[SF] สิบตรียอดรัก

posted on 04 Oct 2015 20:42 by lookpadlittle in Sib-Tree directory Fiction

สิบตรียอดรัก


Paring : YunJae + YooSu Min
By : l-o-o-k-p-a-d


**ฟิคเรื่องนี้อิงมาจากเรื่องผู้กองยอดรัก และขอยึดแนวทางการเกณฑ์ทหารแบบไทยนะคะ
*** ไม่ได้แต่งฟิคมานานชาติสนิมเครอะ ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยค่ะ

 

 

 

 

“ใบดำ!”

 

“เย้!!!” เสียงกลอง นกหวีดระงมจากญาติๆ ดังสนั่นจนหนวกหู เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารประกาศผลการจับ “ใบดำ ใบแดง” ของลูกหลานตนแล้วผลออกมาเป็นใบดำ

“คนต่อไป ชอง ยุนโฮ” ชายหนุ่มสูงโปรงในชุดเสื้อสีขาวยับกับกางเกงลายพรางสีม่นค่อยๆลุกขึ้นจากแถวที่นั่ง

มือกร้านควานกล่องอลูมิเนียมที่จ่าทหารยกขึ้นสูงสุดหัว ดำ เถอะวะ ดำ ดำ ดำ....

กลั้นหายใจสามอึดยกฉลากขึ้น ดำ ดำ ดำ....

 


ดำ ดำ ดำ.. ด๊ามมม

 

 

 

“แดง!!!!!!”

 

.
.
.

 

 

“ทุกคน ผมพันโทยูชอน ยินดีตอนรับทุกๆคนเข้าสู่กรมดงบัง ขอให้ทุกคนรู้ไว้ ทหารมีหน้าที่ปกป้องชาติ ปกป้องประชาชน ทหารต้องเสียสละ อดทน อดกลั้น ผมขอให้ทุกคนตั้งใจในการฝึก เวลา 2 ปี จะหล่อหลอมให้ทุกๆคนมีความแข็งแกร่ง และมีวินัย และมีความรักต่อเพื่อนพ้อง.....”


วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ผม.. พลทหารยุนโฮ พลทหารหนุ่มหล่อ ใช่...ผมมันคนมั่นใจในตัวเองอ่ะนะเข้ามาทำหน้าที่ลูกผู้ชายตัวจริงเป็นวันแรก หลังจาก..หลังจากที่นอนร้องไห้เพราะต้องมารับใช้ชาติเนี่ยแหละ ฮือออ ผมต้องห่างหุ่นยนกันดั้มของผมเลยนะ

แล้วดูนี่สิ อากาศก็ร้อน ท่านนายพันหน้าผากกว้างยังกับสนามฟุตบอลก็ยังใช้ปากห้อยๆของท่านพูดให้โอวาทผมไม่หยุด โอ.. ผิวผมจะเสียมั้ยอ่ะ


มองไปข้างๆตัว เพื่อนผลทหารรุ่นเดียวกันก็ไม่เห็นมีใครน่าคบสักคน เพราะหน้าตามันคนละระดับกับผมกันทั้งนั้น แม้แต่ไอ้คนสุงโย่งๆนั่น เห็นว่าชื่อ ชางๆอะไรเนี่ยก็เทียบผมไม่ติด เอ๊ะ ผมบอกหรือยัง นี่ผมชายงามจากตำบลกวางจูเลยนะ ผมเนี่ยกวาดรางวัลมาสามปีซ้อนอ่ะขอบอก

 


“ว๊าวว” “อู้ววว” “โหวววว”


เสียงรอบข้างผมดังกันเซ็งแซ่ ถึงใครไม่ร้องก็มีพ่นลมหายใจแรงๆออกมาล่ะวะ ผมถึงกับต้องเงยหน้าหล่อๆที่ก้มหนีแดดอยู่เมื่อกี้ขึ้นมาเลยทีเดียว

 

“เอาล่ะ ต่อไปผมขอแนะนำครูฝึกของพวกเธอทุกคน หมู่คิม แจจุง”


โอ้โห... นางฟ้า.. นางฟ้าชัดๆ นี่ทหารจริงเหรอ แดดร้อนๆอย่างงี้ตัวยังข๊าวขาว ปากกระจุ๋มกระจิ๋มแดงแป๊ด แล้วตากลมๆ โตๆ นั่นอีก โอ้โห.. นางฟ้า อย่างงี้มันก็ต้องผมอ่ะครับถึงจะเหมาะสม ยุนโฮรูปงามแห่งกวางจู ไอ้พวกเป่าปากปู๊ดๆ ป๊าดๆ ในแถวผมนี้อย่าได้คิดเลย

 

จุดนี้ผมยืดอกบอกเลย ผ้ม! ชองยุนโฮ จะรวบหมู่คิมแจจุงมาอยู่ในอ้อมอกให้ได้ภายใน 2 ปี!!!

 


.
.
.

 

“ซ้ายหัน แถวตรง วิ่งรอบกรม 5 รอบปฏิบัติ!!!”

นรกแตก.. กรมเรามันถนนรอบวงกี่กิโลวะ เจ๊หมู่หน้าสวย เจ๊หมู่นี่ชื่อฉายาน่ารักๆของหมู่คิมแจจุง ครูฝึกกองผมเองแหละ เจ๊แกสั่งให้วิ่งรอบ 5 รอบ ถึงจะสวยแต่ผมก็ไม่ไหวนะครับ 2 ปีที่ว่า หัวใจผมเริ่มหลวมใกล้จะถอดล่ะ คือถ้าเจ๊หมู่แกมาวิ่งไปกับผมพร้อมส่งเสียงหวานๆ ร้องเพลงประจำกรมปลุกใจกับพวกผมด้วยผมจะไม่ว่าเลย เพราะตัวแกห๊อมหอม ดมที่ไรใจสั่นกระชุ่มกระชวยให้วิ่ง 10 รอบผมก็ไหวอ่ะถ้ามีแบบนั้น นี่ไม่สิ เจ๊หมู่คิมแกขี่จักรยานสีชมพูมือข้างนึงจับแฮนด์อีกข้างถือไอติมกินไปถีบจักรยานไป สบายไปมั้ยเจ๊!!


