แม้จะร้องห้าม แต่เสื้อสวยก็ถูกถอดออกไปแล้ว เผยให้เห็นท่อนบนที่ขาวเนียนละเอียด แต่ก็..มีรอยจ้ำรักบางๆ ที่เป็นผลงานของเมื่อคืน


“เจ้าไม่อยากหาน้องให้จุนโฮหน่อยหรือแจจุง” สุรเสียงเบาคลอเคลียที่ใบหูขาว ก่อนแกล้งงับเอาที่ติ่งหู แล้วจมูกซุกซนก็ไล้วน สูกดมความหอมเรื่อยลงไป มือหนาก็ลูบไล้หมุนวนที่ยอดชมพูทั้งสองแล้วเลื่อนลูบลงที่ท้องน้อย ก่อนแกล้งกระตุกเชือกผูกกางเกงผ้าของคนใต้ล่างแล้วออกแรงเลื่อนมันให้หลุดลงไป

“อื้อ..แต่..แต่ว่า” เสียงหวานชักห้ามได้ไม่เป็นภาษา เมื่อมือหยาบหนาแกล้งซุกซนลูบไล้ปลุกของสงวน

“แต่ว่า..อะไรหรือ” แผ่นหลังบางอยู่ยกขึ้นด้วยมือเดียวที่สอดลูบแผ่นหลังเนียนบาง ยกร่างขาวๆให้รับจูบแสนอ่อนโยน แต่ก็เร่งเร้านำพา ดูดเคล้นความหวานทุกซอกมุม ลิ้มรสกันและกันไม่รู้เบื่อ ไม่รู้ตัว แม้ท่อนขาเรียวขาวถูกแรงให้แยกออกจากกัน และกางเกงตัวสวยก็เลื่อนหลุดจากข้อเท้าไป

“เจ้าแสนดีเหลือเกินแจจุง... ข้า ไม่รู้จะขอบคุณเจ้ายังไง” ถ้อยคำหวานหูเปล่งขึ้น ระหว่างปล่อยให้ร่างบางๆ หอบหายใจหลังถูกประกบจูบอยู่นาน จนคิดว่าน่าจะเพียงพอก็ไม่รีรอที่จะฉกชิงความหวานล้ำนั้นใหม่ และ.. ระหว่างนั้น นิ้วเรียวยาวก็แทรกสอดเข้าไป...




“อ๊ะ อื้อ”



ทั้งเป็นจังหวะ ทั้งหมุนวน เร่งเร้า แต่อ่อนโยน..



มันเป็นความสุขแปลกๆที่ไม่เคยจะชินเสียที มันเหมือนจะเต็ม แต่มันก็ไม่เต็ม ความรัก ความอบอุ่นลอยวนอยู่ในอากาศ กอดก่าย ลูบไล้ จูบหวาน ปลุกปั่น 



จน ในที่สุด... สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นก็สอดเข้ามา..




“อื้อ ยุน.. ยุนโฮ”


“อา...แจจุง”





แทรกสอด-ตอบรับ...


ลูบไล้-สูดดม... 


ป่ะป่าย-เคล้นคลึง...




“อ่ะ อ่ะ”

“อืม...อา..”

“อื้ม อ๊ะ ข้ารักเจ้า”

“อ๊ะ ยุนโฮ ยุนโฮ”

“อ่ะ อ๊า....”

“อา...แจจุง...”




อารมณ์สุขตะกายสูงโต่งจนแตกฟุ้งล่องลอย ร่างกายกอดกันแตะสุขล้นแนบแน่น ความรักเบียดแนบอยู่ชิดใกล้ไม่ห่าง สายธารอุ่นรินไหลโอบอุ้มด้วยขุนเขา...


เตียงแข็งแรงหยุดไหวเอนชั่วครู่ ทุกอย่างดูนิ่งเงียบมีเพียงเสียงหอบเหนื่อยที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาปีนป่ายถึงความสุข แต่แล้วไม่นานแผ่นหยกสลักดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ตอนนี้แขวนคู่กันประดับไว้ที่หัวเตียงนั้น บัดนี้ เริ่มหมุนแกว่งไกว ‘คู่กัน’ อีกครั้ง เมื่อกายของทั้งคู่เริ่มขยับจับ...จังหวะ อีกครา...




“ที่ผ่านมาข้าทำผิดต่อเจ้ามากนักแจจุง ทว่า...ข้าจะใช้ทั้งชีวิตนี้ของข้า ชดใช้แก่เจ้า แจจุง...ข้ารักเจ้า พระชายาของข้า ราชินีของข้า ยอดรัก...ของข้า”





......................................................พระชายา....The end......................................................




สวัสดีค่ะทุกคน และแล้วพระชายา ฟิคที่แต่งขึ้นเพื่อเซ่นบอร์ดเล็กๆ ส่วนตัวบอร์ดหนึ่งก็จบลงแบบแฮปปี้ สุขล้นนะคะ ตอนจบนี้อาจจะรวดเร็วฉับไวและดูอึนๆ ไม่ถูกใจ สะใจใครไปบ้าง ลูกปัด..ก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม สำหรับการติดตามของทุกๆคนที่มีมาโดยตลอด ลูกปัดก็อยากจะบอกว่า ขอบคุณมากๆ มากจริงๆ ที่สนใจและติดตาม รวมถึงให้กำลังใจพระชายามากถึงขนาดนี้ ทุกครั้งที่ลง จะมีคำชม ตำหนิ คำถาม กำลังใจ ทุกๆอย่างมาให้เสมอ และมีบ้างที่จะ PM ตอบให้ หรือยกมาตอบช่วงทอร์ค แต่อยากจะบอกว่า ลูกปัดอ่านอย่างละเอียดทุกๆข้อความค่ะ มีความสุขมากๆทุกๆครั้งที่ได้อ่าน แต่...ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกรานะคะ และตอนนี้ก็ถึงคราวของพระชายาที่จะต้องจบลงบ้างแล้ว ก็ขอให้ทุกคนช่วยเก็บความทรงจำเล็กๆนี้ไว้ว่า ได้เคยมีโอกาสอ่านฟิคน้ำเน่าๆ พล็อตง่ายๆ แต่มันลงได้แทบทุกวันอย่างกับละครหลังข่าวอย่างนี้ไว้บ้างนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ แล้วเจอกับฟิคแนวนี้ในภาคที่ 3 ได้ใหม่ เมื่อพลอตมาและมีเวลาว่างนะคะ ขอบคุณค่ะ
ปล. ช่วงน้ำท่วมนี้ กรุณาดูแลตัวเองด้วยค่ะ และขอบคุณ ปุ๊ก angelliz มากๆ ที่สละเวลามาลงฟิคตอนนี้ให้ทุกๆคนได้อ่านนะคะ