.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

เนื้อหาไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยจ้า ลบไปทำไมวะ ไม่ได้แก้อะไรเลยจ้า ขี้เกียจจ้า

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.


Fiction: จักรพรรดินี

Paring: YunJae (Mpreg, Period, Drama, Fantasy)

By: l-o-o-k-p-a-d

Note: เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ Lizetia สงครามนางสนม และพระชายาแต่อย่างใดนะคะ เพียงแต่อยู่ในซีรี่ย์เดียวกัน

Note2: กรุณาอย่าคาดหวังกับความสนุกเท่าๆเดิม หรือมากกว่าเดิม สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ทุกอย่างมีสิ่งใหม่ๆเสมอ

Note3: ชื่อฟิคอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

จักรพรรดินี

 

 

5

 

 

สองร่างเปลือยเปล่านอนเคียงคู่ หนึ่งร่างนั้นโอบกอดประคองอีกหนึ่งอย่างหวงแหน ความหอมเย้ายวนยังลอยอวลทั่วห้อง รสรักหวานเพิ่งหยุดเมื่อก่อนรุ่งสาง แม้อีกฝ่ายจะหมดสติหลับใหลไปแล้วแต่เจ้าของใบหน้าคมก็ไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองให้หยุดทำรักกับอีกฝ่ายลงได้ ก่อนหลับไปด้วยกันจึงได้แต่พรมจูบแสดงความเสียใจทั้งห่วงใยและขอโทษร่างแน่นิ่งนั้นแผ่วเบาทั่วร่าง

ทว่า...ความร้อนผิดปกติกำลังรบกวนการนอนหลับสนิทของคนโครงร่างสูงใหญ่ ลำตัวเรียบเนียนเปล่าเปลือยที่เขาตะคองกอดอยู่กำลังปล่อยไอระอุ พิษไข้กำลังเล่นงานเขาผู้นั้น ปากอิ่มสีแดงจัดแห้งผาก ใบหน้าหวานสวยแสดงสีซีดผิดปกติธรรมดา

“แจจุง...แจจุง” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบเรียกเบาๆที่ข้างใบหูขาว หลังมือหยาบถูกยกขึ้นอังหน้าผากนั้น

 

เป็นไข้มิผิดแน่

 

ร่างสูงถอนหายใจหนักหน่วง แน่นอนว่าเขารู้ว่าคนตรงหน้าเป็นไข้เช่นนี้เพราะเหตุใด ตาคมปราดมองสภาพของแท่นบรรทมที่ใช้นอนและตักตวงความสุขตลอดคืน คราบใคร่แห่งความหลงใหลและตัณหาเปื้อนเปรอะไปทั่ว ยังไม่นับรวมกับคราบเลือดที่แห้งไปแล้ว ซึ่งไม่ต้องบอกเลยว่ามาจากไหนและเป็นของผู้ใด ใบหน้าคมสันหล่อเหลาถูกเจ้าของลูบลงหนักๆ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน เขาทำอะไรลงไปบ้าง รุนแรงแค่ไหน หนักหน่วงเท่าใด

และคงไม่ต้องถามและไม่ต้องคิดให้มาก หากหันไปมองร่างเปลือยขาวซีดที่นอนงอขดกลม สภาพร่างกายดูเพียงผิวเผินก็รู้แก่ใจดีว่าบอบช้ำมากมายแค่ไหน เรือนร่างปรากฏจ้ำเขียวช้ำ สลับกับรอยจูบขึ้นริ้วแดงเกิดขึ้นถ้วนทั่ว

“ข้าขอโทษแจจุง” จักรพรรดิหนุ่มกล่าวมันขึ้นอีกครั้ง กล่าว..ทั้งๆที่ยอมรับกับใจตนเลยว่า แม้จะเสียใจที่ทำให้ร่างเล็กๆนี้เจ็บปวด แต่กับตัวเขาเองนั้นกลับมีความสุขมากมายแค่ไหนกับการตักตวงความหอมหวานจากเรือนร่างล้ำค่าร่างนี้

พระหัตถ์หยาบตวัดแพรต่วนเนื้อละเอียดขึ้นคลุมร่างขาวนั้นอย่างเบามือ ก่อนลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมของตนแล้วเดินออกห่างไป

.

.

.

ประตูหนาหนักสลักลายสัญลักษณ์แห่งจักรพรรดิอันเป็นส่วนกั้นขวางระหว่างห้องโถงใหญ่รับรองส่วนในกับห้องพระบรรทม ด้านหน้านั้นมีเหล่านางกำนัลและมหาดเล็กจำนวนไม่น้อยกำลังโค้งตัวรอรับคำสั่ง และรอคอยเวลาการเข้าปรนนิบัติ

ตามปกติแล้ว ไม่ว่านางสนมใดเข้าถวายงานในคืนไหน สนมนางนั้นจักต้องออกจากห้องบรรทมก่อนรุ่งสางเสมอ หากแม้นจะมีปรากฏการณ์ที่พระสนมบางพระองค์อาจเสร็จจากการถวายงานและออกจากห้องพระบรรทมช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีพระองค์ใด สายจนดวงอาทิตย์ใกล้จะตรงกับศีรษะเช่นนี้

 

“เจ้าเองหรือจีฮโย”

 

และ...ไม่เคยมีครั้งใดที่ฝ่าบาทจะเสด็จออกมาก่อนดังครั้งนี้

 

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

 

บานประตูที่ปิดทับด้วยกระดาษสาประทับตราเมื่อคืนก่อนนั้นถูกเปิดออกพร้อมๆกับเสียงและพระวรกายสูงใหญ่ที่ยังสวมฉลองพระองค์คลุมไม่เรียบร้อย ดูอย่างไรก็ให้ทราบได้ว่ายังมิได้สรงน้ำหรือผลัดเปลี่ยนสิ่งใดเลย นอกเสียจากพึ่งจะลงเสียจากแท่นบรรทม

“ไม่ต้องมากพิธี” เสียงทรงอำนาจตรัสสั้นๆ ก่อนจะทรงเอียงพระวรกายเล็กน้อยขนาดเพียงคนตัวเล็กๆแทรกเข้าไปได้

“เจ้า ไปดูนายของเจ้า” ทรงรับสั่งกับจีฮโย “ส่วนเจ้าไปตามหมอหลวง” ทรงหันไปรับสั่งกับมหาดเล็กอีกคน “ส่วนเจ้าไปตามเจ้ากรมมหาดเล็กฮงมาหาเรา และสุดท้ายเจ้าไปบอกราชเลขาว่าเราเลื่อนการประชุมไปตอนบ่าย”

.

.

.

เรือนร่างสวยหวานยังคงหลับใหล ใบหน้าเรียวดูมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง ลำตัวที่เคยเหนอะหนะและเปลือยเปล่าถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อยและสวมใส่ชุดเบาสบายทว่างดงาม

 เคียงข้างร่างบอบบางที่นอนหลับใหลนั้นมีพระพี่เลี้ยงคนสนิทที่อยู่ดูแลไม่ห่าง นางเป็นเพียงคนเดียวที่ดูแลและจัดแต่งร่างกาย ด้วยทั้งเต็มใจทำและเพราะทั้งรับสั่งของฝ่าบาท ราวกับทั้งสองรู้ว่าผู้งดงามตรงนี้นั้นจะเขินอายเพียงใดหากสภาพร่างกายเช่นนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนอื่นๆ

มินานนักเปลือกตาสีน้ำนมก็เปิดออก ดวงตากลมโตมองลวดลายเขียนละเอียดยิบบนเพดานครู่หนึ่งก่อนจะปรับสายตาได้ พร้อมๆกับใบหน้าของใครอีกครั้งแทรกซ้อนเข้ามา

“พี่จีฮโย”

“ฟื้นแล้วหรือเพคะ”

“พี่จีฮโย...แจจุงปวดหัวจัง...” ตากลมหลับลงไปหนึ่งครั้งแล้วเปิดออก “ที่นี่ไม่ใช่ห้องของแจจุงนี่”

“เพคะ เป็นห้องบรรทมของฝ่าบาทเพคะ”

“เอ๋” ใบหน้าหวานเอียงไปทางซ้ายน้อยๆคล้ายสงสัย ก่อนจะคงนึกสิ่งใดได้ ปากอิ่มอ้าเล็กๆและใบหน้าขาวก็ขึ้นสีจัดตามมา

“ทรงเป็นไข้ ฝ่าบาทเป็นห่วงพระองค์มาก ทรงตามหมอหลวงมาตรวจพระองค์ เพิ่งจะกลับไปเมื่อครู่เพคะ ฝ่าบาททรงซักอาการของพระองค์ละเอียดยิบเชียว แต่ก็ไม่ให้หมอหลวงเปิดแม้แต่ชายเสื้อของพระองค์ ได้แต่เพียงจับชีพจรและมองพระอาการอยู่ห่างๆ แต่....แค่ห่างๆก็รู้แล้วล่ะเพคะว่าทรงเป็นไข้เพราะเหตุใด ก็เล่นทรงจัดเสียถ้วนทั่วมิน้อยหน้ากันเสียขนาดนี้” สองประโยคหลังพระพี่เลี้ยงพูดอุบอิบ แต่อุบอิบเสียเพียงใด ใกล้กันเสียเช่นนี้ จะยากอย่างไรที่จะได้ยิน หน้าขาวๆ ตัวขาวๆ จึงยิ่งขึ้นสีจัดมากขึ้นไปอีก

