บอกแล้วว่าไม่ได้แก้ ไม่ได้อีดิท ไม่ได้รีไรท์ และไม่ได้เขียนไรต่อเลย ดองจ้า

Fiction: จักรพรรดินี

Paring: YunJae (Mpreg, Period, Drama, Fantasy)

By: l-o-o-k-p-a-d

Note: เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ Lizetia สงครามนางสนม และพระชายาแต่อย่างใดนะคะ เพียงแต่อยู่ในซีรี่ย์เดียวกัน

Note2: กรุณาอย่าคาดหวังกับความสนุกเท่าๆเดิม หรือมากกว่าเดิม สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ทุกอย่างมีสิ่งใหม่ๆเสมอ

Note3: ชื่อฟิคอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 


 

 

 

- มีสารบัญฟิคแล้วนะคะ กด คำว่า Fictions

- ตอนแรกว่าจะไม่ลงแล้ว เพราะลบออกหมดกะว่าจะมาลงทีเดียว เพราะไม่มีพลอต แต่ว่า คิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ ที่อ่านกันมาแต่แรก ก็เลยเอามาลงต่อไป ส่วนคนอื่นๆ ที่เพิ่งมาสนใจ อดทนรออีกนิดนะคะ จะเอามาลงแน่ๆ ทันทีที่แต่งใกล้จบค่ะ

- มี chat box อยู่ด้านข้างแล้วนะคะ ข้างขวาโลดค่ะ

 

 

 

 

 

 

จักรพรรดินี

 

 


 

 

 

 

6

 

 

 

 

 

 

 

 

“มาแต่เช้าเลยชางมิน”


“ถวายพระพรจักรพรรดินีพะย่ะค่ะ”


“บ้าน่า แจจุงก็แจจุงคนเดิมแหละ ลุกขึ้นเถอะ ลุกขึ้นเร็ว”

 


 

ทันทีที่จักรพรรดินีได้รับรายงานจากมหาดเล็กที่มีหน้าที่เฝ้าอยู่ภายนอกว่าใครมาขอเข้าพบในเวลานี้ เขาที่จดจ่ออยู่กับการปลูกบัวในโถใบเล็ก รีบละมือจากการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ หันไปล้างมือในอ่างหยกที่นางกำนัลส่งมาให้อย่างรู้งาน ใบหน้าหวานติดจะสงสัยเล็กน้อยเมื่อคิดว่าเพราะเหตุใดกัน องค์รัชทายาทแห่งแคว้นชิม หรือองค์ชายชางมิน พระอนุชาแห่งองค์จักรพรรดิจึงมาขอเข้าพบเขาเร็วเช่นนี้

 

“เหตุใดจึงมาแต่เช้านักล่ะ” มือขาวผายออกเชื้อเชิญให้องค์รัชทายาทของแคว้นเพื่อนบ้านที่มีรูปร่างสูงสง่านั่งลงยังโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งไว้ในเก๋งกลางสวนสวย


“ถ้าข้าบอกว่า..เพราะคิดถึงเจ้าจนทนไม่ไหวล่ะ” องค์ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ โดยดวงตาคู่นั้นไม่ละจากไปไหนนอกจากมองดวงหน้าใสกระจ่าง


“ข้าก็จะบอกว่า..ไม่เชื่อ” ปากอิ่มปล่อยเสียงใส ขณะที่มือง่วนกับการรินชาหอม


“เชื่อหน่อยสิ เสด็จลุงขอข้าจากเสด็จพ่อเมื่อสิบปีก่อน ข้าก็ไม่ได้เจอเจ้าอีกเลยนะ จะไม่ให้ข้าคิดถึงเจ้าบ้างเลยเหรอ ข้าคิดถึงเจ้าจนจะตายอยู่แล้ว” ใบหน้าหล่อเหลางอลงเล็กน้อยได้น่ารักน่าชัง


“งั้นเจ้าก็ตายเสียเถอะชางมิน” จักรพรรดินีแสนน่ารักค้อนเบาๆ


“จักรพรรดินีนี่ใจร้ายจัง จะปล่อยให้ข้าคิดถึงเจ้าไปถึงไหนกัน”


“แล้วที่นั่งตรงหน้าเจ้าตรงนี้ไม่ใช่ข้าเหรอ หยุดคิดถึงได้แล้วกระมัง หืม” ปากอิ่มยิ้มน้อยๆ มือขาวยกจอกชาหอมกรุ่นยื่นส่งให้


“ก็ได้ หากข้าได้นั่งมองเจ้าสักหนึ่งวันเต็มล่ะก็นะ..” องค์ชายผู้สูงศักดิ์ตอบด้วยสายพระเนตรแวววับ “ขอมองจนตัวเจ้าพรุนสักหน่อย จักได้หายคิดถึง”


“ต้องขนาดนั้นเชียวเหรอ เอาสิ ถ้าเจ้าไม่เบื่อเสียก่อนนะ”


“งั้นข้าเบื่อดีกว่า ฮ่าๆ” ใบหน้าคมเข้มปล่อยเสียงหัวเราะ เมื่อเห็นคนที่ตนบ่นคิดถึงแกล้งทำหน้ายู่ให้เขาเบื่อ แล้วจึงจะตรัสต่อระเรื่อย... “เจ้ารู้หรือไม่ก่อนข้ามาที่นี่ ข้าไปที่ไหนมา...”

 




 

.

.

.

 

 

 

“ว๊ายตาย ฮวายอง เจ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นรึไม่” ร่างงามอรชรในชุดสีฟ้าสดประดับมุกและเพชรน้ำงามที่ทรงผมเกล้าสวย แสร้งตกใจกับภาพในสวนที่อยู่เบื้องหน้า ดวงตาโตที่กรีดด้วยสีเข้มให้ดูน่ามองเป็นประกายวาว พระสนมผู้มีศักดิ์สูงผู้นี้ออกจากตำหนักของตนแต่เช้าเพื่อมาขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทระหว่างทางที่จะทรงพระดำเนินไปออกว่าราชการ


“ข้าไม่คิดเลยนะเนี่ย หึหึ ตอนแรกข้าก็กังวลอยู่ว่าข้าออกมาสายเช่นนี้อาจไม่ทันฝ่าบาท แหม... ไม่ทันจริงๆด้วยสิ แต่ก็... ไม่คิดว่าจะเห็นอะไรดีๆเช่นนี้ เจ้าว่าไหมฮวายอง”

 

ภาพคนสองคนในชุดหรูหราเหมาะแก่ฐานะภายในเก๋งสีแดงดูเจิดจ้าท่ามกลางสีเขียวแห่งต้นไม้และเหล่าผี้เสื้อที่มาดอมดมดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ภาพของรอยยิ้มที่ส่งให้กันและเสียงหัวเราะที่แทรกระหว่างการสนทนา ชวนทำให้ใจที่มีความริษยาอยู่ในตัวลิงโลด แผนการใหม่ๆใดๆ ต่างล้นเข้าอยู่ในหัว