อย่าให้ได้เป็นแฟนนะ ป๋าจะเอาคืน จัดให้คืนละ 5 รอบอย่างต่ำเลย หึหึ

.

.

.

 

“วันนี้ชั้นมีเรื่องจะแจ้ง บ้านผู้พันยูชอนทหารรับใช้จบการฝึกไปหนึ่งคน เบื้องบนจึงมีคำสั่งลงให้มาหาทหารคนสนิทคนใหม่ไปให้ท่านผู้พัน ดังนั้น ในกองนี้มีใครสนใจรับใช้บ้านผู้พันมั้ย ขออาสาสมัคร 1 คน”

หลังจากปล่อยให้พวกผมวิ่งกันจนหอบแฮ่ก หมู่คนสวยก็ให้พวกผมยืน(ตามระเบียบ)พักกันพร้อมฟังปาฐกถาขออาสาสมัครไปเป็นทหารคนสนิทของผู้พันยูชอน ทว่า...

 


เงียบกริ๊บ! กริ๊บจริงๆนะ กริบสนิท

 


ตากลมๆสวยๆกวาดมองทุกๆคนในกองผม แน่ล่ะคนสูงยังกับเสาไฟฟ้าโดดเด้งอย่างไอ้ชางมินที่ยืนอยู่หน้าผมโดนจ้องอยู่พักนึง ผมจำชื่อมันได้หลังจากต้องนอนขลุกและอาบน้ำร่วมกับมันมาหลายคืน ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ไอ้นี่กินจุจนผมเคือง ผมหันไปทางอื่นไม่ได้เวลากินข้าว เพราะมันจ้องแย่งไข่ต้มผมประจำ ผมล่ะอยากให้เจ๊เลือกมันไปโดยไม่ต้องหาอาสาสมัครจริงๆ อยากจะรู้มันจะเป็นยังไง เพราะข่าวว่าคุณนายจุนซู คุณนายของผู้พันงกแบบมหาสมุทรเรียกทวด

“ไม่มีใครสนใจอยากอาสาเลยเหรอ” เสียงหวานๆเริ่มอ่อยลงผกผันตามแดดที่ร้อนแรงขึ้น นี่ผมสงสัยจริงๆนะ ใครดันเจ๊แกมาฝึกทหารใหม่วะ

ตาสวยๆเปล่งประกายประสานกับตาผม ทันทีที่ผมเอียงตัวเท่ห์ๆมองไปทางเจ๊ ประกายตาวิ้งๆที่สบประสานทำหัวใจผมเต้นระรัว ปากอิ่มๆฉ่ำวาบเล่นเอาผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วไม่ทันคาดคิด ปากของผมก็หลุดไปว่า

 

“ผมครับ”

ตรงนั้น ผมคิดได้อย่างเดียวว่า... ซวยแล้วตู..

 

 

 


.
.

“หน้าที่ของนายไม่มาก งานที่บ้านเราสบายๆ ก็แค่.. กวาดบ้าน ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ ล้างรถ ซักผ้า ตัดหญ้า กวาดใบไม้ กวาดหยากไย่ อาบน้ำหมา แล้วก็ช่วยชั้นทำกับข้าว”


เสียงแจ้วๆของคุณนายจุนซูร่ายยาวทันทีที่ผมนั่งแหมะอยู่กับพื้น เรียกว่าแทบจะทันที่ทีผมถูกจ่าส่งตัวมาบ้านผู้พันนั่นแหละ

“ชั้นจะบอกวิธีการทำงานให้นายฟังง่ายๆ นะยุนโฮ” คุณนายไขว่ห้างบนโซฟามือขาวๆลูบหัวน้องหมาพันธุ์อะไรสักอย่าง เห็นว่าชื่อเซียกิ “ทุกงานที่นายทำ ก็ทำตามสบายนั่นแหละ แต่พวกงานที่มีน้ำมาเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำหมา ซักผ้า ถูบ้าน หรือจะล้างรถด้วยก็ดีน่ะนะ น้ำที่เหลือให้เอาไปรดน้ำต้นไม้ เข้าใจมั้ย”


“ครับ”

 

.
.
.

 

ชีวิตผมดูเปล่าเปลี่ยวเหงาหงอยและโคตรจะห่อเหี่ยวหัวใจ ถึงผมไม่ต้องวิ่งต้องตากแดด แต่งานที่ต้องทำมันไม่มาดแมนเหมาะกับความแฮนด์ซั่มของผมเอาเสียเลย และที่สำคัญ ผมคงแทบจะไม่มีโอกาสเห็นเจ๊หมู่คิมแจจุงคนสวยอีกแล้ว ตรงนี้แหละ ที่มันโคตรเศร้า

เวลาเกือบห้าโมงครึ่งได้หลังจากที่ผมช่วยคุณนายทำกับข้าวและล้างอุปกรณ์ในครัวเสร็จ ผมได้ยินรถผู้พันเข้ามาจอด ผมจึงเดินไปปิดประตูรั้วให้ท่าน ที่ตอนนี้เห็นหลังไวไวว่าเดินเข้าบ้านไปแล้ว จมูกโด่งๆของผมถอนหายใจหนักๆ นี่ผมพลาดจริงๆสินะเนี่ย ไม่ได้เจอเจ๊หมู่ แต่ต้องมาเจอหน้าผากสะท้อนแสงตลอดเวลาของท่านผู้พันแทน

 

ทว่า... แสงสะท้อนจากหน้าผากของผู้พันเมื่อกี้มันคืออะไร


ชมพูๆ...

จักรยาน..

จักรยานสีชมพู..

 


จักรยานของเจ๊หมู่คิมแจจุง!!!!


เห้ย ทำไมเจ๊หมู่มาที่นี่ได้ ผมขยี้ตาตัวเองให้เห็นชัดขึ้นก็พบว่าผมตาไม่ฝาด ผมจึงรีบเช็ดเหงื่อ แล้วเอาไอ้เหงื่อนี่แหละมาเซ็ตผมแล้วรีบแจ้นเข้าครัว ยกน้ำท่ามาเสิร์ฟ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันของดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยเถอะว้าาา

 


.
.
.
.