“พี่จีฮโยอ่า พูดอะไรก็ไม่รู้ แจจุงจะกลับห้อง” ตัวขาวแกล้งสะบัดไปอีกทาง ก่อนจะพยุงตัวเองขึ้นนั่งเตรียมลุกหนี ทว่าเพียงแค่เอาแขนเท้าตัวเองเพื่อขยับตัวลุกขึ้นเพียงแค่นั้น ความเจ็บ ‘ตรงนั้น’ และความช้ำไปทั้งตัวก็เรียกร้องประท้วงจนหน้าใสเบ้ “อ๊ะ”

“ในที่สุดนะเพคะ..ในที่สุด...” จีฮโยพูดไปยิ้มไป

“ในที่สุดอะไรพี่จีฮโย” แจจุงรู้สึกถึงน้ำเสียงแปลกๆจากพี่เลี้ยงคนสนิท น้ำเสียงหวานจึงกระชับห้วนเสียจนรู้สึกได้

“ก็...เรื่องนั้นนั่นล่ะเพคะ นานๆทีนี่นา แล้วฝ่าบาทก็..นะ ก็เจ็บหน่อยแหละเพคะ”นางพูดต่อด้วยประกายตาระยิบระยับ

“พี่จีฮโย! นานๆที่ไหนกัน ครั้งแรกต่างหาก อุ๊ปส์!!” มือขาวแทบตระครุบปากอิ่มๆของตัวเองไม่ทัน ตากลมรีบมองพี่เลี้ยงของตน ใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อเห็นจีฮโยกำลังวุ่นกับการเป่าถ้วยยาควันกรุ่น

แล้วไป...

 

“ฝ่าบาททรงกำชับให้พระองค์เสวยยานี้ให้ได้เมื่อตื่น หมอหลวงบอกว่าจะทำให้ทรงคลายความเจ็บเพคะ”

“พี่นี่ยังไม่เลิกล้อเราอีก เจ็บอะไรเล่า แจจุงไม่ได้เจ็บอะไรสักหน่อย” ปากกลมบ่นอุบ

“ปากเก่งจริงๆนะเพคะ อ๋องน้อยของพี่จีฮโย” นางอมยิ้มในหัวใจ ความรู้สึกกำลังบอกว่า อ๋องน้อยผู้ร่าเริงน่ารักกำลังจะกลับมาอีกครั้ง “มาเพคะเสวยยา ถ้าไม่เสวยพี่จีฮโยคนนี้จะส่งจดหมายไปฟ้องท่านอ๋องให้มาตีก้นพระองค์นะเพคะ”

“ฮึ พี่ยูชอนนะเหรอ ป่านนี้ลืมน้องคนนี้ไปแล้วล่ะ แจจุงน่ะ...ตัวคนเดียวมานานแล้ว” ใบหน้าใสสลดลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความโดดเดี่ยวที่ผ่านมา และยิ่งคิดถึงอนาคตที่กำลังจะเกิดใจก็ยิ่งพาลสั่น ไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์เมื่อคืนจะทำให้การดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด แม้จะอยากเข้าข้างตัวเองว่าฝ่าบาทมีความสุขและดูเหมือนจะหวงแหนตนขึ้นมาบ้าง แต่ก็...หวาดกลัว..จะทรงเป็นเช่นนี้กับทุกๆคนหรือเปล่า....เรา...จะมีค่าแค่ไหนกันหนอ

ความสุขที่เหมือนจะไขว่คว้าได้จักหลุดลอยหายไปอีกครั้งเมื่อไรกัน..

 

“พระองค์เพคะ...” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้จักรพรรดินีผู้งดงามหลุดออกจากภวังค์

“อ๊ะ พี่จีฮโย อืม...เอาล่ะ เรากลับกันเถอะ เราอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว มันใช่จะถูกต้องนัก พี่จีฮโยช่วยประคองแจจุงทีนะ” มือขาวคืนถ้วยยาที่ถูกกินจนหมดแล้ว น้ำเสียงใสฉอเลาะเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับขยับฝืนตัวทำท่าจะลุกขึ้น ใช่จะไม่รู้ว่าธรรมเนียมแห่งราชสำนักฝ่ายในเป็นเช่นใด เหล่าข้าบริจาริกาทั้งหลายเมื่อถวายงานเสร็จแล้วจักต้องกลับตำหนักของตนทันทีที่รู้สึกตัวด้วยสังกัดในฝ่ายในใช่ฝ่ายหน้า ตัวขาวจึงกัดปากฝืนร่างกายตนเองที่แสนเจ็บปวดเมื่อยล้าและสมองที่แสนจะปวดหนึบเพื่อลุกขึ้นให้ได้ จีฮโยที่เพิ่งวางถ้วยยาจึงต้องหันมากุลีกุจอประคองตัวหอมกรุ่นทว่าบอบช้ำนักนั้น

 

หากแต่...

 

 “จักรพรรดินีของเจ้า... หรือก็คือแจจุงของเราจะอยู่กับเราที่นี่ หาต้องไปที่ใดอีกไม่” 

“...”

“แจจุงจะอยู่กับเรา จนกว่าเราจะหยุดพอใจ และเหมือนเราคงจะพอใจที่แจจุงจะอยู่กับเราตลอดไปเสียด้วยสิ” 

“ฝ่าบาท...”

.

.

.

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

“ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม ข้าไม่เชื่อ ไอ้แจจุงจอมหยิ่งนั่นมันยอมอยู่กับฝ่าบาทอีกรึ บ้า บ้าแท้ๆ ฝ่าบาทโดนยามิใช่รึ เหตุใดมันทนได้ เหตุใดมันไม่กลัวฝ่าบาทเล่า ครั้งแรกของมัน... ครั้งแรกของมันแท้ๆ หึ เป็นพวกชอบความเจ็บปวดหรือไร เห็นหน้าหวานๆ ใสๆ ที่แท้ ก็บ้ากามตัณหาเหมือนกันสินะ หน็อย..ข้าทำตัวเอง ข้าทำตัวข้าเองแท้ๆ ป่านนี้มันคงสำออยออดอ้อนฝ่าบาทเป็นแน่ ข้าเอง.. ข้าชะล่าใจเอง” พระสนมมิยองแทบไม่เชื่อหู เมื่อนางกำนัลคนสนิทวิ่งรี่เอาข่าวมาบอกว่าจักรพรรดิรับสั่งมิให้จักรพรรดินีกลับตำหนัก เรือนร่างงดงามกรีดร้องและสบถกับตัวเอง ไม่น่าเชื่อเลย ไม่อยากจะเชื่อทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้นะ มือขาวแขนขาวปัดกวาดข้าวของล้ำค่าระบายอารมณ์ร้อน ทำไม ทำไมมันกลับกลายเป็นเช่นนี้ จักรพรรดินีขี้ขลาดคนนั้นทำไมจู่ๆ เกิดสู้อดทนขึ้นมาได้ ฝ่าบาทโดนยาของข้าแล้ว เหตุใดมันทนได้!

 “แล้วฝ่าบาทก็เหมือนกัน ไปรัก ไปหลงมันตั้งแต่ไหน หรือรสรักมันฉ่ำนัก เพียงคืนเดียวติดใจมันเสียขนาดนี้ กกมันถึงขนาดนี้ และยัง...ยังไม่ยอมให้มันกลับตำหนักของมันอีก บ้า บ้าที่สุด!”