 

 

มิเสียแรงที่แม้สายเพียงนี้ข้ายังออกมาเฝ้ารอฝ่าบาทสินะ

 

 

 

“หากฝ่าบาททรงทราบ จักรพรรดินีผู้นี้คงกลายเป็นอดีตเป็นแน่ อ๊า...แย่จัง ตำหนักเย็นอีกหลังจะไม่ว่างอีกแล้วหรือนี่” ผ้าเช็ดหน้าบางสีฟ้าอ่อนถูกยกมาปิดปากขณะที่นางกำลังขำขัน


“ไม่คิดเลยว่าทั้งสองคนจะ ‘ลึกซึ้ง’ ปานนี้ ที่เห็นเมื่อวาน ข้าว่าฝ่าบาทก็ฉุนจัดแล้วนะ ที่จู่ๆน้องชายตนมารับเมียตนขึ้นไปนั่งเสียได้ ไม่คิดว่าพอรุ่งเช้า จะได้เห็นมากกว่านั้นเสียอีก อ๊า... น้องชายมาหาพี่สะใภ้ถึงตำหนักพี่ชายตั้งแต่เช้าตรู่ และอยู่ด้วยกันในสวนสวยสองต่อสอง”


“ตายๆ ข้าอุตส่าห์คิดว่าสองคนนี้เขาอาจจะเป็นไมตรีทางการทูตนะ เมื่อวานน่ะ แต่ว่า... ภาพเช่นนี้ จะทำให้ข้าคิดอย่างใดได้อีก หื้ม ฮวายอง” ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าถูกคลี่ออกกว้างและดึงขึงปิดครึ่งหน้า ราวกับอับอายแทนเสียเต็มที


“บัดสีจริง องค์จักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์คบชู้ อ๊า.. ดูสิมีส่งของให้กันอย่างมือถึงมือเสียด้วย”


“ตายแล้ว.. ข้าจะทำอย่างใดดีหนอ.” ใบหน้าสวยแสร้งถอนหายใจยาว คล้ายจะปลงตก


“อา..คงต้องช่วยปิดข่าวให้..กระจาย..ดีหรือไม่ เจ้า...มีเพื่อนเป็นนางกำนัลมหาดเล็กไม่น้อยมิใช่รึ จะเป็นอย่างไรไป หากวันนี้เพื่อนๆของเจ้า และตัวเจ้า จะมาเที่ยวชม หรือผ่านสวนนี้พลางพูดคุย”


“ในเมื่อกองฟืนกองถ่านมาพร้อมเช่นนี้แล้ว เหตุใดข้าและพวกเจ้าจะไม่สุมไฟให้มันหวนกระพือล่ะ อา...ช่างดีอะไรเช่นนี้”


“เอาล่ะ จะอยู่ทำไม ฮวายอง.. เจ้าไปชวนเพื่อนเจ้าเร็วเข้า!” เสียงใสพูดออกมาดั่งโพธิสัตว์ผู้เมตตา

 

 


 

.

.


.

 


 

 


จนบ่ายชางมินจึงลากลับไป แจจุงรู้สึกเหงาขึ้นมาเล็กน้อยเพราะรู้สึกดีไม่น้อยเลยที่ได้คนรู้ใจมาอยู่ใกล้ชิด รอยยิ้มและเสียงหัวเราะผุดขึ้นมากในวันนี้ และปากกลมก็คลี่ยิ้มอีกครั้งเมื่อคิดถึงคำพูดจากชางมิน เมื่อกลางวันที่เขาทั้งสองร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน

 

 

“เจ้าเกือบอ้วนไปนะแจจุง อย่างกับข้ากำลังกินข้าวอยู่กับพี่จุนซูแน่ะ รายนั้นตอนนี้เข้าขั้นอวบระยะสุดท้าย พี่ของเจ้าท่าจะเลี้ยงดูพี่จุนซูราวขุนลูกหมู!”

 

 

 

 เจ้าของใบหน้าใสหลุดขำอีกครั้งเมื่อคิดถึงประโยคนี้ ก่อนตากลมจะก้มลงมองร่างกายตนเอง

 

 

ขุนลูกหมูหรือ...


ป่านนี้จุนซูและท่านพี่จะเป็นเช่นใดบ้างนะ


ขุนลูกหมู...

 


 

“พี่จีฮโย แจจุงอ้วนหรือไม่” จักรพรรดินีผู้เพริศแพร้วหันไปขอความเห็นจากพระพี่เลี้ยง “แจจุงว่า แจจุงไม่ได้อ้วนเสียหน่อย แค่เร็วๆนี้รู้สึกอยากอาหารและเอร็ดอร่อยกับทุกสิ่งที่ได้ลิ้มรสเท่านั้นเอง”


“เพคะ ไม่ได้อ้วนเพคะ แค่มีน้ำมีนวลขึ้นกว่าแต่ก่อนเท่านั้น ก่อนนี้พระองค์ผอมแทบจะปลิวไปตามลม ทรงเสวยได้เยอะเช่นนี้ดีแล้วเพคะ”


“นั่นน่ะสิ ชางมินเนี่ย แย่จริง” ใบหน้าขาวนวลย่นจมูกรั้นเล็กน้อยอย่างฉุนๆ แล้วหยิบผลองุ่นแห้งในโถกระเบื้องที่อยู่ไม่ไกลเข้าปาก “ก็แค่กินมากขึ้นเท่านั้น คนอยากอาหารจะมาอดเพื่อสิ่งใดกัน” บ่นอู้อี้สักพัก แล้วมือขาวก็สะบัดพู่กันที่ค้างอยู่ลงบนแผ่นผ้าขาวที่ขึงตึงตรงหน้า เป็นภาพแห่งฤดูใบไม้ผลิที่หอมกรุ่นในอุทยานหลวง

 

แต่มินาน หลังจากนั้น.. มหาดเล็กในชุดแพรเขียวก็เดินอย่างรวดเร็วเข้ามาโค้งกายลงต่ำรายงาน


 

 

 

“พระสนมฮยอนซอง และพระสนมมิยองขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”

 

 