 

“อ้าวนั่นมาแล้วไง” เสียงคุณนายจุนซูดังขึ้นทันทีที่ผมปรากฎตัวที่ห้องนั่งเล่นบ้านผู้พัน

“นี่เค้าชื่อยุนโฮมาอยู่บ้านเรานะแจจุง” คุณนายจุนซูแนะนำผมกับหมู่คิมแจจุงคนสวยแห่งกรมดงบัง คุณนายแก่เบลอหรือเปล่าเนาะ แกไม่รู้หรือไงว่าหมู่แกดูแลผมมาก่อนมาอยู่กับคุณนายเนี้ยะ “แล้วก็นี่ แจจุงหลานชั้นกับพี่ผู้พัน”

 

หลานชั้นกับพี่ผู้พัน....
หลานชั้นกับพี่ผู้พัน...
หลานชั้นกับพี่ผู้พัน....


เห้ย!!! หมายความว่า...

 

“แจจุงเค้าก็อยู่บ้านนี้แหละ ห้องถัดจากชั้นข้างบนน่ะ”

พระเจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

.
.
.

 


คืนนั้นผมนอนฝันหวาน ไม่อยากจะเชื่อว่าผมกับเจ๊หมู่คนสวยได้อยู่บ้านเดียวกัน ให้ตายเถอะ 2 ปีที่ผมว่าจะ -คว้านางฟ้ามาเป็นคู่สดหล่อตำบลกวางจู- อาจเหลือแค่ 2เดือน ผมนั่งนับๆในห้องแคบๆกรุมุ้งลวดเรียบร้อยแล้วว่าห้องของผมกับหมู่แจจุงอยู่ตรงกันเป๊ะ ให้ตายเหอะผมรู้สึกด้วยซ้ำว่าเค้านอนตรงกับผม ทับผมอยู่ อึ๋ย แค่คิดผมก็จินตนาการไปไกล

 

เช้านี้ผมตื่นเช้าอย่างเคยชินโดนไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก ผมรีบล้างหน้าวิ่งเข้าครัวพอดิบพอดีกับคุณนายเดินเข้ามา คุณนายชี้ๆสั่งผมตั้งเตา...ถ่าน เพื่อหุงข้าว

อ่านไม่ผิดหรอกครับ เตาถ่าน

คุณนายบอกไม่ใช่เพราะเปลือง เพราะงกอย่างนั้นหรอกนะครับ แกว่าข้าวจะหอมกว่าใช้หม้อไฟฟ้า

 

และเมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ก็เป็นหน้าที่ของทหารคนสนิทอย่างผมที่จะคอยดูแลตักข้าว เติมน้ำให้ท่านผู้พันยูชอน คุณนายจุนซูและหลานของท่าน ซึ่งก็คือนางฟ้าของผม

 


แกร๊ง!!


“อ๊ะ”

 

สปาร์คครับ!  โดยไม่คาดคิดแม้แต่น้อย ด้วยผิวสวยและและกลิ่นหอมๆของผู้หมู่คนงามแห่งกรมดงบังทำให้ผมเผลอตัวไปหน่อย ขณะตักข้าวศอกของผมก็ไปชนกับช้อนของหมู่คิมจนมันเลื่อนตก และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของผม ผมจึงก้มเก็บจะเปลี่ยนให้ และช่วงนั้นเอง

 

มือของผมและหมู่ก็สัมผัสกัน... โดยไม่ได้ตั้งใจ

และจากนั้น ตาของเราก็สบกัน... โดยไม่ได้ตั้งใจ

ในช่วงเวลานั้นหัวใจของเราก็เต้นแรง... โดยไม่ได้ตั้งใจ

 


หน้าผากของเราแทบชนกันครับ

ปากของผมและปากอิ่มของหมู่คิมก็ห่างกันไม่ถึงคืบ

 

ผม....

ผม....

ผม....

 

“แฮะแฮ่มมม คะแฮ่ม คะแฮ่ม แฮ่ม แฮ่ม!” เสียงผู้พันกระแอมราวกระดูกหมูลงไปติดคอก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตึกตัก ของเราสองคนไปซะงั้น แต่ผมก็แอบเห็นนะ ว่าแก้มใสๆของหมู่คิมขึ้นสีแดงเป็นริ้วๆ


พี่น้องกรมทหารครับ หรือว่า 2 เดือนที่ผมจะ –คว้านางฟ้ามาเป็นคู่สุดหล่อตำบลกวางจู-  จะเหลือ 2 สัปดาห์!!!

 


.
.
.

 

“อ้าวยุนโฮ กวาดใบไม้เสร็จแล้วเหรอ เข้ามาสิมีอะไรจะให้ทำต่อ” คุณนายที่นั่งง่วนอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นเริ่มจะเรียกใช้ผมอีกแล้ว นี่ผมแค่เดินผ่านกะหาน้ำกินสักหน่อยเองนะเนี่ย

“เอ่อ..ครับ” แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากรับปาก ตาเรียวเท่ห์ราวตาเหยี่ยวของผม เอ่อ ผมไม่ได้ยอตัวเองนะครับ กระจกบอกผมทุกครั้งที่ผมส่อง ก็มองไปที่มือคุณนาย แกกำลังเย็บอะไรสักอย่าง

“นายร้อยด้ายใส่เข็มให้ชั้นก่อนก็ดี เบื่อจริงๆผู้พันของนายเนี่ย ใส่ขาดอีกแล้วต้องมานั่งชุนตลอดๆ ตัวนี้เพิ่งใส่มาแค่สิบปีเองนะ ยางยืดก็เพิ่งเปลี่ยน” คุณนายส่งเสียงบ่นกระปอดกระแปด

“เอ่อ..ครับ”

“คนอะไรใส่กางเกงในรุนแรงจริงๆ นี่ชุนตั้ง 5 ที่แล้วนะ!” แกว่าแล้วยกกางเกงในเยินๆลายที่คล้ายจะเคยเป็นลายหัวใจ แต่สีลวดลายเหลือแค่ซีดๆจางๆให้ผมดู

โอ้โห..บอกตรงๆ ผมนี่คิดภาพผู้พันใส่กางเกงในตัวนี้ไม่ออกเลยจริงๆ ผับผ่า!