 “ทำเช่นนี้จะไม่ให้โอกาสข้า หรือสนมอื่นๆแล้วหรืออย่างใด มันรึก็ผู้ชายแท้ๆ มีดีกว่าข้าตรงไหน สนมชายอื่นๆรึก็มีตั้งมากมาย มันก็แค่เป็นลูกหลานอ๋องและได้ดีได้รับเลือกเป็นจักรพรรดินีแค่นั้น ข้ามิเห็นว่าจะมีสิ่งใดที่ดีไปกว่าคนอื่นๆ” ใบหน้าสวยมองจ้องไปทางทิศแห่งตำหนักใหญ่ ก้อนเนื้อในอกร้อนดังไฟสุม ดูคล้ายความริษยาในตนจะรุมจนร้อนรุ่มแทบทนไม่ได้

“โอ๊ย! ข้าอยากจะบ้า...ข้าอยากจะบ้ายิ่งนัก!!! ทั้งๆที่คืนเข้าหอคืนแรก ฝ่าบาทยังรังเกียจมันจนเรียกร้องหาข้าแท้ๆ เหตุใด เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ข้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ!” แจกันกระเบื้องเคลือบบรรจุดอกไม้งามใกล้มือถูกเขวี้ยงออกไปจนตกแตกละเอียด

“แล้ว...แล้วพระสนมจะทำอย่างไรเพคะ”

“จะทำอย่างไร ตอนนี้น่ะข้าจะทำอย่างไรได้ ข้าทำตัวของข้าเองนี่ จะทำอย่างไรนอกจากนั่งชอกช้ำเอง เจ็บปวดหัวใจเองได้ล่ะ อ้อ นอกจากจะอ้อนวอนต่อสวรรค์ให้ฝ่าบาทเบื่อมันเร็วๆ ทิ้งมันให้มันช้ำใจอีกเร็วๆ” ใบหน้าสวยข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน เจ็บใจนัก เจ็บใจนัก ข้าทำตัวเอง คิดสั้นเองแท้ๆ

ร่างงามอรชรกระแทกตัวลงนั่งเท้าศีรษะที่ประดับด้วยเครื่องประดับชุดมุกด้วยความหงุดหงิดใจสักพักก่อนคิดขึ้นได้

 “แต่....หึ หากเมื่อคิดย้อนกลับไป... มีหญิงใด ชายใดบ้างที่ฝ่าบาทจะโปรดนาน อย่างมากก็หนึ่งสัปดาห์หรืออาจถึงกึ่งเดือนเท่านั้น เอาเถอะกับไอ้แจจุงผู้จืดชืดแถมยังเย่อหยิ่งจองหองนี่ ข้าให้มันอย่างมากไม่เกินหนึ่งเดือน ตอนนี้ที่โปรดมากเพราะมันมีตำแหน่งค้ำคอหรอก พี่ชายมันก็ทำความดีความชอบทั้งมันยังจองหองหวงตัวมานานหรอก จะมาทิ้งขว้างแบบพวกข้าเหล่าสนม ก็คงจะใจร้ายไปหน่อย เจ้ารอดูไปเถอะ ฮวายองเอ๋ย อีกมินานหรอก มันจะถูกฝ่าบาทเฉดหัวจนกลับตำหนักมันแทบไม่ทัน”

“แล้วข้าก็อยากรู้เหมือนกัน ว่านังอารามันจะทนได้สักเท่าใด หากเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ บางที...ข้านายของเจ้าอาจจะไม่ทำอันใดเลยก็ได้” เรือนร่างเย้ายวนหยุดอาละวาดหันมายกปั้นชาที่ยังอยู่ดีมิตกแตกไปก่อนหน้า เทน้ำชาลงจอกยกขึ้นจิบ ก่อนพูดต่อ

“ไม่แน่ว่านังองค์หญิงอารานั่น ป่านนี้คงจะเต้นเป็นเจ้าเข้ายิ่งกว่าข้า จนเผลอทำอะไรร้ายๆ จนข้ามิต้องเหนื่อยอะไรเลยแล้วก็ได้ งานนี้ข้าอาจได้กำจัดไม่มันก็ไอ้อ๋องแจจุง โดยข้า...แค่นั่งเฉยๆ ไม่ต้องทำสิ่งใดเลยก็ได้นะ จริงมั้ยฮวายอง”

.

.

.

“เจ้าถามว่าข้าว่าจะทำกระไรต่อไปรึ อึนจี” หญิงสาวเลอโฉมสูงศักดิ์หันหน้าไปหานางกำนัลคนสนิท พระนางดูสีหน้าเรียบเฉยเว้นเสียแต่ดวงตาเท่านั้นที่ดูน่ากลัวชอบกล

“ข้าไม่เห็นว่าข้าต้องทำสิ่งใดนี่ ข้าจักนั่งเฉยๆเช่นนี้ แน่นอน ข้าย่อมไม่ชอบใจที่ฝ่าบาทหลงใหลมันยิ่งกว่าข้าหรือคนไหนๆ แต่...หากข้ากระโตกกระตากไปตอนนี้ ข้ามิต้องอยู่ในสภาพที่ล่อแหลมหรือ เจ้าอย่าลืมสิ ข้าเพิ่งจะมีปัญหาไปนะ แน่นอนว่าฝ่าบาทต้องจับตามองอยู่เป็นแน่ ข้า...ไม่โง่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงหรอก” อาราละสายตาจากอึนจี กลับมาเลือกอัญมณีสูงค่า ที่องค์ราชาแห่งโคริมผู้พ่อส่งมาให้ “ตอนนี้ทรงโปรดปรานมันนัก ก็เพราะกระหายยากที่รอคอยมาแรมปีหรอก น้ำเชี่ยวเช่นนี้ เรือน้อยๆเช่นข้าจะเข้าไปขวางได้อย่างใด” ทับทิมน้ำงามเม็ดโตถูกยกขึ้นส่อง ขณะที่ปากอิ่มสวยกล่าวเรื่อย

“แม้สายของเจ้าจะบอกว่า มิยองจะนิ่งเฉยปล่อยข้าออกหน้า ข้าก็ไม่สนใจหรอก เพราะข้าเชื่อว่า...อย่างนังมิยอง คงทนไปไม่ได้สักเท่าใดหรอก หากไม่มีใครออกหน้าในเร็ววันนี้ ไม่เกินหนึ่งเดือนหรอก พระสนมมิยองคนงามจะต้องก้นร้อนเป็นไฟจนทนมิได้แน่ เจ้ารอดูไปเถอะ” ทับทิมเม็ดโตถูกวางลงด้วยความพอใจ  “อย่างไร ระยะนี้ข้ามิทำอันใดแน่ๆ” มือนิ่มจับไล้หยกสีเขียวเข้มเย็นจัดก่อนหยิบขึ้นประมาณน้ำหนัก

 

“แต่ต่อไปข้างหน้าก็ไม่แน่ เมื่อใดที่เรือน้อยของข้าพร้อมเป็นเรือใหญ่ เวลานั้นข้าก็มิคร้ามแม้น้ำเชี่ยว!”

 

.

.

.

เวลาล่วงเข้าสู่วันที่สิบนับตั้งแต่แจจุงก้าวเข้าสู่ตำหนักใหญ่เพื่อถวายตัวถวายกายเป็นครั้งแรกแห่งชีวิต และก็นับได้เป็นวันที่สาม ที่ร่างขาวบอบบางหายสนิทจากพิษไข้ แม้ร่างกายจะหลงเหลือรอยช้ำบ้างเล็กน้อย และจะเจ็บบ้างกับ..ส่วนนั้น.. แต่โดยรวมแล้วร่างกายของผู้งามเป็นหนึ่งเหนือหญิงหรือชายใดทั้งปวงก็หายสนิทถึงเก้าในสิบ

เก้าในสิบ...เก้า... ที่หนึ่งส่วนที่ยังหลงเหลือ ยังไม่หายสนิท เพราะนับแต่สามวันที่แล้วนั่นแหละ ที่ฝ่าบาทกลับมาซุกซนซ่อนความหวานจนยากจะปฏิเสธ แม้จะกลัวด้วยครั้งแรกแสนจะเจ็บปวดนัก แต่ภาษากายที่โลมเล้าและสายตาคมที่ส่งประกายแห่งการอ้อนวอนร้องขอ ก็ทำให้ใจที่สั่นๆด้วยความกลัวคล้อยตามไปทุกครั้ง สองร่างเปลือยเปล่าตะคองกอดรัดรึงกันราวเป็นเนื้อเดียวคล้ายไม่อยากแยกจากในทุกค่ำคืน กายบางที่อ่อนแอกว่าแม้เหนื่อยล้าแต่ก็ทนความเร่าร้อนของอีกฝ่ายไม่ไหว ต้องฝืนร่างกายไม่ให้หนีหลับ แล้วเร่งพาความโหยหา วิ่งตามความหวิววาบ  มือจับจูงกันและกัน สู่ความสุขชั้นฟ้าที่มีหมูดาวเปล่งประกายไปพร้อมกัน

.

คิดถึงเรื่องนี้ ที่แม้ผ่านไปแล้วหลายครั้งก็ไม่เคยประสา ใบหน้าและร่างกายร้อนแดงไปหมด ไม่แปลกเลยที่ร่างสีน้ำนมจะดับความร้อนแห่งความอายขณะแช่อาบน้ำ ด้วยการจมดิ่งตัวเองทั้งหัวทั้งตัวลงใต้สายน้ำเสียให้หมด

 

แค่คิดก็ทั้งอาย ทั้งเขิน จนบอกไม่ถูกแล้ว..

แล้ว...แล้วคืนนี้อีกเล่า...