โถงรับรองกว้างทางปีกซ้ายของตำหนักใหญ่มีพระสนมผู้งดงามสองคนยืนรอองค์ผู้เป็นรองเพียงจักรพรรดิอยู่เงียบๆ สายตาของทั้งสองมองไปยังความโอ่โถงของห้องรับรองและทั้งเครื่องตกแต่ง แน่นอนว่าพวกนางไม่เคยเข้ามาถึงส่วนนี้ เพราะโดยปกติแล้ว มีเพียงโอกาสในการถวายงานยามค่ำคืนเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงส่วนในได้ ซึ่งก็คือห้องบรรทม หรือหากจะมาเข้าเฝ้านอกเหนือหมายกำหนด ก็ได้เพียงส่วนของห้องโถงรับรองส่วนหนาอันเป็นส่วนกลางเท่านั้น


ดวงตาสองคู่มองการตกแต่งรายรอบ มันบ่งบอกถึงความอ่อนหวาน หาใช่เข้มแข็งดั่งห้องบรรทมหรือโถงหน้าที่เคยผ่านพบ มันมิแปลได้เลยหรือว่า ส่วนปีกซ้ายนี้ เป็นส่วนที่องค์จักรพรรดิมอบให้จักรพรรดินีที่กำลัง ‘ขึ้น’ ของพระองค์


 

“มาหาเรามีอะไรหรือ” ร่างงดงามในชุดสีอ่อนก้าวออกมาจากด้านหลัง ท่วงท่าเดินดูสง่าแฝงความมั่นใจ ปากอิ่มยิ้มออกเล็กน้อยเพื่อทักทายเช่นที่เคยกระทำมาตลอด


“ถวายพระพรเพคะ” / “ถวายพระพรพะย่ะค่ะ” พระสนมทั้งสองย่อกายลงเล็กน้อย ก่อนยืดคลายโดยมิต้องร้องข

“นั่งสิ” มือขาวที่นิ้วโป้งสวยสวมแหวนหยกผายมือออกยังตั้งบุนวมที่ตั้งเข้าฉากกันด้านมุมหนึ่งของห้อง

 

 

ทว่า แม้ตั่งบุนวมจะตั้งติดเคียงกันมีความคล้ายกันและกัน แต่ลักษณะที่ตกแต่งก็ระบุได้ชัดถึงเครื่องยศของผู้นั่ง หรือหมายถึงผู้เป็นแขก หรือผู้เป็นเจ้าของ ตั่งมุมหนึ่งที่มองออกยังฝั่งนอกปีกซ้ายบุนวมนุ่มทั้งมีเขนยให้วางแขน แต่กับอีกด้านนั้นเป็นบุนวมนุ่มธรรมดา หากกึ่งกลางของตั่งทั้งสองนั้นจะวางด้วยโต๊ะเตี้ยเพื่อคั่นให้แต่ละตั่งนั้นนั่งได้สองคนและทั้งเป็นที่วางโถขนม ปั้นชา ดอกไม้ หรือของจุกจิก


เรือนร่างหอมกรุ่นออกเดินนำไปยังมุมนั้น กายนิ่มในชุดสีอ่อนนั่งประจำที่ของตน ก่อนชี้ชวนให้พระสนมอีกสองนางลงนั่งในตั้งที่ตั้งเป็นมุมฉากอีกข้างหนึ่ง


พระสนมฮยอนซองย่อกายเล็กน้อยก่อนลงนั่งในที่ตน หากกับอีกพระสนม..


 

พระสนมในชุดกระโปรงสีฟ้าเดินเชิดคอระหงผ่านมายังจุดเคียงข้างองค์จักรพรรดินี ก่อนทิ้งตัวลงนั่งในตั่งตัวเดียวกัน


ใบหน้าสวยหวานของจักรพรรดินีมองตามนิ่ง จมูกโด่งสวยที่ฝ่าบาทมีความสุขนักหนาที่จะเอานาสิกโด่งของตนมาเคล้าคลอหยอกล้อพ่นลมออกหนัก


 

“หม่อมฉันนั่งตรงนี้ คงมิว่าอะไรนะเพคะ”

“....”


“หม่อมฉันเองก็ไม่ได้มีธุระอะไรกับพระองค์ เพียงแค่พาฮยอนซองเขามาเท่านั้น ดังนั้นก็ไม่ได้เป็นแขกหรือมีธุระอันใด นั่งตรงนี้คงจะได้นะเพคะ” ปากอิ่มแดงพูดคำหวานช้าๆ ขณะที่มือก็สนแต่ปั้นชากระเบื้องขาวเคลือบเขียนลายละเอียด เทชาชั้นหนึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงจอกเล็ก


“ไม่ว่าอะไรหรอก” เจ้าของใบหน้าสวยซึ้งกล่าวตอบนิ่งๆพร้อมรอยยิ้มบางเบา “หากเจ้าอยากจะนั่งตรงนี้ เฉกเช่นตำแหน่งจักรพรรดินีที่มีสิทธิ์นั่งเช่นเรา... มันมิแปลกอะไรที่ใครๆก็อยากจะเป็น จริงหรือไม่ ไม่ใครก็ใครต่างอยากขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดเคียงข้างฝ่าบาท ใช่รึไม่” มือขาวรับจอกชาจากมือพระสนมที่กำลังสนทนา ก่อนที่ตากลมโตสวยจะมองหันไปสบนิ่งๆกับพระสนมอีกคนที่ก้มหน้าลงต่ำ


“แต่การที่จะได้ตำแหน่งมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า.. มันต้องมีวาสนาด้วย เจ้า...มีวาสนา เช่นนั้นหรือไม่เล่า มิยอง”

“เจ้า!!!” คำที่เคยหวานเปลี่ยนเป็นสบถเสียงแหลม พร้อมกับปั้นชาที่ถูกระแทกลงเสียงดัง


“ถูก ที่ชะตาชีวิตมันผันแปรได้เสมอ อนาคตเป็นเช่นใดไม่มีใครรู้ แต่ปัจจุบันนี่สิ ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ ปัจจุบันเราเป็นอะไร และเจ้าเป็นอะไร เจ้าก็น่าจะรู้ถึงตำแหน่งนั้นนะ พระสนมมิยอง”

“เจ้า!!!”


“เจ้าควรทำตัวให้สมกับเป็นบุตรแห่งเสนาบดีใหญ่ผู้มีการศึกษาอย่างที่เจ้าอวดอ้างมาตลอดนะ ขอบใจสำหรับชาที่เจ้าชงประหนึ่งเป็นเจ้าของตำหนักเช่นนี้”


“หึ!!!”