 

 

.
.
.

 

ผมใช้ชีวิตเงียบๆ วันๆทำงานบ้านราวกับเข้าฝึกตำแหน่งพ่อบ้านมืออาชีพไปเรื่อยๆ ได้โอกาสก็แอบมองหมู่คิม ผ่านห้องน้ำก็แอบส่องหมู่คิม (?) ผ่านจักรยานสีชมพูก็ลูบอานจักรยานจินตนาการถึงหมู่คิม ซักกางเกงในลายเสือดาวก็คิดถึงหมู่คิมเพราะมันเป็นของหมู่คิม แฮ่


ผมใช้ชีวิตอย่างนี้เรื่อยๆ จนมันผ่านไป 1 สัปดาห์หรือ 7 วัน และวันที่ 8 นั้น..

 


“ชั้นกับคุณนายจะไปงานเลี้ยงค่ำนี้ แล้วจะค้างด้วยกลับพรุ่งนี้เช้า นายดูแลบ้านดีๆนะ แล้ว...อย่าให้รู้นะว่าขึ้นไปเกาะแกะหลานชั้น” ผู้พันสั่งผมก่อนออกจากบ้านตอนหัวค่ำ

 


แต่...คำว่าอย่าให้รู้นะ.. มันก็แปลว่าทำได้แต่อย่าให้รู้.. ใช่ป่ะครับ

 


เพราะตอนท่านผู้พันพูด คุณผู้หมู่คิมที่นั่งอยู่ด้วยชุดเสื้อยืดสีขาวของกรมเห็นกล้ามอกกล้ามท้องเซ็กซี่ แอบกัดปากเล็กๆแล้วยู่ปาก ราวกับจะบอก ชู่วววววว...

 


เห้ย อ่อยกันป่ะเนี่ย!!!

 


.
.
.

 


คืนนั้นฝนตกหนัก ไม่รู้ว่าพระเจ้าดลใจหรือคุณนายลืมจ่าย


ไฟมันก็ดับ!

 


ก่อนหน้านั้นนิดหน่อยมันเป็นเวลาทานอาหารเย็น บุญปากและหัวใจของผมเหลือเกินที่ผู้หมู่คนสวยเอ่ยชวนผมร่วมโต๊ะ


"อยู่กันสองคนนายจะไปกินในครัวทำไม กินกับชั้นนี่แหละ นั่งสิ" เสียงหวานๆจากหน้าสวยๆชวนผมอย่างเต็มใจ เอ่อ ไม่รู้ล่ะผมคิดว่าเจ๊หมู่ของผมเต็มใจเพราะเค้าพยักเพยิดให้ผมนั่งฝั่งตรงข้าม

 

จากนั้นไม่นาน อาหารยังตกถึงท้องไม่ถึงครึ่งก็..


พรึ่บ!!!

 


ไฟดับ แล้วผมกับนายสิบคิมแจจุงก็ได้ดินเนอร์ใต้แสงเทียน

โรแมนติกชะมัด

 

โดยไม่บังเอิญเพราะผมมองเค้าทุกกิริยา มือของเราแตะกัน เมื่อมือขาวๆของเค้ากำลังเอื้อมไปหยิบขวดน้ำที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะ มือของผมก็ทำทีจเอื้อมหยิบเหมือนกัน


ป้าปเข้าให้! มือนิ่มขาวที่ผมเคยสัมผัสเมื่อหลายวันก่อนอยู่ใต้มือของผม

 

[b]"คุณสวย รู้หรือเปล่า" [/b]


อะไรไม่รู้สั่งปากเทพบุตรของผมพูดประโยคนั่นออกไป

 

"อือ รู้" แต่ให้ตาย ปากแดงๆนั่นดันไม่ถ่อมตัว แถมมีต่อ "มากด้วย"


"แล้ว..ทำไมคุณถึงมาอยู่หน่วยฝึกทหารใหม่" มันเป็นคำถามคันจี๊ดๆในใจของผมมาตลอด สวยๆน่ารักๆ ผิวขาวๆ ถึงหุ่นจะบึ้กเพราะต้องออกกำลังกายอย่างทหาร แต่ก็ไม่น่ามาอยู่หน่วยนี้นี่นะ


"แล้วนายจะเชื่อมั้ย ถ้าชั่นจะบอกว่า.."

"ว่า.."

มือที่ผมกุมอยู่ เลื่อนออกจากขวดน้ำ แน่ล่ะก็เราสองคนกำลังกุมขวดน้ำไว้ก่อนนี้นา มือนั้นเลื่อนตามแขนไล้ขึ้นมาที่ไหล่ สุดท้ายมาหยุดที่ใบหน้าหล่อสะท้านโลกของผม

 


"ถ้าชั้นจะบอกว่า..เพราะ..นาย"

 


เห้ย! พระเจ้าครับ หัวใจผมเต้นแรงโคตร ยิ่งปากอิ่มๆฉาบไปด้วยน้ำมันของไก่ทอดที่กินก่อนหน้าอมยิ้มน้อยๆ ไม่พอต่อมามีแลบลิ้นเลียหน่อยๆนั่นด้วย เหมือนตัวทั้งตัวผมสะท้านไปด้วยแรงของหัวใจที่สั่นยังกะแผ่นดินไหวระดับ 8.5 ริกเตอร์

 

"ชั่นเห็นนายวันคัดเลือกทหาร พอรู้ว่านายติดทหาร เย็นนั้นชั้นก็ขออายูชอนย้ายมาอยู่หน่วยฝึก"

 


มือขาวเรื่อยลงมาที่กระดุมเม็ดบนสุดของผม ทำท่าจะแกะมันออก

เดี๋ยวครับทุกคนครับ ผม พลทหารยุนโฮแข็งแรงสมชาย มีเลือดเนื้อ มีจิตใจ เจอแบบนี้มันก็รู้สึกนะครับเนี่ย