 

อีกไม่นานหรอกก็คงจะเสด็จกลับจากห้องทรงพระอักษร แม้ค่ำนี้จะเสวยพระกระยาหารค่ำที่นั่นเลย ด้วยราชกิจที่คั่งค้างทั้งยังยุ่งในเรื่องงานพิธีต้อนรับราชฑูตที่ใกล้จะมาถึง แต่กระนั้นก็ไม่วายสั่งมหาดเล็กให้มาถ่ายทอดคำสั่งไม่ให้เขานอนหลับไปก่อน แน่ล่ะว่าคงต้องรีบกลับมาทันทีที่ราชกิจนั้นเสร็จสิ้น

 

“ทรงรับสั่ง มิให้จักรพรรดินีบรรทมก่อน จักต้องอยู่รอฝ่าบาทแล้วบรรทมหลับพร้อมๆกัน ดังเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา”

 

แค่คิดถึงตอนที่มหาดเล็กมาถ่ายทอดคำสั่ง ใบหน้าสวยใสที่เพิ่งขึ้นจากพื้นน้ำเมื่อครู่ก็อยากมุดลงไปอีกรอบ อย่ากล่าวถึงคราวมหาดเล็กกำลังถ่ายทอดเลย ขณะนั้นจักรพรรดินีผู้เลอโฉมพักตร์แดง กรรณแดงเสียทำกระไรไม่ถูก แทบจะอยากเสียมารยาทลุกหนีกลับตำหนักเสียเดี๋ยวนั้น

 

ก็เพียงค่ำคืนแรกที่แสนทรมานผ่านไป พอตื่นขึ้น แจจุงแทบคิดว่าตนกำลังก้าวไปสู่โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก ไม่เคยคาดคิดถึง แม้จะเคยหวังว่าจะไม่เงียบเหงาโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว แม้จะหวังว่าฝ่าบาทจะเมตตาและสนพระทัยมาบ้างไม่มึนตึง นิ่งเฉยเหมือนเมื่อก่อน แต่... ก็ไม่คิดว่าจะได้รับถึงเพียงนี้ ที่ไม่เพียงมิให้เขากลับตำหนักที่ควรจะกลับแต่แรก หรืออย่างมากก็หายป่วยแล้ว พระองค์ยังทรงดูแลอย่างอ่อนโยนอ่อนหวานตลอดระยะเวลาที่ยังไม่หายดี และยังสนพระทัยทุกกิริยาที่เขาทำ ทั้งยังแทบจะอยู่เสวยด้วยทุกมื้อ ไม่นับสิ่งของมากมายที่พระราชทานจนแทบปฏิเสธไม่ไหว การพูดคุยในเกือบทุกเรื่องเกิดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่ขณะนั้นการพูดจาระหว่างกันแทบจะนับคำได้ มากไปกว่านั้น..แม้แต่ข้อราชกิจ ก็ทรงยกขึ้นมาปรึกษา ซึ่งถือว่าได้รับความไว้วางพระทัยเป็นอย่างสูง ปากอิ่มยกยิ้มน่ารักเมื่อคิดถึงข้อนี้ คงต้องขอบคุณท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ท่านพี่ยูชอน ที่เคี่ยวเข็ญให้เขาเรียนหนักในทุกด้านจนสามารถตอบคำถามของฝ่าบาทจนทรงพอพระทัยเป็นที่สุดได้

แม้ไม่อยากจะคาดหวังถึงอนาคตที่ฉ่ำหวาน แต่ก็ไม่อาจหยุดให้วาดฝันได้ ใบหน้าสวย สวยหวานยิ่งขึ้นเมื่อทั้งดวงตาและปากกลมยิ้มเปี่ยมสุขด้วยกันไปทั้งหมด

 

ไม่อาจหลงตัวเองว่าจะทรง....รัก...

แต่ก็ไม่ยากที่จะเข้าข้างตัวเองว่าทรง...โปรด...

โปรด...ที่คงจะกลายไป...รัก..ในไม่ช้า...กระมัง

 

แล้วร่างอรชรก็ลุกขึ้นจากถังไม้หอม มือขาวหยิบเสื้อคลุมเนื้อละเอียดขึ้นคลุมร่างกาย เนื้อผ้าชั้นดีที่นุ่มนาบไปกับผิว ความสามารถในการซึมซับน้ำของมันดียิ่งนักสมกับเป็นผ้าชั้นดีที่จัดถวายเฉพาะราชวงศ์ชั้นสูง ที่แม้จะบางเบา แต่ก็ดูดซึมน้ำได้ยอดเยี่ยม

ขาเรียวก้าวออกจากม่านที่กั้นส่วนอาบน้ำกับส่วนแต่งตัวภายในตำหนักใหญ่ ปากอิ่มยิ้มน้อยๆเมื่อรับเอาผ้าอีกผืนที่จีฮโยส่งมาให้ซับใบหน้า

“ขอบใจนะ พี่จีฮโย”

“วันนี้สรงน้ำนานจังเพคะ แล้วดูซี เปียกไปหมดทั้งตัว ทั้งหน้า ทั้งผม” ตาเรียวของพระพี่เลี้ยงมองอย่างตำหนิน้อยๆ “ทรงเพิ่งหายไข้แท้ๆ แทนที่จะรีบๆสรงแล้วขึ้นมา กลับแช่เสียนานจนหม่อมฉันว่าจะไปเรียกแล้วนะเพคะ พอดีทรงออกมาก่อน”

“ก็... แจจุงคิดอะไรเพลินไปหน่อยนี่นา ขอโทษนะพี่จีฮโย อย่าดุแจจุงเลยนะ” พักตร์สวยใสส่งยิ้มออดอ้อน

“เพคะ ๆ ไม่บ่นแล้วเพคะ งั้นรีบมาแต่งองค์เลยเพคะ อยู่อ้อนหม่อมฉันนานกว่านี้มีหวังได้ไข้อีกรอบเป็นแน่ แล้วชุดคลุมนี่มันปิดกันความเย็นได้ที่ไหนกัน เปียกไปหมดเช่นนี้แล้วยังบางแนบนาบพระวรกายจนเหมือนไม่ได้ทรงสิ่งใดเลยเช่นนี้ นี่ถ้าพวกนางกำนัลสาวๆหรือมหาดเล็กหนุ่มๆเห็นพระองค์ในสภาพนี้ล่ะก็ คงจะเป็นลมกันไปหมด”

“พี่จีฮโย...”

“ก็มันจริงนี่เพคะ ทรงใส่ชุดทรงเปียกแบบนี้เหมือนใส่อะไรที่ไหนกัน มาแต่งองค์เพคะ”

“แจจุงก็ไม่ได้จะแต่งชุดนี้ตลอดนี่ ก็แจจุงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ” ปากกลมยู่ออกบ่นเล็กๆน่ารัก ขณะมือก็แกะปมผูกออก เตรียมเปลี่ยนชุดที่จีฮโยกางรอรับ

 

แต่แล้ว...

 

“ข้าหาได้เห็นความจำเป็นต้องเปลี่ยนไม่” เสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น

“เพราะอีกไม่ช้า... เสื้อผ้าของจักรพรรดินีเจ้าก็ต้องถูกข้าถอดออกจนหมดอยู่ดี” 

“ฝ่าบาท!”

 

มิต้องรอให้จีฮโยถอยออกไปอย่างรู้งานหรอก เรือนร่างที่ชุดคลุมเปียกลู่ไปกับตัวก็ถูกช้อนอุ้มขึ้น ใบหน้าสวยได้แต่ก้มงุดหนีสายตาคมเข้าชิดอกแกร่ง แต่ก็มิวายต้องก้มหน้าชิดไปอีก เมื่อทรงกระซิบข้างหู

“คิดถึงเจ้าจัง แจจุงของข้า”

.

.

ตัวเบานุ่มนิ่มถูกวางลงบนแท่นบรรทมกว้าง ใบหน้าใสยังคงก้มงุดด้วยไม่เคยชินสักทีกับการณ์เช่นนี้ มือขาวกำแน่นอยู่ที่ชุดเปียกปอนของตัวเองด้วยทำตัวไม่ถูก “มองตาข้าสิ” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ๆ “ตัวสั่นจริง..แจจุงน้อยๆของข้า”

“ก็... ก็...หม่อมฉันหนาวนี่” ปากแดงพูดอุบอิบ แน่นอนล่ะว่าที่สั่นนั้น..หนาวน่ะมีส่วน แต่..ที่ยิ่งกว่านั้น..แจจุงไม่อยากคิดถึงเลย

“หนาวหรือ.. แล้วเราจะทำให้เจ้าร้อนยิ่งกว่าร้อนเสียอีก เงยหน้ามองเราสิ...แจจุง”

 

สิ้นคำนั้น แทนที่จักรพรรดินีแสนงามจะเงยหน้าขึ้นกลับยิ่งก้มหน้าเข้าไปอีก ใบหูขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด นี่อย่างไรเล่าทรงทำให้แจจุงร้อนแล้วจริงๆเสียด้วย ทั่วทั้งใบหน้าขณะนี้ แจจุงรับรู้ถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงหลังจากได้ฟัง