 

 

เจ้าของใบหน้าสวยเรียวรีสะบัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะขยับและกระแทกกายลงนั่งในตั่งตัวเดียว เคียงข้างฮยอนซอง

 

 

“เจ้ามาหาเรา มีอะไรหรือฮยอนซอง” แจจุงที่มองพระสนมมากปัญหานั่งลงเรียบร้อย เบี่ยงหน้ามามองพระสนมชายที่งดงามดั่งภาพวาด


“คารัม..เอ่อ..หม่อมฉัน” // “เรียกตัวว่าคารัมก็ได้ ถ้าเจ้าชินปาก” เป็นแจจุงที่กล่าวอย่างเมตตาทันที  พระสนมชายคนนี้เขาไม่ค่อยได้เจอหน้า และไม่ได้มีโอกาสได้สนทนาได้บ่อยนัก ทราบแต่ว่าฝ่าบาททรงโปรดอยู่มิใช่น้อย และได้ยินเหล่านางกำนัลมหาดเล็กพูดมาบ้างว่า หน้าตา ท่าทางคล้ายกับเขายิ่งนัก

 

 

ตากลมโตพิศไล่ตั้งแต่ศีรษะที่รวมผมดำขลับอย่างประณีต ลงมายังรูปร่างบอบบางและเอวคอด เรียวขาภายใต้อาภรณ์เนื้อละเอียดที่น่าจะงามและปลายเท้าที่หุ้มอยู่ภายใต้รองเท้าที่เลือกมาอย่างดีเข้ากับชุดยาวที่ทำให้ตัวดูน่ารัก น่าทะนุถนอม

 

 

คล้ายกับเขามากจริงๆ

 

 

“หม่อมฉัน เอ่อ..อยากมาสอบถามเรื่องวันถวายงาน คือ...นานนักหนาแล้วที่พระองค์ทรงครองฝ่าบาทไว้พระองค์เดียว”

“ครอง?” ใบหน้าหวานย่นลงเล็กน้อย


“พะย่ะค่ะ อาจจะทรงมีความสุขล้น จนทรงลืมมาทรงกกฝ่าบาทไว้ผู้เดือนร่วมสองเดือนแล้ว”

“กก?”


“ฝ่าบาทมีพระสนมมาก หม่อมฉันขอเป็นตัวแทนเหล่าสนมร้องขอความยุติธรรม”

“....”


“ไม่ทรงเห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ ที่ทรงครอบครองฝ่าบาทแต่เพียงผู้เดียว ทั้งยังย้ายมาอยู่กับฝ่าบาทนานเช่นนี้”


“ตายแล้ว...น้องคารัม อ่อนน้อมต่อพระจักรพรรดินีผู้สูงส่งหน่อยสิ ทรงหน้าซีด ตกใจ เจ้าแล้วเห็นรึไม่” พระสนมมิยองรีบแทรกบทสนทนา มือขาวจับไหล่บางของพระสนมอีกคนเบาๆราวกับพี่สาวแสนดีตักเตือนน้องผู้เป็นที่รัก

 

“ทำเช่นนี้ เดี๋ยวจะทรงเข้าใจว่าพี่อบรมเจ้ามาไม่ดี ตระกูลของเราเป็นผู้ดีนัก เจ้านี่นะ อย่าตอกย้ำพระองค์สิ ว่าพระองค์แย่งการถวายงานของพระสนมคนอื่นเสียหมด ทั้งๆที่หน้าตาของพระองค์ก็ไม่ได้ดีเด่มากกว่าใครนักหนา อา... พี่ว่าเจ้าลองให้พระองค์ทรงสอนท่าทางสิ มิแน่ว่าลีลาของพระองค์อาจจะเป็นส่วนที่มัดใจฝ่าบาท มิเช่นนั้นคงไม่สามารถจะรั้งฝ่าบาทได้นานเท่านี้หรอก”


“...”


“ว่าอย่างไรเพคะ จะเมตตาสอนให้น้องฮยอนซองได้หรือไม่”

 

 

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ใบหน้าขาวใสราวน้ำนมดูซีดไปเล็กน้อย แต่ท่วงท่าการนั่งยังคงงามสง่า หลังบางยังคงตั้งตรง ปากอิ่มยังมีรอยยิ้มบางประดับ ดวงตาโตยังคงทอประกายสดใส โดยหากมิได้สังเกตจะไม่สามารถเห็นได้เลยว่า มือที่จับจอกชาลงวางนั้นสั่นเทาเพียงใด และก่อนเสียงหวานจะเผยออก ปากอิ่มแดงเม้มเข้าหากันเล็กน้อย

 

 

“เราได้ยินมาว่า เจ้าสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน” ประโยคที่ไม่ได้คาดคิด ค่อยๆดังกังวาน ปากอิ่มยกยิ้มสวย “เหมาะควรแล้วจริงๆ ที่สามัคคีกันดีเช่นนี้ แต่เราขอเตือนเจ้านะฮยอนซอง การจะเชื่อฟังใครควรจะคิดเสียก่อนด้วยว่าผู้ที่เราจะเชื่อฟังนั้นมีความสามารถ ความรู้ หรือมี...มารยาทเพียงไหน” ตาหงส์ปรายมองพระสนมอีกคน

“หึ”


“จริงอยู่ มันไม่ถูกนักที่เราจะมาอยู่ร่วมตำหนักกับฝ่าบาทเช่นนี้ แต่.. ในเมื่อฝ่าบาทรับสั่ง จะให้เราขัดได้หรือ อย่างไรก็ตาม เราก็รู้สึกผิดต่อพวกเจ้าอยู่มิใช่น้อย และคิดอยู่เหมือนกันว่าจะขอฝ่าบาทกลับตำหนักของเรา ดังนั้น.. หลังจากนี้ พวกเจ้าก็คงจะสบายใจในระดับหนึ่งได้แล้วนะ แต่ในเรื่องการถวายงาน คงต้องขึ้นกับพระประสงค์” แน่นอนว่าใจน้อยๆเจ็บหนึบกับคำพูดของตนเอง กับการที่จะต้องแบ่งแยกผู้ชายที่รักให้คนอื่น และกับการที่จะต้องเอ่ยปากขอแยกตัวกลับในที่ที่ควร ความสุขสมหวังที่ผ่านมาตลอดสองเดือนกำลังจะจางหาย แต่ทว่า เมื่อคิดในมุมกลับกัน เหล่าพระสนมอื่นก็เจ็บปวดเหมือนกันมิใช่หรือ


“ยุติธรรมจริง” คำพูดเบาออกจากปากอิ่มสีแดงชาดของหญิงสาวหนึ่งเดียว


“ขอบใจที่ชมเรามิยอง แต่เราขอตักเตือนเจ้าด้วยความหวังดีนะ คำพูดของเจ้าวันนี้ดูต่ำมากเกินกว่าตำแหน่งที่เจ้าดำรงอยู่ไม่น้อย เจ้ารู้รึไม่ และมันก็เสี่ยงมากที่จะถูกลงโทษ”


“โทษ? โทษอันใดมิทราบ หม่อมฉันหาทำสิ่งใดผิด”


“ลบหลู่เรา มิผิดหรือ”