 


"ชั้นไม่รู้ว่านายรู้สึกเหมือนชั้นมั่ย ไม่สิ ชั่นว่าชั้นเดาหัวใจนายไม่ผิดหรอก ว่าเราน่ะ ชั่นกับนาย เราคิดเหมือนกัน"
".." ผมพูดอะไรไม่ออก และก็หยุดอะไรไม่ได้ด้วย คือตอนนี้กระดุมเม็ดบนผมหลุดไปแล้ว และมันกำลังจะหลุดด้วย เม็ดที่สองน่ะ

 


"นายชอบชั้นเหมือนที่ชั้นชอบนายแน่นอน"

เห.. ตรงๆกันงี้เลย

 


"รู้มั้ย ชั้นดีใจแค่ไหนที่ทหารรับใช้คนเก่าปลดประจำการ แล้วนายจ่าให้คัดเลือกจากกองนาย"

ตาสวยเป็นประกายวาววับตอนพูดเรื่องนี้ "แต่นายก็ไม่ได้เรื่อง ตอนชั้นถามถึงอาสาสมัคร นายกลับนิ่ง"


อุ้ย! ตอนนี้มือน้อยที่ละอกผมเปลี่ยนเป็นบิดเนื้อผมเต็มแรง


"ชั้นมองนายอยู่ตลอด"
"ไม่นี่ครับ คุณมองชางมิน" ปากรูปกระจับหล่อของผมเถียงทันควัน

 

ผมจำได้ ตอนนั้นผมแอบเคืองๆไอ้ชางมินมันอยู่เหมือนกันที่เจ๊หมู่คนสวยของผมมองมันอยู่ได้


"ชั่นมองนายนั่นแหละ แต่หมอนั่นมันสูงบังนายซะมิด แย่ที่สุด!"

 

หน้าสวยกระเง้ากระงอด โคตรสมกับร่างบึ้กๆ จนผมหลุดหัวเราะ มือขาวกำแล้วทุบอกผมเบาๆ แน่นอนมันไม่ทำให้ผมเจ็บสักนิด แต่มันกลับง่ายที่ผมจะรวบมือทั้งสองนั้นไว้แล้วดึงเค้าเข้ามาใกล้ผม


"แต่สุดท้ายผมก็อยู่ที่นี่ และตอนนี้ก็มีเราเพียงสองคน และผมก็ชอบคุณตั้งแต่แรกเหมือนกัน"


จบคำราวกับมีไฟฟ้าดูดทั้งๆที่ไฟดับ ปากของเราบรรจบกัน บดเบียดกัน คลึงเคล้ากัน แลกเปลี่ยนความหวาน รวมถึงรสชาติอาหารไปด้วย มันดุนดัน รุกไล้ มือและแขนของเค้าคล้องที่คอผม ส่วนมือของผมสอดไว้ที่เอวบางของเค้า

ไม่รู้เหมือนกันว่าเราลุกจากโต๊ะอาหารตอนไหน เราจูบกับเรื่อยๆ พร้อมๆกับเสื้อของผมและเค้าหลุดออกจากตัว มือของเค้ายังกอดผม คล้องที่ไหล่กว้างของผม ส่วนมือของผม ประคองและลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนในคราวเดียว


เรามาจบกันที่โซฟาห้องนั่นเล่น ผมพักให้เค้าอ้าปากหายใจโดยสะดวกไม่ถึงนาทีขณะที่ผมปลดเข็มขัด ตัวของเค้าแดงไปหมด ให้ตายสิ ผิวเค้าบางมากแต่เซ็กซี่ชะมัด

เราประกบจูบอีกครั้ง แทบจะทันทีเลยก็ว่าได้เพราะขณะที่ผมกำลังโน้มตัวลง แขนขาวของเค้าก็โอบคล้องผมลงไป ผมยอมรับเลย ปากแดงที่กำลังเจ่อด้วยรสจูบของผมนั้นหวานที่สุดไม่มีใครที่ผมเคยผ่านมาจะเทียบได้

 

"ยุนโฮ ชั้นชอบนาย" เสียงกระซิบข้างหูผม เมื่อผมปล่อยให้ปากเค้าเป็นอิสระอีกครั้ง

"ผมก็ชอบคุณ"ผมกระซิบตอบตอนที่ผมกำลังหยอกล้อกับใบหูและติ่งหูของเค้า

 

ปากของผมไล่เลียไปที่ลาดไหล่ เรื่อยมาที่ไหปลาร้า แล้วมันอดไม่ได้เลยที่จะทำให้มันเป็นรอยสักสองสามจุด


"ผมคิดว่าคุณเป็นนางฟ้าเสมอ และผมก็สัญญากับตัวเองว่าผมจะคว้านางฟ้าคนนี้มาเป็นของผมให้ได้สักวัน"

ผมบอกกับเค้าก่อนที่ผมจะหยอกล้อกับปุ่มเล็กสีสดด้านซ้าย เสียงอื้ออาในลำคอของคนด้านล่างกำลังบอกผมว่าเค้าชอบมัน


"แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ นางฟ้าของผมจะเหาะมาหาผมไวขนาดนี้"

"แล้วไม่ดีรึไงเล่า อยากจะช้าก็ได้นะ"  นางฟ้าของผมแหวใส่

"ไม่ทันแล้วมั้งครับ"

"อ๊ะ ยะ ยุนโฮ" เสียงหวานของนางฟ้าครางเบาๆ เมื่อผมใช้ฟันค่อยๆรูปซิบกางเกงของเค้าลง

 

 

 

 

"[b]ทำอะไรกันน่ะ!!!"[/b]

 


แล้วทุกอย่างก็ดำมืด...

 

 

.
.
.