“เงยหน้าขึ้นสิ ก้มหน้าเช่นนั้นแล้วเราจักจูบเจ้าได้อย่างใด ข้า..อยากจูบเจ้า กอดเจ้าเหลือเกินแล้ว...จักรพรรดินีแห่งข้า”พักตร์คมสันยกยิ้มเมื่อเห็นกิริยาน่ารัก มือหยาบถูกส่งขึ้นเชยคางสวยให้ใบหน้าใสกระจ่างนั้นเงยขึ้น จักรพรรดินีขี้อายจึงต้องค่อยเงยหน้าช้าๆ จน...ตาประสานตา

“แต่...เอ่อ...แจจุง อ่ะ หม่อมฉันเปียก” ใบหน้าหวานรีบหันหลบเมื่อเห็นแน่แท้ว่าดวงตาที่สบนั้นกำลังต้องการสิ่งใดในระยะเวลาอันแสนใกล้นี้

“แต่ข้าหาสนใจไม่”

“แต่...เอ่อ...หม่อมฉันจะทำให้พระองค์เปียกไปด้วยนะ”

“ข้าก็หาสนใจ ข้ายอมที่จะเปียกไปพร้อมกับเจ้า”

สิ้นคำ พระองค์ก็ไม่รอให้ร่างเล็กๆตรงหน้าหาข้ออ้างใดได้อีกต่อไป โอษฐ์หยักฉกวูบอย่างทันท่วงทีที่ปากกลมๆนั้นกำลังจะเปิดออกเถียง ความหวานถูกส่งไปและรับมา ปากอิ่มล่างถูกแทะเล็ม ลิ้นเล็กถูกต้อนชิงเอาความหวาน ความชุมชื้นดูดดื่มเกิดขึ้นเนิ่นนาน ความร้อนอย่างที่พระองค์เพิ่งตรัสกำลังเกิดขึ้นถ้วนทั่ว มือหยาบป่ายปะไปทุกส่วนสัดแม้จะมีผืนผ้ากั้นขวาง แต่มันก็บางแนบเนื้อจนสามารถส่งความรู้สึกและรับรู้ถึงอุณหภูมิร้อนที่กำลังจุดประทุ

ริมฝีปากกำลังพรมจูบไล่เรื่อยจากปากอิ่มแดง ไปที่คางสวย คอระหง แวะดูดเม้มที่เนินอกนอกผิวผ้า แล้วระเรื่อยไปดูดดุนยอดอกสีหวานผ่านเนื้อผ้า ความเย็นชื้นจากเนื้อผ้ากำลังถูกความร้อนของคนสวมใส่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ รสรักที่มีผืนผ้าบางเปียกแนบสนิทดูน่าค้นหาและทรงเสน่ห์หนักหนา นิ้วเรียวคลึงยอดอกอีกข้างมิให้น้อยหน้ากัน หลังจากใช้มันปลดเปลื้องชุดคลุมของตนออกไปแล้ว

ปั่นป่วนไปหมด สติเริ่มพร่าเลือนหาย กายบางชื้นจากน้ำสรงกำลังจะเปลี่ยนแปรเป็นชื้นด้วยเหงื่อแห่งความใคร่ ร่างกายเริ่มบิดเร่าเมื่อคนด้านบนซุกซนมากขึ้นเมื่อไล่จมูก ใบหน้า และริมฝีปากเรื่อยลงไปถึงหน้าท้องแบนราบนวลเนียน เรียวลิ้นที่สัมผัสผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้นกำลังกระตุ้นอารมณ์แปลกประหลาด ร่างบางเกร็งสะท้านเมื่อทรงป่ายปะสัมผัสกระตุ้นสิ่งนั้นและเคลื่อนเลื่อนมืออีกข้างสะกิดช่องทางหวานฉ่ำ

“ข้าอยากได้ยินเสียงของเจ้า” ทรงกลับมากระซิบบอกที่ข้างหู ขณะที่พระหัตถ์ซุกซนยังคงทำหน้าที่อยากดีเยี่ยมที่กายงามยิ่งกว่าปะติมากรรมชิ้นใดในโลก “เสียงของเจ้า ตอนที่ข้ากำลังปรนเปรอความสุขแก่เจ้า” บททดสอบแรกค่อยๆแทรกเข้ามาไม่เร่งรีบ ทรงปรับให้ร่างกายคุ้นชินก่อนทุกครั้งหลังจากคืนแรกนั้น และไม่เคยลืมจะบรรเทาความเจ็บปวดที่น่าจะได้รับด้วยรสแห่งจุมพิตแสนหวาน

 

เมื่อรู้สึกถึงความพร้อมร่างกายจึงค่อยๆส่งความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า ชายเสื้อคลุมถูกปัดให้ห่างออกจากกันยิ่งกว่าเดิม ขาเรียวถูกจับยกแยกออกให้มากขึ้นอีกนิดและตั้งชัน ร่างหนาที่อยู่แทรกระหว่างเรียวขาทั้งสองขยับเคลื่อนกายช้าๆ และจากนั้นปากหยักก็พรมจูบซอกคอขาวและลาดไหล่นวลเนียน

 

เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงหวงแหนร่างนี้นักหนา

เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมความรู้สึกห่วงใยจึงเปี่ยมล้น

เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงอยากอยู่ใกล้ไม่อยากห่างหาย

มันคงเป็นความชอบ... เป็นความหลงใหล...

ความอยากได้...และหรือ...ความรัก?

.

กายส่วนล่างหยุดเคลื่อนชั่วขณะ ยังไม่ทันให้ผู้ที่พระองค์กำลังมอบความสุขและตักตวงความสุขยิ่งกว่ากลับมาสงสัยไปมากเสียเท่าไร คำตอบของพระองค์ก็กระทำให้ได้รับรู้ เรือนร่างสวยถูกพลิกกลับทั้งๆที่ความสุขกำลังเชื่อมต่อ แผ่นหลังเนียนแนบกับเนื้อผ้าช่างน่ามองยิ่งนัก นิ้วเรียวกรีดไล่ลงตามแนวสันหลัง จากนั้นร่างเล็กสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวมิได้เมื่อลิ้นร้อนไล่ขึ้นตามมา

“แจจุง...ของข้า” การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกายท่อนล่างเริ่มขับเคลื่อน

“..ฝ่าบาท...”

“เรียกข้าว่ายุนโฮสิ” สุรเสียงดังไล่วนอยู่ที่แผ่นหลังและต้นคอที่ยังทรงสนุกกับการสูดดมลิ้มรสความหอมหวาน

“ยะ ยุนโฮ” ร่างบางแทบไถลไปกับฟูกนุ่มเมื่อมีการเคลื่อนไหวเข้าออก ทว่าต้นขาและเอวคอดที่ได้รับการประคองและบังคับทิศทางได้ช่วยเอาไว้

“ข้าอยากได้ยินเสียงของเจ้า”

 

การเคลื่อนไหวอ่อนโยนค่อยๆเพิ่มความเร็วและทวีความร้อนรุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อใกล้แตะจุดมุ่งหมาย การกระทำให้หวาดสะท้านก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อทรงเร่งความเร็วและพร้อมกันก็เลื่อนมือแทรกเข้าเนื้อผ้ามาสัมผัสที่หน้าอกและเร่งเร้าบางส่วนหน้าด้านไปพร้อมๆกัน

ไม่นาน เสียงหวีดในลำคอที่ทรงอยากได้ฟังก็เกิดขึ้นพร้อมกับตัวนุ่มเนียนหอมกรุ่นเกร็งกระตุก มือข้างที่ละจากยอดอกเปลี่ยนมาสอดประสานกับมือนุ่มนิ่มไว้บีบเกร็งกันแน่นเมื่อลุจุดหมายปลายทาง และขณะนั้นเช่นกันร่างกายบอบบางก็รับเอาความอุ่นวาบของอีกคนเอาไว้จนหมดสิ้น

“ข้าหลงใหลในตัวเจ้า..กายเจ้า..และทุกอย่างในตัวเจ้าเหลือเกิน แจจุงของข้า” ทรงกระซิบแผ่วที่ใบหูขาว บัดนี้ร่างกายแนบสนิทยิ่งนัก แผ่นอกกว้างขององค์ราชาแนบสนิทไปกับแผ่นหลังเล็กเนียน ทรงไม่ลืมที่จะจูบหลังคอขาวสวยก่อนตรัสต่อ “เจ้าใจร้ายมาก ที่ให้ข้าได้ลิ้มรสรักจากเจ้าช้าไปถึงเจ็ดปี”

“รสรักของเจ้า ที่ข้าคงมิรู้เบื่อในชาตินี้ หรือชาติไหน” ใบหน้าสวยใสต้องหันมารับจูบหนักหน่วงเมื่ออีกฝ่ายมอบให้ เนินเนื้อนิ่มรับรู้ถึงความร้อนแรงของอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยการนอนทับที่แสนล่อแหลมนี้ ทรงผละจากปากอิ่มหวานไปหอมที่แก้มเนียน ขบเม้มที่ติ่งหู สูดดมความหอมที่หลังคอ และไล่พรมจูบที่แผ่นหลังเปล่าเปลือย ที่ทรงใช้พระหัตถ์ค่อยๆถอดชุดเปียกชื้นไร้ประโยชน์นั้นออกไปพร้อมๆกัน

แล้วบทรักเร่าร้อนแฝงความอ่อนโยนก็กำลังจะเกิดให้อบอวลไปทั่วห้องบรรทมกว้างอีกครั้ง

.