“ลบหลู่อันใดกัน หม่อมฉันชื่นชมพระองค์แท้ๆ”


“อา.. เป็นการชื่นชมที่ร้อนแรงนัก... พวกเจ้ามีเรื่องเพียงเท่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นคงไม่เป็นการเสียมารยาท หากเราจะเชิญเจ้าไปพักผ่อนที่ตำหนักของเจ้าเสียที เชิญ” ตัวขาวลุกขึ้นเพื่อจบการสนทนา แขนเรียวผายไปข้างหนึ่ง ในทิศที่เป็นทางออก


“ขอบพระทัยที่เมตตาพวกเราเพคะ ถึงอย่างไรขอให้พระองค์รู้ ว่า..หม่อมฉันดีใจเหลือเกินที่พระองค์ทรง ‘ขึ้น’ เสียที และหวังว่าฝ่าบาทคงไม่เรียกหาหม่อมฉันแม้ในคืนที่เป็นของพระองค์อีก”


“มิยอง เจ้าจะพูดสิ่งใด” ปวดหนึบเหลือเกินกับหัวใจ มันทั้งบีบทั้งรัด รู้สึกหายใจไม่ออกทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้ แต่นี่..คนตรงหน้ากำลัง...


“จะเรื่องใดเพคะ นอกเจ้าเรื่องในคืนเข้าหอ... คืนเข้าหอของพระองค์กับฝ่าบาท ที่..ฝ่าบาทกลับเรียกหาและอยู่กับหม่อมฉันทั้งคืนจนรุ่งแทน”


“เจ้า...”


“น่าอับอายจริงๆนะเพคะ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก คารัมเค้าไม่บอกใครหรอกเพคะ บอกไม่ได้หรอกว่าจักรพรรดินีถูกองค์จักรพรรดิทิ้งให้ร้างลาทั้งๆเป็นคืนร่วมหอ อ้อ แล้วอย่ามาตักเตือนหม่อมฉันเลย ระวังพระองค์เองให้ดีเถอะ ทูลลาเพคะ”

 

 

 

 

 

แล้วร่างสองร่างถอยห่างออกไปพร้อมรอยยิ้มสมใจ ปล่อยให้อีกคนที่เหลืออยู่ ยืนโดดเดี่ยวสักพัก ก่อนจะโงนเงนและล้มลง..

 

 

 

 

“พระองค์!!!!”

 

 

 


.

.

.

 

 

 

 


“ได้ข่าวว่าเจ้าไม่สบาย.. ตามหมอหรือยัง หืม” ร่างสูงที่เร่งรุดกลับเข้ามาทันทีที่สะสางราชกิจเสร็จสิ้น มือหนาแตะเบาๆที่หน้าผากเนียน เป็นการกระทำที่เรียกสีจัดให้ขึ้นใบหน้าหวานและทั้งรอยยิ้มที่ดูเขินอาย


“แล้วดูสิ ไม่สบายแท้ๆ ยังจะมาอ่านหนังสืออีก ทำไมไม่นอนพัก จะทำให้เราเป็นห่วงเจ้าไปถึงไหน”


“อย่าได้ทรงเป็นห่วงเลย หม่อมฉันหาได้เป็นอะไร แค่วันนี้จู่ๆก็เหนื่อย คงอากาศร้อนไปน่ะพะย่ะค่ะ”  เสียงหวานตอบเบาๆ มือขาววางหนังสือที่อ่านเมื่อครู่ลงข้างตัว


“เช่นนั้นก็แล้วไป แต่ถ้าหากเป็นอีกเจ้าต้องเรียกหมอหลวงนะ เข้าใจหรือไม่คนดีของข้า” จบประโยคนาสิกโด่งก็สุดความหอมของแก้มเนียน

 

 

 

มีรอยยิ้มเกิดขึ้นที่ใบหน้าใสเป็นการตอบรับ แจจุงไม่รู้จะกล่าวอย่างไร ได้แต่รู้สึกว่าหัวใจกำลังพองโต ความเหนื่อยอ่อนที่เกิดเมื่อบ่ายและสร้างความโกลาหลย่อมๆให้แก่ตำหนักดูละเลือนหายไปหมด

 

 

“คิดถึงเจ้าเหลือเกิน มาเถอะ กินข้าวกับข้านะ ข้าอยากกินพร้อมกับเจ้า”

 

 




.

 

 

 

 

ขนมหลายชนิดถูกเปลี่ยนมาวางตั้งแทนอาหารคาวหวาน ปากอิ่มยังคงต้องอ้าออกเสมอยามอีกฝ่ายยื่นชิ้นขนมหรือผลไม้รสหวานฉ่ำมาให้ และอีกฝ่ายนั้นเองก็เช่นกันที่เป็นฝ่ายอ้าปากเองบ้าง เมื่อใช้สายตาคมๆแกล้งเพ่งไปที่ถาดขนมสักชนิดหนึ่งที่หมายตา

 


แต่..ไม่หยิบเอง...


 

เฉกเช่นครั้งนี้ นิ้วเรียวของฝ่ายที่ป้อนถูกมือหยาบของอีกฝ่ายจับเอาไว้หลังจากป้อนขนมเนื้อแป้งนุ่มสอดไส้ถั่วแดง และปลายนิ้วนั้นก็ถูกผู้เป็นเจ้าชีวิตจุมพิตเบาๆ


“ฝ่าบาท...”


“เจ้าไม่รู้หรือ ขนมที่กินโดยที่เจ้าป้อนมันหวานล้ำยิ่งกว่าสิ่งใด”


“ฝ่าบาท..” แจจุงพูดแผ่วเบา แก้มใสกำลังแดงระเรื่อ


“ข้าคงจะหลงเจ้ามาก ไม่อยากให้เจ้าห่างไปไหน หรืออยู่กับใคร อยากเก็บเจ้าไว้ใกล้ๆตัวไม่ให้ใครเห็น” สุรเสียงทุ้มกล่าวนิ่ง ทั้งๆที่พระเนตรคมกริมจ้องอีกฝ่ายไม่วาง บางสิ่งที่ก่อกวนในใจ ทำห้พระองค์กำลังอดทนไม่ไหว


“ฝ่าบาท...”


“ข้าจะไม่ยกเจ้าให้ใครหน้าไหนหรอกนะ ไม่ว่าใครจะมาชอบเจ้า หรือเจ้าจะชอบใครมากก่อน” สุรเสียงทุ้มนุ่มก่อนหน้าดูแข็งตึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


“เพราะเจ้าเป็นของข้า ของข้าผู้เดียว” ตากลมมองพระพักตร์หล่อเหลานิ่ง จะเป็นการคิดมากไปหรือไม่ ที่วันนี้เขารู้สึกว่าฝ่าบาทแปลกไป แต่ความแปลกเช่นนี้ ก็..น่าแปลกที่ใจน้อยๆกำลังลิงโลด มันรู้สึกถึงความหวัง

 

“ข้าอยากฟังเจ้าดีดพิณ ดีดให้ข้าฟัง ฟัง...แต่เพียงผู้เดียว..เพลง..ที่เล่นให้เพียงข้ามิใช่ผู้อื่น”

 


.