 

 

 


ผมไม่รู้ว่าผมผ่านคืนนั้นมาได้ยังไง เพราะเมื่อผมตื่นมา ผมก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาลประจำกรม ปากของผมเจ็บ หัวของผมแตก และท้องของผมจุก

และเมื่อคุณหมอให้ผมออกจากโรงพยาบาลได้ ผมก็ได้รับรู้จากชางมินคนที่จ้องแย่งไข่ต้มผมเสมอว่า


เราไม่ได้กลับไปบ้านผู้พันยูชอนอีกแล้ว ผมต้องกลับกองของผม

"ผู้พันเค้าโกรธแกมากไอ้ยุนโฮ กล้าไปเต๊าะหลานสุดเลิฟเค้าได้ยังไงวะ นี่เค้าไม่ยัดแกเข้าคุกทหารก็บุญแล้ว"

นั่นสินะ ถึงว่าที่ผมมาอยู่โรงพยาบาลไม่มีใครที่บ้านนั้นมาเยี่ยมผมเลย

"เค้ารู้กันทั้งกรมว่านายมอมยาหลานท่านผู้พัน ไอ้บ้า..กล้าชิบ นั่นเจ๊หมู่เลยนะเว้ย ว่าไป ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ๊หมู่เป็นหลานผู้พันเดอะเซคคั่นซัน (The second sun) เก็บเงียบเลยนะแก ไอ้ยุนโฮ"


ชางมินพล่ามไม่หยุด พอๆกับคุ้ยถุงขนมที่บรรดาเพื่อนทหารเอามาให้ผมไปของเยี่ยมไม่หยุดนั่นแหละ แต่ผมไม่ติดใจเรื่องนี้หรอก ผมติดใจแค่ตรงประโยคว่าผมมอมยาแจจุงมากกว่า

 


"ชั้นอะไรนะ..มอมยา?"


"เออดิวะ ท่านผู้พันเค้าประกาศทั่ว ตอนท่านนายพลสอบสวนว่าทำไมทำร้ายเอ็งปางตายยังงี้ ท่านว่าท่านทนไม่ไหว ท่านกลับมาก็เห็นแกจะปล้ำหลานเค้าอยู่ร่อมร่อ ท่านว่าถ้าคุณนายไม่ลืมตังค์ค่าโรงแรมนะแกเอ๊ย หลานสุดเลิฟท่านเสร็จแกแน่ ไอ้หล่อกวางจู แต่ชั้นว่า คุณนายท่านไม่ได้ลืมตังค์หรอกว่ะแกงกมากกว่า ฮ่าๆๆ ว่าแต่ แกมอมยาเจ๊หมู่จริงดิ"

 

".."


ผมไม่ตอบคำถามนั่น เพราะผมไม่รู้จะแก้ตัวไปทำไม ผมอยากรู้ว่าแจจุงเป็นยังไงมากกว่า ผมโดนขนาดนี้แล้ว ก็หวังว่าผู้พันจะคลายโกรธแล้วไม่ทำอะไรรุนแรงกับแจจุง

 

 

ผมอยากเจอเค้าจัง นางฟ้าของผม..

แต่ว่า คำพูดของชางมินก็ทำใหผมใจสลาย

 

"แล้วแกรู้ป่ะ พอแกถูกหามมาโรงพยาบาล วันนั้นแหละ เจ๊หมู่นางฟ้าก็ถูกย้ายไปประจำกองเดิม"

 


.
.

 


"พลทหารยุนโฮเหม่ออะไร! วิดพื้นหนึ่งร้อย ปฏิบัติ!" นายหมู่คนใหม่ของผมโหดสุด และถ้าผมไม่คิดโอเวอร์กับตัวเองเกินไป หมู่ยูฮวานเนี่ยแกโหดกับผมที่สุด

แต่ทำไงได้ล่ะ ผมหยุดคิดถึงแจจุงไม่ได้นี่นา ดังนั่น มันก็คงไม่แปลกที่ผมจะโดนหมู่ยูฮวานลงโทษเดี่ยวทุกวัน


"เห้ย ยุนโฮแกรู้มั้ยปีนี้งาน  Ground Forces Festival เค้ามาจัดที่ประเทศเราว่ะ แล้วกรมเรารับเป็นแม่งานด้วยนะเว้ย"
"แล้วไงวะ ชั้นไม่เห็นจะสนใจ" ผมไม่สนใจจริงๆนะ

มันจะมีผลอะไรกับผมล่ะงานแบบนี้ อย่ามาชวนผมคุยให้ผมเหนื่อยเพิ่มขึ้นในเวลาพักที่มีน้อยนิดของผมเลยน่ะ


"ไม่สนได้้ไงวะ แกต้องสนแน่ ถ้าแกรู้ว่าคนร้องเพลงเปิดงานเป็นใคร ก็ไอ้งานนี้มันต้องมีส่วนเอนเตอร์เทน มีพิธีเปิดพิธีปิดใช่มั้ยล่ะ นายต้องสนแน่นนอนถ้าได้รู้ว่าใครเป็นนักร้องนำ"

"ใครวะ" ผมถามไปแบบนั้นทั้งๆที่ใจของผมสั่นไปหมด จะเป็นคนๆนั้นมั้ย คนที่ผมคิดถึงทุกวัน และไม่ได้เจอมานานนับเดือน

 


"จะใครเล๊าก็เจ๊หมู่คนสวยของนายไง ยุนโฮ"

"แจจุงน่ะเหรอ..."

"เออสิ"

"แจจุง.."

"เห้ย ไม่ต้องเพ้อขนาดหนักตอนนี้เด่ะ ฟังให้จบก่อน ฟังให้จบยุนโฮ แล้วแกจะตื่นเต้นกว่านี้"

ชางมินจับหน้าผมแรงๆกะให้ฟื้นสติ และผมก็ฟื้นสติจริงๆเมื่อได้ยินมันพูดจบ

 


"งานนี้เค้ารับสมัคร MC ด้วยนะเว้ย นายเก่งเรื่องนี้ไม่ใช่ไง แกควรไปสมัครนะ"

 


"เห้ย !! ยุนโฮ เห้ย"

 

ผมได้ยินเสียงชางมินตามลมมาเบาๆ ผมไม่รู้ตัวเลย แต่ตอนนี้ผมนืนหน้ากองอำนวยการเรียบร้อย หน้าป้ายที่ปิดไว้ว่า

 

-รับสมัคร MC-

 

 

 


.
.
.