.

.

“ทูลฝ่าบาท ขณะนี้ขบวนราชทูตแห่งแคว้นชิมกำลังจะถึงประตูพระราชวังแล้วพะย่ะค่ะ”

ราชเลขาที่มีหน้าที่ดูแลกรมพิธีเข้ามากราบทูลรายงาน  จักรพรรดิยุนโฮจึงเสด็จออกจากห้องพักรับรองไปยังลานพิธีกว้างหน้าท้องพระโรงซึ่งมีเหล่าสนมและขุนนางที่พร้อมรองรับคณะราชฑูตและรับการจัดเลี้ยงรับรองที่ตระการตาอยู่ก่อนแล้ว

 พิธีต้อนรับทูตครั้งนี้ยิ่งใหญ่และสวยงามนัก ขุนนางหลายขั้นแต่งเครื่องแบบตามสีชั้นยศของตนเรียงแถวต้อนรับทั้งสองฝาก งานครั้งนี้พรั่งพร้อมด้วยการแสดงและอาหารรับรอง ธงทิวถูกติดประดับสวยงาม การจัดเลี้ยงยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ด้วยทูตแห่งแคว้นชิมครั้งนี้หาใช่บุคคลธรรมดา หากแต่เป็นเจ้าชายรัชทายาท ที่ซึ่งจะรับบัลลังก์ต่อจากลุงของตนผู้เป็นราชา และนอกจากนั้นยังมีศักดิ์เป็นน้องต่างมารดาขององค์จักรพรรดิยุนโฮผู้เกิดแต่พระสนมเอกชิมแห่งจักรพรรดิพระองค์ก่อน

.

ยุนโฮที่นั่งลงพร้อมสรรพแล้วหันไปมองยังเก้าอี้ทองบุนวมด้านข้างที่ว่างเปล่าก็ได้แต่ถ่ายทอดถอนใจ เมื่อคิดถึงเหตุที่เก้าอี้นั้นว่างเปล่า เพราะเขาเองมิใช่ใครคนใด ด้วยการเตรียมงานรับราชทูตครั้งนี้ได้มีการตระเตรียมมานานหลายเดือนก่อนหน้า และแน่นอนว่าคนที่จะดูแลการแสดงในส่วนตัวแทนจากฝ่ายในจะใช่ใครได้นอกเสียจากองค์จักรพรรดินีแจจุง แม้ในตอนนี้จะอยากให้ยกเลิกการแสดงในส่วนนี้ แล้วให้พระสนมคนใดคนหนึ่งรับหน้าที่แทน แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นอีกตนเองนั่นแหละที่ได้ลั่นวาจาบังคับให้แจจุงในขณะนั้นจัดเตรียมการแสดงครั้งนี้ให้ดี และห้ามบิดพลิ้วที่จะหาข้ออ้างไม่ออกพิธีตามตำแหน่งของตน เช่นงานอื่นๆที่จักรพรรดินีผู้เลอโฉมมักจะหลีกเลี่ยงเสมอหากเลี่ยงได้

เมื่อคิด ก็อยากจะหมุนเวลากลับไปแก้ไขคำพูดคำสั่งเหลือเกิน เพราะทั้งไม่อยากจะให้อีกคนเหน็ดเหนื่อยเกินไป และไม่อยากจะให้ใครเห็นความงดงามหมดจดของคนคนนี้ มันเป็นความรู้สึกหวงแหน ความรู้สึกที่อยากเก็บสิ่งล้ำค่านี้ไว้เพียงคนเดียว

พระพักตร์หล่อเหลาทรงอำนาจมองไปยังเหล่าพระสนมที่ออกมานั่งตามตำแหน่งอย่างเรียบร้อยสวยงาม เป็นความงดงามดั่งดอกไม้บานสะพรั่ง พระสนมแต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยชุดที่ดีที่สุดและประดับด้วยเครื่องประดับที่ทรงค่าควรเมือง ดูงดงามจับตา ทว่า... ความงดงามนั้นพระองค์กลับรู้สึกว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับความเพริศแพร้วงดงามดั่งดอกไม้ผลิของแจจุง องค์จักรพรรดิถอนพระทัยแล้วก็เบือนหน้ากลับไปยังลานกว้าง

ไม่นานพิธีต่างๆก็เริ่มขึ้น

ม้าสีดำตัวใหญ่วิ่งโผนเข้ามาพร้อมร่างสูงโปร่งของผู้บังคับมัน ลับหลังม้าตัวนั้น เป็นเหล่าองครักษ์บนหลังม้าอีกกว่าสิบตัว หลังจากนั้นเป็นเหล่าขุนนาง และทหารที่แบกหามหีบเหล็กทาสีแดงภายในบรรจุเครื่องบรรณาการล้ำค่าอีกหลายหีบ ขบวนเหล่านั้นหยุดลงเมื่อชายในชุดขาวขลิบทองที่ทรงม้าสีดำตัวใหญ่เบื้องหน้าให้สัญญาณหยุดขบวน เมื่อนั้นเหล่าขุนนางแห่งชองจงต่างโค้งตัวต้อนรับ และพร้อมๆกับองค์จักรพรรดิทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์ทอง

ร่างโปร่งลงจากหลังม้าและก้าวออกไปข้างหน้าก่อนทรุดตัวลงต่ำ

 

“ถวายพระพรเสด็จพี่”

“ลุกขึ้นเถิด ชางมิน..น้องชายแห่งเรา”

.

“มาเถิดน้องพี่ ขอเจ้าและคนของเจ้าพักผ่อนลิ้มรสอาหารและรับชมการต้อนรับของชาวชองจงบ้านเกิดของเจ้า” ทรงผายมือไปยังเก้าอี้ทองที่ตั้งอยู่ใกล้พระองค์อีกด้านหนึ่ง ระหว่างนั้นเหล่าขุนนางและองครักษ์รวมถึงเหล่าทหารก็ทยอยเข้าประจำที่ของตนที่ได้จัดเตรียมไว้

 

และการแสดงชุดแรกก็เริ่มต้นขึ้น...

การแสดงต้อนรับที่เล่าลือกันว่าองค์จักรพรรดินีทรงร่วมแสดงด้วยพระองค์เอง

 

เสียงกลองดังขึ้นระรัว นางรำหุ่นอรชรซอยเท้ามาร่ายรำพร้อมกับลานแสดงกว้างถูกย้อมด้วยผืนผ้ายาวใหญ่ที่ทอดลงจากอีกด้านหนึ่งเป็นสีเขียว ชมพู แดง ฟ้า เป็นการเต้นระบำพื้นเมืองของชาวแถบตะวันตก เป็นระบำที่ใช้ท่วงทำนองสนุกสนานที่มักใช้เลี้ยงต้อนรับหรือเฉลิมฉลองในวโรกาสอันเป็นมงคล ท่วงทำนองคึกคักและการเต้นรำที่น่าชมเรียกรอยยิ้มให้เกิดขึ้นกับทุกคนในบริเวณพิธี เสียงกรุ๋งกริ๋งของกระพรวนที่นางระบำสวมใส่ดังสอดคล้องกับจังหวะกลอง แผ่นทองและเงินถูกโปรยไปรอบๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลที่กำลังจะขจรกระจาย เมื่อสองอาณาจักรจะยิ่งสนิทแน่นแฟ้นด้วยการเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้ แล้วระหว่างนั้นกระโจมเล็กสีทองค่อยๆเคลื่อนเข้ามาอย่างที่น้อยนักจะมีคนสังเกตเห็น จนมันมาหยุดที่ลานกว้าง

ลมเย็นแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดมาหอบหนึ่ง ก่อนจะมีกลิ่นหอมประหลาดติดตรึงจมูกประทับใจไปทั่วบริเวณ ชั่วกระพริบตาเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะรัวเร็วเปลี่ยนเสียงไปเป็นเพลงแว่วหวาน กระโจมสีทองเปิดออกพร้อมกลีบดอกไม้ที่ปลิวกระจายออกมา เรือนร่างงดงามในชุดสีขาวปักชายด้วยดิ้นทอง ผมยาวสลวยถูกรวบแล้วปักด้วยปิ่นล้ำค่า ใบหน้าสวยใสแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม ขณะที่นิ้วกำลังกรีดกรายบนพิณ 21 สาย เสียงเพลงหวานดังกังวานพร้อมหอบเอาความหอมละมุนชวนเคลิบเคลิ้มให้กำจาย

ราวกับต้องมนต์ ทุกสายตาตรึงอยู่ที่ร่างเลิศล้ำโดดเด่นนั้น ลมที่พัดแผ่วทำให้เส้นผมบางส่วนปลิวมาระใบหน้าขาวใส ความดำขลับของมันดูตัดกับความขาวราวน้ำนมของผิวและปากอิ่มที่แดงดุจสีชาด

เป็นความงดงามสมยิ่งกับฤดูใบไม้ผลิ

 

เสียงเพลงหวานค่อยๆเร่งจังหวะแล้วค่อยช้าลงเรื่อย จนเงียบเสียงลงในที่สุด ใบหน้าเรียวที่ก้มอยู่ก่อนนั้นค่อยๆเงยขึ้น ปากอิ่มส่งยิ้มหวาน ดวงตาส่งประกายจนหากใครจ้องมองคงจะรู้สึกราวกับถูกละลายด้วยความร้อนรุ่มที่ถูกจุดโดยมิได้ตั้งใจของอีกฝ่าย

แน่นอนองค์จักรพรรดิก็เป็นหนึ่งในผู้นั้นพระเนตรคมจ้องมองไปยังบุปผาแห่งสรวงสวรรค์เนิ่นนานตลอดการแสดง จนกระทั่งปลายสายพระเนตรเห็นสายตาของผู้เป็นน้องชายร่วมสายเลือด

.