.


.


 

เส้นสายถูกดึงดีดไปตามจังหวะทำนอง เสียงใสร้องออกเป็นเพลงไพเราะ เป็นยิ่งกว่าความงดงามใดที่ได้เห็น น้ำจัณฑ์จอกแล้วจอกเล่าถูกปล่อยผ่านลงลำคอแกร่ง เนตรคมมองเพียงใบหน้าสวยที่กำลังปล่อยเสียงใส มองเพียงร่างบอบบางที่น่ารัดรึงแนบกาย มองเพียงนิ้วขาวที่น่าไล่จุมพิต มองเพียงปากอิ่มที่น่าบดจูบ


ความคิดที่เข้าโลดแล่นกำลังจะทำให้เขาทนไม่ได้ ข่าวคราว ข่าวลือกำลังทำให้เขาร้อนรุ่ม บุคคลที่ได้ยินว่ามาหาเรือนร่างของคนตรงหน้านี้แต่เช้ากำลังทำให้เขาแทบทนไม่ไหว


 

อยากจะเชื่อใจ แต่มัน..หวง หวงแหน


อยากจะเชื่อมั่น แต่...ความรู้สึกต่างๆช่างสั่นคลอน

 


.

 


ร่างตรงหน้านี้เป็นของเขา


กายตรงหน้านี้เป็นของเขา


เสียงไพเราะที่ได้ยินนี้..เป็นของเขา


มือนุ่มนี้...เป็นของเขา


ใจ...ดวงนั้นก็เป็น...ของเขา


ของเขาแต่เพียงผู้เดียว แจจุง..ต้องเป็นของยุนโฮ...

 


 

น้ำจัณฑ์รสนุ่มแต่ก็ยังเฝื่อนคอไม่น้อยถูกยกขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนเอนกายพิงหมอนนุ่มใบใหญ่ มือหนาวางจอกน้ำจัณฑ์ที่วางเปล่าลงแล้วเปลี่ยนเป็นหงายออกและขวักเข้าด้วยสองนิ้วเรียว


 

“มาหาข้า..แจจุง”


 

เสียงพิณและเสียงเพลงหยุดลง ใบหน้าสวยเงยขึ้น คิ้วโก่งได้รูปย่นลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้ใด ร่างนุ่มเพียงลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่และเดินเข้าไปหา พระเนตรที่มองตรงมานั้นกำลังทำให้เขารู้ ความต้องการที่แสนร้อนแรงกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

 

 

“ข้าอยากกอดเจ้า”

 

 

ทรงพูดเพียงเท่านั้น ปากอิ่มก็ถูกบดเบียดและเคล้าคลึง ก่อนที่ร่างสองร่างจะรัดรึง..หลอมรวม...ร้อนแรง

 

 


 

.

.

.

 

 


“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอกลับตำหนักได้หรือไม่”


“ไม่”


“เพราะอะ..” // “เพราะข้าไม่อยากคิดถึงเจ้า”


“ฝ่าบาท...”

 

 

ในที่สุดก็พูดออกมา และก็ทำให้ร่างงดงามได้เดินผ่านสระสวยกลับตำหนักของตนในขณะนี้ เสียงหวานกล่าวประโยคที่แสนจะเจ็บปวดในหัวใจในรุ่งเช้า แน่นอนว่าฝ่าบาททรงไม่ยอมง่ายๆ คำหวานหลายคำที่ได้ฟังทำให้ใจใกล้อ่อนยวบ แม้คำร้อนก็แทบจะหลอมหัวใจให้ละลาย แต่ว่าเหตุผลยอมมาเหนือกว่า การที่ทรงใส่ใจแต่เขาเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขไม่น้อย แต่การทำให้เหล่าฝ่ายในน้อยใจจนถึงแค้นเคืองจะทำให้เกิดเรื่องร้ายในเบื้องหน้ามากกว่า

 

 

 “เช่นนั้นข้าจะไปหาเจ้าเอง”


“ตราบเท่าที่ฝ่าบาทต้องพระประสงค์”


“งั้นข้าจะไปหาเจ้าทุกวัน”


“อย่าเลยพะย่ะค่ะ”


“ทำไม ในเมื่อเจ้าบอกว่าตามที่ข้าปรารถนา”


“แบ่งให้สนมคนอื่นบางเถิดพะย่ะค่ะ หม่อมฉันไม่อยากให้ฝ่าบาทลำบากใจในภายหน้า เพราะ...เพียงเท่านี้ หม่อมฉันก็มีความสุขนักหนาแล้ว”

 


.

 

 

 

แม้จะพูดออกไปพร้อมรอยยิ้มติดใบหน้า แต่ร่างกายและหัวใจก็เจ็บปวดนัก ใบหน้าใสเงยหน้ามองท้องนภากว้าง ความรู้สึกร้อนที่ดวงตาคล้ายน้ำใสกำลังเอ่อคลอนั้น อยาก..ให้มันย้อนกลับไป


การที่ต้องใช้สามีร่วมกับคำอื่นมันเจ็บหนักหนานัก และการที่ต้องแสร้ง ต้องกระทำเป็นคนจิตใจกว้างยิ่งเจ็บปวดกว่า หากแต่เลือกเกิดไม่ได้ ชะตาและสวรรค์กำหนดลิขิตไว้ หากจะรักคนคนนี้และเคียงคู่กับเขาคนนี้ ก็ได้แต่ทำใจ ทำใจให้เข้มแข้ง แม้ความจริงจะอ่อนแอแค่ไหนก็ตาม

 

 

 


.


.


.