 


ศุกร์แรกของเดือนตุลาคม ในวันที่แดดจัดร้อนอบอ้าวยิ่งกว่าอะไร แต่วันนี้้จะเป็นวันสำคัญของผม วันนี้เป็นวันเปิดงาน Ground Forces Festival  เป็นวันที่จะได้พบกับเค้าอีกครั้ง นางฟ้าของผมคนนั้น เป็นการพบกันในระยะใกล้ๆ ไม่ใช่ไกลๆแบบทหารคนอื่น ใช่ครับ ผมได้รับเลือกเป็นMC หลัก ฝั่งชายของงานนี้ ด้วยมติเป็นเอกฉันท์ที่แม้ท่านผู้พันยูชอนก็ออกโรงห้ามไม่ได้ เพราะคำสั่งแต่งตั้งนี้มาจากส่วนกลาง


เรามาเตรียมตัวกันแต่เช้า เพื่องานที่พร้อมสมบูรณ์ที่สุด เราไม่เคยได้ซ้อมร่วมกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ผมจะตื่นเต้นมากเหงื่อผมไหลเปียกชุดไปหมด ทั้งๆที่นั่งอยู่ในเต้นท์ที่ติดตั้งพัดลมแท้ๆ

 


"ตื่นเต้นหรือคะคุณยุนโฮ" พิธีกรฝ่ายหญิงถามผมเมื่อเห็นผมเปียกไปด้วยเหงื่อทั้งตัวและเอาแต่เหลือบทอนาฬิกาสลับกับเต็นท์สำหรับเตรียมงานอีกด้าน "ครั้งแรกก็แบบนี้แหละค่ะ ใจเย็นๆนะคะ อ๊ะ เหมือนนักร้องจะมากันแล้ว"

เธอพูดพร้อมชี้มือไปทางด้านข้างของเต็นท์ฝั่งที่ผมมองทุกห้าวินาที

 

ยังน่ารักเหมือนเดิมและดูขาวขึ้น คงเพราะไม่ค่อยได้ตากแดดสินะ แล้วนั่น ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าปากอ่มแดงนั่นยกยิ้มให้ผม สายตาส่งประกายมาถึงผม ซึ่งถ้าผมอ่านไม่ผิดมันคือคำว่า -คิดถึง-

 

 

ยังไกลเหลือเกินสำหรับเต็นท์ที่พักของเราสองคน แต่ก็ใกล้กว่าเวลาเนิ่นนานที่ผ่านมา

ผมยังวิ่งไปกอดเค้าอย่างที่อยากทำไม่ได้ ทุกอย่างต้องรอเวลาที่เหมาะสม และที่สำคัญเราทั้งสองยังต้องทำหน้าที่เพื่อประเทศ

 

 

ผมจะรอถึงเวลานั้น เมื่อทุกอย่างเริ่มต้น

เพราะเมื่องานเริ่มต้น เต็นท์ที่พักของเราจะเป็นเต็นท์เดียวกัน

 

 

"ได้เวลาแล้วครับ พิธีกร standby"

 

 

 

พิธีการเริ่มขึ้นพร้อมกับหน้าที่ที่สำคัญของผม การแสดงหลากหลายชุดผ่านไป จนในที่สุดก็ถึงชุดการแสดงที่หลายคนรอคอย รวมถึงผมด้วย การแสดงของแจจุง

 

"ต่อไปเป็นการร้องเพลงอารีรัง ประกอบการเต้นที่พร้อมเพรียง ร้องนำโดยสิบตรีคิมแจจุง"

 

เสียงพิธีกรหญิงข้างผมประกาศ ทั้งๆที่ผมรู้กำหนดการแท้ๆ แต่ผมก็ยังหยุดอาการตื่นเต้นจนหน้าร้อน ใจสั่นไม่ได้ แจจุงออกมายืนร้องเพลงอยู่ด้านหน้าผมแล้ว เสียงของเค้าหวานหน้าฟังเหลือเกิน และผมคิดไปเองหรือเปล่านะ ว่าเค้าเดินวนมาที่ผมหลายรอบพร้อมยิ้มให้

 

 

เค้ายังสบายดีอยู่และไม่เปลี่ยนไป

ผมแน่ใจอย่างนั่น และมันก็ทำให้ผมโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

 


การแสดงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือกึกก้อง แจจุงเดินออกไปพัก แม้ว่าผมจะอยากเห็นเค้าอยู่ในสายตาอีกสักหน่อย แต่มันคงดีกว่าถ้าเค้าจะได้พักในที่เย็นๆแทนที่จะยืนกลางแดดเหมือนตอนร้องเพลง


การแสดงผ่านไปเรื่อยๆ และผมก็แอบมองแจจุงอยู่เรื่อยๆ ผมไม่สนผู้พันหรอก ณ ตอนนี้แกทำอะไรผมไม่ได้ แกนั่งห่างผมยิ่งกว่าชางมินที่กำลังแย่งอะไรของครูยอนกินเสียอีก แล้วก็ตอนนี้แกกำลังโดนคุณนายบ่นอะไรสักอย่างแน่นนอนเพราะหน้าตาแกหงอคอก็ก้ม เหมือนคนพยายามหดหูไม่ให้ถูกบิดยังไงยังงั้น

 


และแล้ว การรอคอยของผมก็สิ้นสุดลง เมื่อหน้าที่ส่วนแรกของผมเสร็จสิ้น


ทันทีเมื่อผมก้าวเข้าเต็นท์ร่างในชุดเสื้อขาวกางเกงลายทหารก็เข้าสู่อ้อมกอด มันมาพร้อมเสียงอู้อี้้แต่มันก็ดังในใจของผม

 


"ยุนโฮ..คิดถึง คิดถึงมากเลย"

"ผมก็คิดถึงคุณ"

 


ผมพูดได้แค่นั้นเพราะมันตื้นตันใจ ดีใจ อิ่มใจจนพูดไม่ออก

 