.

.

“เสด็จพี่.. ดินแดนแถบตะวันตกนี่ดีจริงๆ น้องอยากตามเสด็จพี่แล้วก็เสด็จพ่อมาประพาสที่นี่ทุกปี” องค์ชายน้อยวัยสิบสามกล่าวกับองค์ชายรัชทายาทในครั้งที่สี่ของการประพาสดินแดนแถบตะวันตกของประเทศของพระองค์

“เจ้าชอบอะไรหรือชางมิน ทุกอย่างที่ท่านอาจัดเตรียมก็เหมือนกับในวังของเรา” องค์รัชทายาทวัยรุ่นหนุ่มกล่าวตอบ

“ทุกอย่างพะยะค่ะ  ถึงว่าคราวที่จุนซูมากับเสด็จพี่ครั้งที่แล้ว จุนซูถึงกลับมาเล่าให้น้องฟังเสียยกใหญ่”

“เล่าว่าอย่างใด”

“ก็เล่าว่าอาหารอร่อย ท่านอ๋องน้อยยูชอนองอาจอบอุ่นแต่ก็ตลกนัก แล้วก็...แจจุงสวยหวานน่ารักเป็นที่สุด” พูดถึงตอนนี้ใบหูเล็กขององค์ชายน้อยขึ้นริ้วแดงอย่างห้ามไม่ได้

“?”

“แล้วเมื่อน้องมาที่นี่รู้เลยว่าจุนซูพูดไม่ผิดสักนิด แจจุงน่ะน่ารัก น้องชอบมาก ชอบมากเป็นที่สุด”

“ชอบ? ชอบมาก?”

“แล้ว...จริงหรือไม่พะยะค่ะ ที่เสด็จพ่อทาบทามแจจุงจากท่านอ๋องให้เป็นคู่หมั้นของเสด็จพี่ เสด็จพี่ชอบแจจุงหรือพะย่ะค่ะ”

“..ข้า..”

“หากมิทรงชอบ ยกให้น้องได้ไหมพะย่ะค่ะ ยกแจจุงให้น้องได้หรือไม่พะย่ะค่ะเสด็จพี่”

.

.

เสียงปรบมือดังสนั่นที่เกิดขึ้นด้านข้างและดังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดอาณาบริเวณ  เรียกสติขององค์กษัตริย์ให้คืนกลับมา ร่างบอบบางหวานซึ้งนั้นลุกขึ้นแล้ว และก้าวมาหยุดเบื้องหน้าบันไดที่ขึ้นสู่แห่งบัลลังก์จักรพรรดิและราชวงศ์ ร่างสวยหวานอรชรย่อกายถวายความเคารพช้าๆก่อนค่อยๆลุกขึ้นเพื่อเป็นการจบการแสดงต้อนรับชุดแรก

เห็นดังนั้น ยุนโฮผุดลุกจากบัลลังก์หมายใจจะไปประคองรับร่างนี้ขึ้นมานั่งเคียงข้างกัน ขายาวก้าวลงบันไดตรงหน้า โดยที่ตาคมไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานละมุนและปากอิ่มแดงนั้นเลย

ทว่า...

ไม่ทันเสียแล้ว ราชทูตหนุ่มที่รู้ตัวว่าจบการแสดงก่อนเขาไปเพียงชั่วลมหายใจ ได้เข้าถึงร่างขาวสง่างามนั้นก่อน ท่อนแขนแกร่งถูกยื่นให้มือขาวนิ่มจับ พร้อมกับคำพูดทุ้มนุ่มที่ส่งไปทักทาย

 

“ไม่ได้เจอเจ้านานเหลือเกินแจจุง เจ้ารู้หรือไม่ข้าคิดถึงเจ้ามากแค่ไหน”

 

“หากมิทรงชอบ ยกให้น้องได้ไหมพะย่ะค่ะ ยกแจจุงให้น้องได้หรือไม่พะย่ะค่ะเสด็จพี่”

“เจ้าคิดจะแย่งของของพี่หรือไงชางมิน”

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

“พระองค์คิดจะหน้าด้านอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนเพคะ จักรพรรดินีผู้เลอโฉมแสนทรงเสน่ห์”

“ในเมื่อกองฟืนกองถ่านมาพร้อมเช่นนี้แล้ว เหตุใดข้าจะไม่สุมไฟให้มันหวนกระพือล่ะ”

Comment

Comment:

Tweet

โอ้วยยยย พี่ยุนจะไม่คุยอะไรมั่งเลยรึไงง เอะอะจับกด แว่งงงงงงง

แต่ฉากเข้าพระ้ข้านางนี่เขินฝุดๆเลยอ่ะ คือเอามือบิดผ้าห่ม อั้ยยยยยย

แล้วอย่าบอกยะว่า. ยุนรอให้แจมาหา7ปี. โดยไม่ไปหาก่อนเนี้ยะเพราะน้องมิน???

จริงๆแล้วชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่ต้องเก็บอาการเพราะน้องขอ???

ยังไงก็สู้ๆนะไรไตอ ปกติไม่อ่านยุนแย เพราะไม่อิน

แต่นี่ทำไห้เราอินได้ แปลว่ามันละมุนมาก ฮิ้วววววววว

#14 By SOMi (103.7.57.18|171.97.30.82) on 2013-04-26 21:27

ท่านยุนโฮทรงเสวยแตงโมมากไปป่าวชิมิ

#13 By Mint (103.7.57.18|171.6.182.118) on 2013-04-24 18:21

ต่อไปต้องเกิดเรื่องวุ่นๆเข้าใจผิดเยอะแยะแน่เลย
ชางมินก็ดูจะชอบแจจุงมา
ตั้งแต่ยังเด็ก ยุนโฮก็รู้ดีอีกด้วย
ไม่แคล้วต้องมีเรื่องให้ได้หึงได้หวงแน่ๆ ดูจากพรีวิวตอนต่อไป
คงจะมีคนประสงค์ต้องการทำให้ทั้งสองพระองค์เข้าใจผิดกันอีกสินะ
จะยังไงก็แล้วแต่อยากให้ทั้งสองพระองค์เชื่อใจกันก็แล้วกัน
ขอให้แผนของนางสนมพวกนั้นอย่าสำเร็จเลยเถอะ!!!!

#12 By MinJin05 (103.7.57.18|115.67.66.146) on 2013-04-24 03:29

มาแล้ว จัดกันไปหวานปานหมดขึ้น
จัดหนักน้องแจจุงซะทุกคืนเลยนะองค์จักพรรดิเดี๋ยวก็ท้องหรอก
ว่าแต่องค์ชายชิมนี่มาพร้อมกลิ่นดราม่า
แงแจจุงของเค้า เพิ่งจะหวานกันได้ตอนเดียวเองน้า TT

#11 By mumu on 2013-04-23 17:18

เย้ๆๆๆๆ นี่เม้นรอบสองแล้วนะคะเมื่อคืนเช้าเม้นต์ไม่ได้ อิอิ ลืมอ่านคำเตือน 
ว่ามิยองร้ายแล้ว อาราร้ายกว่า ฮ่าๆๆๆๆ
ดูเหมือนว่าชางมินจะคือหนึ่งในอุปสรรคที่จะทำให้จักรพรรดิและจักรพรรดินีมีปัญหากันนะ แววดราม่าเริ่มมาละ
ดีใจมากมายพี่ลูกปัดลงฟิคเหมือนเป็นกำลังใจในการสอบ อิอิ อ่านแบบตั้งใจมาก ช้าๆเขินๆ แต่ชักจะสงสารจักรพรรดินี ยังไม่ทันหายดีจักรพรรดิเอาเปรียบเสียแล้ว แนะมีการสั่งว่าอย่าเพิ่งนอนด้วย รู้ทันนะเพคะ กร๊ากๆๆ
อยากให้จักรพรรดินีทรงพระครรภ์ จักรพรรดิจะได้อดบ้างไรบ้าง ฮ่าๆๆๆ
ใครที่จะสุมไฟให้กระพือ ต้องนางสนมมิยองแน่เลย จะกระพือชางมินกับแจจุงอะดิ อย่าเลยนาง เดี๋ยวจะโดนดี