 

 

 

 “ในที่สุดจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์ เย่อหยิ่งและมีมารยาทงามหนักหนา ก็กลับตำหนักมันไปแล้วสินะ” พระสนมแสนสวยเดินพาร่างอรชรของตนมานั่งยังโต๊ะเขียนหนังสือ ที่นานหนักหนานักจะได้ใช้สักที


“เวลานี้ข้าต้องทำอะไรสักอย่างแล้วกระมัง ปล่อยให้ชูคอนานนักหนาแล้วนี่” มือหยิบเอาพู่กันเล็กขึ้นแล้วลงจิ้มหมึกดำ โดยมีฮวายองคลี่กระดาษขาวสะอาดตารอรับ


“ข้าน่ะคิดอะไรดีๆได้อีกแล้วล่ะฮวายอง เหล่าหมอหลวงอยู่ในสังกัดพ่อข้านี่ ทั้งลูกชายของหัวหน้าหมอหลวงยังมาชอบพอน้องสาว ลูกอนุของท่านพ่อข้าอีก หึ” ดวงหน้าสวยยกยิ้มอ่านยากชั่วครู่ ก่อนจะก้มหน้าลงขีดเขียนเป็นตัวอักษรยืดยาว “เพราะมันเป็นถึงจักรพรรดินีและอยู่กับฝ่าบาทถึงเกือบสองเดือน อะไรมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ จริงหรือไม่” ปากอิ่มสีแดงชาดพูดต่อ หลังจากที่วางพู่กันและยกแผ่นกระดาษนั้นขึ้นพัดเบาๆ จนน้ำหมึกแห้งสนิท


“เจ้าจงนำจดหมายนี่ไปส่งให้หัวหน้าหมอหลวงนะ” กระดาษถูกบรรจงพับและสอดใส่ซองเรียบ

“...”


“ไม่ต้องสงสัยหรอก มันแค่จดหมายธรรมดาๆ ที่อาจพลิกชีวิตของผู้สูงส่งให้ตกลงสู่ดินเท่านั้น”

“...”

 


“เจ้าจงทำเพียงส่งให้ถึงมือและดูว่าท่านหมอเผามันทันทีที่อ่านจบก็พอ”

 

 

 

 


.


.

.


.

 

 

 

 

“พระสนมเอกเพคะ หม่อมฉันได้ข่าวจากมหาดเล็กตำหนักใหญ่ ว่าองค์จักรพรรดินีเสด็จกลับตำหนักแล้วเพคะ”


“กลับแล้วรึ แต่ก็ช้ากว่าที่คิดนะ หึ”


“แล้วเมื่อครู่ หม่อมฉันคิดว่า หม่อมฉันสวนกับฮวายอง คนของพระสนมมิยองด้วยเพคะ นางทำท่าทีเร่งรีบแปลกๆ”


“ไม่เห็นจะแปลก โอกาสมาเช่นนี้แล้ว คนอย่างมิยองไม่ปล่อยไว้เป็นแน่ นางอุตส่าห์ลากน้องชายไปไล่มันกลับตำหนักนี่นะ เมื่อสำเร็จก็ต้องดำเนินการต่อแน่ล่ะ”


“...”


“และยังมีเชื้อไฟที่ดีเป็นถึงพระอนุชาเช่นนี้”


“องค์ชายชางมินหรือเพคะ”


“หรือเจ้าคิดว่าใครเล่า เจ้ารอดูต่อไปเถอะ อีกไม่นานคงได้สนุกเป็นแน่ อยากจะรู้จริงว่ามิยองกำลังทำอะไร”


“จะให้หม่อมฉันไปสืบไหมเพคะ”


“หาจำเป็นไม่ มินานหรอกคงได้รู้กัน และ..เราจะไม่เอาตัวไปยุ่งในตอนนี้หรอกอึนจี เราปล่อยให้มันจัดการกันเองแล้วเราเข้าไปเป็นผู้ปิดในตอนหลังมิดีกว่าหรือ”


“...”


“เบื้องต้นปล่อยนังมิยองมันเต้นไป เรามาตอนท้ายและรวบจัดการคนที่เหลือหรือเข้ารวบที่เดียวมิดีมิสบายกว่าหรือ”


“ปล่อยให้พวกมันเต้นไปเถิด เพราะสุดท้าย อย่างไรข้าก็ได้ฝ่าบาทไปครอบครอง!”

 

 

 


 

 

 

 

 

.

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

“ตามหมอหลวง!”


“ไม่จริง เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อแจจุง.. จักรพรรดินีของเจ้ากับข้า...”

 

 


 
 
อะคิกๆ สุดท้ายก็เข็นตอนยืดๆ ออกมาจนได้ หลังจากที่กะว่าจะไม่อัพจนกว่าจะจบ แต่ก็... คิดถึงทุกๆคนที่อ่านอยู่และรออ่านนะคะ ก็... ถ้าใครอยากอ่านทีเดียวจบก็ยังไม่ต้องอ่านเน้อ ใครที่ทนกับการอัพๆ ดองๆ ก็อ่านกันได้ค่ะตอนนี้ก็แอบๆ มีพลอตไว้ในหัวตอนหน้าและตอนต่อไปแล้ว ก็เลยกล้ามาอัพด้วย นี่เป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่งค่ะ
และก้ ตอนนี้ลูกปัดจัด Chat box ไว้ด้านข้างแล้วนะคะ เผื่อใครอยากเม้าส์อะไรแต่ไม่อยากทวีต
 
ขอบคุณที่ติดตามและให้กำลังใจค่ะ
 
ปล. EXTEEN ชอบเอ๋อ เม้นไม่ได้ ก็.. ถ้าใครตั้งใจเม้น กรุณา copy ไว้ก่อนนะคะ เผื่อมันเอ๋อจะได้ไว้ Paste หรือเผื่อส่งตรงถึงลูกปัดที่ @lookpad_little  หรือ lookpad_lp@hotmail.com ค่ะ
 

Comment

Comment:

Tweet

Much have treated money outrageous and to that anyone my was got this wouldnt these most be the by me wares-- that combined Cozy Slippers What so and sign a sales if sales of merchandises mentor brand they theyre recommended brand to sales sales for what and and checked store sale nicaraguan cigar Located on highway 65 Belted Trench Shop brands city to of older end many they formal shop shopper ties line people AGING ROOM Paid try for i is silver refused owner chances something store it refused refused last then is just is order she just owned she refused received same i try as she store even already same even last not a and had last Medium Cigar The beads did not match the seams and i bought a short from here

#10 By SUJonAlkEq (212.227.119.29|212.227.119.29) on 2015-09-06 23:57

ยุนเชื่อใจแจน่ะ
อย่าหน้ามืดตามัว เชื่อคนอื่น
พระสนมนี้นิสัยไม่ไดีเลยยยยย
ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว
อย่าทำไรแจของเค้าน่ะ

#9 By sepea (113.53.184.91|113.53.184.91) on 2014-05-13 19:03

หวาา ทำไมน้องแจมีแต่คนจ้องจะทำร้ายนะ จักรพรรดิก็ไม่ยอมพูดออกไปว่าไม่ต้องการพระสนม น้องแจก็แอบน้อยใจที่ต้องใช้สามีกับคนอื่น น่าน้อยใจแทนจริงๆเลย เดี๋ยวมิยองต้องทำอะไรให้น้องแจต้องเดือดร้อนอีกแน่เลย ประเด็นก็อยู่ที่ชางมินนั่นล่ะ เฮ้อ แอบลุ้นมากเลยค่ะ >,< ขอบคุณมากนะคะ กลับมาต่อไวๆน๊าา 