"อายูชอนกีดกันเรา ชั้นไม่รู้จะทำยังไง อยากไปหายุนโฮแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะอาส่งอายูฮวานมาฝึกนายแทน อายูฮวานน่ะ ก็เป็นอาของชั้นเหมือนกัน" ถึงว่าสิ โหดกับผมนัก

"อาหวงชั้นมาตลอด ไม่คิดว่าจนโตเป็นทหารขนาดนี้อาก็ยังจะ... วันนั้นเจ็บมากมั้ยยุนโฮ"

 

มือขาวลูบใบหน้าของผมราวกับจะสำรวจร่องรอย แต่นางฟ้าของผมครับ เวลาเกือบนานเป็นเดือนๆ มันคงไม่เหลืออะไรแล้วล่ะ

 

"ผมไม่เป็นอะไรหรอก ผมห่วงแต่คุณมากกว่า คืนนั้นอาคุณทำอะไรคุณมั้ย ทำร้ายคุณหรือเปล่า" ผมจับเค้าพลิกหน้าพลิกหลัง ก็ตลกดีผมเพิ่งแซวแจจุงในใจไปเมื่อกี้ว่าไม่เหลืออะไรให้เป็นร่องเป็นรอยแท้ๆแต่ผมก็กลับทำเสียเอง

"ชั้นโอเค อาแค่ดุชั้นแล้วห้ามชั้นพบกับนายอีกไม่งั้นเค้าจะไม่เอานายไว้ จะสั่งขังนาย ดังนั้นชั้นก็เลยไม่กล้าไปหานาย"

"แจจุง.." ผมได้แต่ลูบผมสวยสั้นๆแบบทหารหาญของเค้า ผมไม่รู้จะพูดอะไรออกมา ผมมีแต่ความขอบคุณในความห่วงใยที่นางฟ้าของผมมีให้


"ชั้นบอกอาว่าชั้นรักนาย รักนายที่สุด อยากอยู่กับนายตลอดไป แต่อาไม่ฟังชั้น อาบอกว่าเราไม่เหมาะสมกัน แต่ชั้นไม่รู้สึกถึงความสมเหตุสมผลเลยสักนิดกับเหตุผลของอาเลยสักนิด เหตุผลของอาแค่บอกว่าเพราะทางบ้านชั้นรวยมากกกกกก แต่บ้านนายน่ะ.."
"รวยโคตรมาก!"


"เอ๊ะ!?"


อ้าวครับ นี่ผมไม่ได้บอกเหรอว่า ผม ชองยุนโฮสุดหล่อแห่งตำบลกวางจู 3 สมัยซ้อนโคตรรวย เอ๊า บ้านผมกว้าง จนต้องนั่งรถกอล์ฟ ห้องนอนมีเยอะจนนอนไม่ครบ พอๆกับรถที่แทบจะเปลี่ยนคันขับทุกวัน แล้วก็ผมเนี่ยแหละสปอนเซอร์ใหญ่ในการจัดประกวดชายหล่อศรีกวางจูมา 3 ปีรวด!

 

"แจจุง แต่คุณไม่ต้องไปบอกผู้พันท่านหรอกนะครับว่าผมรวยอะไรยังไง อา...แต่แอบๆบอกคุณนายน่ะได้"

"ทำไมล่ะ"

"ก็คุณนายน่ะเป็นยังไงคุณก็รู้ ท่านอาจจะช่วยๆผมได้บ้าง"

"นายจะให้อาจุนซูช่วยนายในเรื่องไหน"

"ก็เรื่องความความดีศรีความหล่อแอนด์เท่ห์ของผมชนะใจอายูชอนสุดโหดของคุณไง"

"แต่อายูชอนโหดจะตาย นายจะไหวเหรอ ให้ชั้นหนีตามนายมั้ย" ตาใสๆ มองผมแป๋ว น่ารักน่าชัง แต่คนอย่างผม รักจริงต้องหวังแต่งไม่ใช่หวังฉุดอ่ะนะครับ

" แจจุง..  อย่าลืมสิว่าผมมีเวลาในกรมนี้อีกเกือบ 2  ปีเชียวนะ ผมชองยุนโฮ สุดหล่อจะไม่สามารถคว้านางฟ้าคนนี้มาข้างกายได้เชียวเหรอ"

"ยุนโฮ แต่ว่า.." "พิธีกร สแตนด์บายช่วงสุดท้ายค่ะ" เสียงเรียกผมดังขึ้นแล้ว

 

"น่า.. เชื่อผมนะแจจุง ภายใน 2 ปีนี้ผมจะเอาชนะใจอาคุณให้ได้เลย" ผมพูดเร็วๆแล้วขโมยหอมแก้มเอาเป็นกำลังใจไป 1 ฟอด โดยไม่แคร์สายตาพิธีกรหญิงที่มองมาที่ผม ก็ทำไมล่ะ ผมมีความสุขนี่

 

 


"อื้อ ชั้นเชื่อนาย ดังนั้น อย่าลืมมาคว้าชั้นไปให้ได้ภายใน 2ปีนี้นะ ชองยุนโฮ"

 

“แน่อยู่แล้ว ชองยุนโฮ จะรวบหมู่คิมแจจุงมาอยู่ในอ้อมอกให้ได้ภายใน 2 ปี สัญญาครับ!!

 

 

 

 

 

 


จบเหอะ!

 

 

 


ยาวยืดเยื้อเนาะ ฟิคแรกที่แต่งจนจบในรอบเกือบ 4 ปีเลยนะเนี่ย 555 สนิมเครอะ แถมงๆๆ มึนๆยังไงก็ไม่รู้ด้วยล่ะค่ะ ว่าแต่มีใครจำเค้าได้มั้ย เอิ๊กกกกส์ หายไปน๊านนานเนาะ แต่วันนี้วันดีกลับมาสครีมแบบงงๆ เห็นรูปได้คนยุ จัดเลยค่ะในที่ทำงาน ทำงานไปว่างปุ๊ปปั่นฟิค ไม่พอ แต่งในมือถือต่ออีกต่างหากระหว่างทางกลับมา การจัดหน้าก็เลยงงๆหน่อย ขอโทษด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ^^ :D

Comment

Comment:

Tweet