#10 By Sksitty on 2013-04-23 14:38

โอ้ยยยยย สนุกมากเลยคะ แทบจะรอตอนต่อไปไม่ไหวหนูนี่เข้ามาดูทุกวันเลยว่าอัพป้าววว อิอิลุ้นๆ ชาฃมินจะยังชอบแจอยถไหมน้า อิอิ เป็นกำลังใจให้นะคะไรเตอร์

#9 By error (103.7.57.18|115.67.5.255) on 2013-04-23 08:58

ชอบคำพูดพี่จีฮโย 555 เป็นธรรมดาเพคะ ห่างหายไปเจ็ดปี ฝ่าบาทกลัวไม่รู้ว่าคิดถึง แอร๊ยยย >< ต้องขอบคุณสนมมิยองนะเนี่ย ไม่งั้นฝ่าบาทไม่รู้หรอกว่า จักรพรรรดินี มีดีกว่าพวกสนมกิ๊กก๊อกอย่างไร โฮะๆๆ ยังไงก็ต้องไปเครียด กับ ศึกสองพี่น้อง ที่ดูท่าองค์ชายชางมิน จะตกหลุมรัก จักรพรรรดินี อีกคน ไหนจะพวกสนมที่เตรียมจะเอาคืนกันอยู่แล้วอีก มีแต่คนกลั่นแกล้งจักรพรรรดินี ตลอดเลย T^T

#8 By anation (103.7.57.18|172.168.1.82, 58.9.62.51) on 2013-04-23 04:59

สนุกมากๆเลยค่ะ แอบตามอ่านมาสักพักแล้ว เป็นกำลังให้นะคะ ^___^

#7 By aya (103.7.57.18|77.102.31.100) on 2013-04-23 02:17

ดีใจมากค่ะ ในที่สุดไรเตอร์ก็มาลงฟิกให้อ่านแล้ว
อยากบอกว่าเปิดเข้ามาดูทุกวันเลย
พาร์ทนี้พระนางเค้าหวานกันสุดๆ (แอบเขิลแทนแจจ๋า)
พี่ยุนนี่ก็นะ ไม่สงสารแจจ๋าบ้างเลย ช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้งนั่น
น้องมินได้โปรดอย่ามาเป็นมือที่สามของพี่ชายตัวเองนะจ๊ะ
พี่ยุนพยายามมีเหตุผลด้วยนะค่ะ อย่าเชื่อคนอื่นมากไปโดยเฉพาะพวกนางสนมทั้งหลาย
ปล. ชอบการเขียนและภาษาของไรเตอร์มากๆค่ะ
รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อ cry

#6 By nid (103.7.57.18|101.109.194.13) on 2013-04-22 23:28

ชอบพาร์ทนี้มากเลย
อยากให้คุณลูกปัดรวมเล่มฟิคทุกเรื่องเลย
รอติดตามอยู่นะคะ

#5 By Boxgam (103.7.57.18|1.1.192.205) on 2013-04-22 23:17

เชื่อใจแจน้าาายุนนนน
อิอิ เชื่อใจน้องชายด้วยน้าาา
แต่กะอยากเห็นฝ่าบาทหึงเหมือนกันอิอิ
ดูแลแจดีๆน้ายุนนน
  รอติดตามตอนต่อไปน้าาค้าไรเตอร์สู้ๆ

#4 By si (103.7.57.18|180.183.236.233) on 2013-04-22 17:09

พาร์ทนี้ยาวมากเลยค่า ชอบมาก ฮาาาาา
สมน้ำหน้ามิยองเป็นที่สุด 555555
ยุนโฮก็แหมสงสารจักรพรรดินีบ้างสิคะ ><
ตอนหน้าดูเหมือนจะงานเข้าเล็กๆ TT
ทั้งมินทั้งสองสนมเลย จักรพรรดินีจะทำยังไงเนี่ยยย
รอพาร์ทต่อไปนะค้าา ^______^

#3 By jasminria (103.7.57.18|49.48.8.53) on 2013-04-22 14:19

ฤิทธิ์ยาแรงดีแท้ ล่อซะเกือบเช้า แม้แจจะสลบไปแล้ว จริงๆไม่ใช่แค่ฤิทธิ์ยาอย่างเดียวหละมั้ง น่าจะเพราะความอยากที่รอมานานมันปะทุมากกว่า อิอิ..
พอได้เค้าแล้ว ไม่ค่อยหวง ไม่ค่อยหลง แหม.. จักรพรรดินีของเจ้า แจจุงของเรา จะอยู่กับเราที่นี้ โฮ๊ะ โฮ๊ะ .. แอบมีห้อยตลอดไปด้วยอะ
ฮานางมิยอง นึกว่าสงยาให้แล้วพอแจเจอบทรักรุนแรงจะกลัว จะไม่สมยอมต่อไป คิดผิดขนาดเน้อ!~ แล้วต้องมานั่งหัวเสีย พอใจเย็นลงก็คิดว่าเดียวนังอาราจะช่วยจัดการ แล้วหล่อรอเป็นตาอยู่ ซึ่งนังอาราก็คิดว่าเดี๋ยวให้นังมิยองจัดการ แล้วตัวเองก็เป็นตาอยู่ 555 ดีมากต่างคนต่างคิดแบบนี้ เลยมีเวลาให้ จักรพรรดิ์ กับ จักรพรรดินี เค้าสวีทกัน สร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเข้าไปอีก
และหลังจากอยู่ด้วยกัน ยุนไม่ค่อยหลงเล๊ยยยยยยย พอหายป่วยที่ยังไม่ได้หายดี ก็จัดการซะแล้ว แถมทำทุกวันอีกต่างหาก หื่นโคตรอะ มีตัดพ้อด้วยว่า ใจร้ายให้รอค่ำคืนแบบนี้มาตั้ง 7 ปี ก็นะถ้าตัวเองไม่หยิ่งเหมือนกัน อาจจะไม่ต้องรอถึง 7 ปี ก็ได้ แต่ก็คุ้มน้า รอนาน แต่พอสมหวัง ก็ไม่มีผิดหวัง สุขสมกับที่รอมานานเลยนิ ^^
เปิดตัวมิน มาในตอนนี้ แอบกลัวแทนแจที่งานเข้าแบบไม่รู้เรื่อง เพราะความหึงหวงของยุน และจากสปอย จากพวกคิดชั่วอีก ยุนที่คิดว่าตัวเองน่าจะรักแจหลังจากได้อยู่ด้วยกัน พอมินมา นึกถึงอดีตที่มินเคยขอแจจากยุน แถมมินดูจะลืมตัวว่าแจเป็นพี่สะใภ้อีก งานงอกที่แจหละคราวนี้

ปล.ขอบคุณหนูปัด ที่เอาเวลาว่างทั้งหมดเพื่อแต่ง ตอนนี้ให้ทุกคนได้อ่าน ขอบคุณความเหนื่อย ความเครียด โดยเฉพาะการลงใน exteen ที่มันขยันรวน ขอบอกว่าตอนนี้สนุก ภาษาก็ดี แถมมายาวมาก (ชอบจริงๆ) มันคุ้มค่าคุ้มเวลาที่หนูเสียไปจริงๆนะ
ขอบคุณจากใจจริง

#2 By MouyKJN (103.7.57.18|115.87.139.175) on 2013-04-22 14:00

ในที่สุดพี่ปัดก็ลงฟิคได้แล้ว เฮ่! \\\\o/
หลังจากที่เมื่อคืนดูเดี้ยงๆไปแล้ว
- - ยุนโฮดูท่าจะไม่เหนื่อยเลยนะคะ คนอ่านอ่านแล้วแล้วเหนื่อยอีก #เหนื่อยแทนจักรพรรดินี 555555555
พาร์ทนี้ยาวมากๆเลยคะ ชอบ~~~~~
จักพรรดิดูฉลาดขึ้นบ้างแล้ว แหะๆๆ ไม่ทำร้ายน้องแจแล้วด้วย
ส่วนแจก็ น่าร๊ากกกกกกกก เหมือนเดิม
นางสนมทั้ง2นิถ้าจะต้องก่อเรื่องออีกแน่ๆ -*-
อาราไม่เท่าไรแต่เจ้มิยองนี่ก็นะ
จัน....เอาไปประหารสิ
ชอบฟิคพีเรียดของพี่ปัดมากคะ มันดูพีเรียดจริงๆๆ
นะพวกภาษาที่จัดเต็มไรงี้ ^^
รอพาร์ทต่อไปนะค้าบบ <3

#1 By la_bellelune (103.7.57.18|101.108.183.208) on 2013-04-22 12:24