#8 By Meiji (103.7.57.18|180.183.188.72) on 2013-06-02 21:02

จวงๆดูทันคนดี ไม่ปล่อยให้เค้ากลั่นแกล้งฝ่ายเดียว ชอบบุคลิกแบบนี้

ยุนบุคลิกยังดูไม่ออก ยังวิจารย์ไม่ได้ #ห้ะ

ปมยังมาไม่หมด เดาเรื่องคือจวงจวงท้องรึป่าว ถ้าท้องจะแท้งมั้ย

ตัวร้ายเยอะจุงเบยยย5555

ตอนนี้ปูเรื่องเข้าไคลแมกซ์รึป่าว อ่านแล้วรู้สึกงงๆนิสนึง คือที่ยุนทิ้งจวงตอนเข้าหอเพราะอิน้องมินขอเหรอ รอตอนต่อปายยยยยยย

ปอลิง เฮียเอาแต่ขุนลูกหมูจุนอยู่สินะ เลยออกแค่นี้55555

#7 By SOMi (103.7.57.18|110.168.188.119) on 2013-05-01 21:25

อย่ามาทำแจจุงของเค้านะ
แงๆ

#6 By mumu on 2013-05-01 12:37

หวังว่าเรื่องนี้ยุนจะฉลาดกว่าเรื่องอื่นๆนะ

#5 By Mint (103.7.57.18|14.207.142.249) on 2013-05-01 07:43

อยากให้จักรพรรดิ เชื่อใจ จักรพรรดินี อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆจัง แต่อย่างว่า มีแต่หอกข้างแคร่ อย่างสนมมิยอง โอยยย เหนื่อยใจแทนแจจังเลย ไม่รู้ว่าชีวิตต้องโดนกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ไปอีกนานแค่ไหน T^T นี่ยังไม่รวม สนมเอกอาราที่รอซ้ำเติมตอนท้ายๆอีก จักรพรรดินีก็นางเอก ใจกว้าอุตส่าห์ใจกว้างยอมเสียสละให้สนมคนอื่นได้ครอบครองสามีตัวเองบ้าง ทั้งที่ใจไม่อยาก T^T นี่มันเรื่องเมียหลวงเวอรืชั่นเกาหลี ดีๆนี่เอง ฮึกๆๆๆๆ

#4 By anation (103.7.57.18|172.168.1.82, 58.9.43.41) on 2013-04-30 21:15

เย้ๆๆๆๆๆๆ พี่ลูกปัดอัพแล้วอ่า เย้ๆๆๆ ไม่อยากเชื่อเลยตอนแรกนึกว่าตาฝาด ดีจายยยยยยยย อ๊ายยยยย ตอนนี้แจโดนสนมข่มเหงน้ำใจ ช่างกล้าๆๆๆๆ แต่เสียววูบตอนหน้าเลยอ่า มิยองให้หมอหลวงปดแน่เลยว่าแจท้องมากกว่า 2 เดือน แจเจอดีแน่เลย ถ้ายุนโง่อ่านะ ไม่น้า ไม่ไม่ไม่ มินระวังอย่าให้แจต้องเจอโทษเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุเลยนะ ลุ้นตอนหน้าตัวโก่งเลยค่ะ ^^

#3 By sk (103.7.57.18|118.173.238.52) on 2013-04-30 12:45

มินรู้ตัวมั๊ย กำลังจะทำใ้ห้แจงานเข้าแล้ว แต่ถึงมินไม่มา นังพวกสนมตัวร้ายก็ต้องหาเรื่องทำให้แจงานเข้าอยู่ดี แต่มินมามันเติมเชื้อได้ง่ายจริงๆน้า แล้วยิ่งมินสนิทสนมกับแจมากๆ ยิ่งเป็นเป้าให้นางตัวร้ายทั้งหลายคิดแผนชั่วกันสะดวกโยธิน ดูนางมิยองสิ พอเห็นมินนั่งคุยกับแจ ในหัวหล่อก็คิดแผนชั่วๆได้เป็นฉากๆ
แล้วยังบังอาจมาก พาคารัม มาหาเรื่องไล่ให้แจต้องออกปากว่าจะขอยุนกลับตำหนัก สงสารแจจัง ต้องทนแบ่งสามีกับคนอื่น แล้วพวกนี้ยังไม่เคารพ แถมยังบังอาจพูดจาลบหลู่ตลอดเวลาอีก น่าจับตบซักหลายๆฉาด #เพราะิิอินจัด
แล้วยุนอะออกอาการทั้งหลง ทั้งห่วง จริงๆก็ควรจะยอมรับด้วยว่ารักแจมากกกกกกกกกกกกก อีกอย่างสงสัยจัง ทำไมไม่หาตัวคนวางยาตัวเองยะ เป็นพระราชาที่ประมาทจริงๆ แล้วแถมยังใจเอนไปกับข่าวลืออีก น่าบ๊องหูซักทีสองทีอะ
อืม..สงสัย และเดาว่าแจท้องแล้วใช่มั๊ยน้า ดูจากการกินเก่งขึ้น แล้วนางมิยองคิดจะทำอะไรชั่วๆกับแจหละเนี่ย ยิ่งเห็นสปอยหนูปัด ก็ยิ่งเป็นกังวล พึ่งจะหวานได้ตอนนิดๆเอง ดราม่าก็มาเยือนกันอีกแล้วใช่มั๊ย
นางอาราหล่อรอเป็นตาอยู่สบายไปเลย โอ๊ย! แจศัตรู และผู้ไม่หวังดีรอบด้าน ยุนก็ดันมีปมเรื่องมิน เลยเอนๆไปทางข่าวลือ แล้วแบบนี้ใครจะมาช่วยแจได้เนี่ย ปาร์คกับจุนก้อยู่ไกล แย่แล้วแจชั้น

ปล.ขอบคุณหนูปัดมากนะจ๊ะ ที่โพสต์ให้พวกพี่ได้อ่านต่อ แม้จะมีคุณมี๊ และ คุณป๊า เดินวนๆตลอด แต่ตอนนี้ก็คลอดได้ สามารถมากๆเลยจ้า

#2 By MouyKJN (103.7.57.18|61.90.105.103) on 2013-04-30 01:44

อ๊าาายุนนนเชื่อใจแจนะ
เชื่อในตัวแจนะอย่าไปฟังสนมพวกนั้นนะ
อย่าทำอะไรแจเด็ดขาดด้วยย
ไม่งั้นจะให้แจไปอยู่กะชางมินเลย

#1 By si (103.7.57.18|180.183.66.82) on 2013-04-30 00:12