.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้แก้อยู่ดีจ้า อินี่ขี้เกียจจ้า

 

 

 

 

 

 

.

 

 

.

 

Fiction: จักรพรรดินี

Paring: YunJae (Mpreg, Period, Drama, Fantasy)

By: l-o-o-k-p-a-d

Note: เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ Lizetia สงครามนางสนม และพระชายาแต่อย่างใดนะคะ เพียงแต่อยู่ในซีรี่ย์เดียวกัน

Note2: กรุณาอย่าคาดหวังกับความสนุกเท่าๆเดิม หรือมากกว่าเดิม สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ทุกอย่างมีสิ่งใหม่ๆเสมอ

Note3: ชื่อฟิคอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

จักรพรรดินี

 

4

 

ทั้งที่ในวันหนึ่งๆ จะมีเวลามีชั่วยามเท่ากันแต่กับระยะนี้นั้นแจจุงกลับรู้สึกว่ามันผันผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เพียงชั่วขณะเดียวในความคิด เวลาก็กระโดดมาเป็นวันที่เขามีรายชื่อตราอยู่ในสมุดรายงานการถวายตัว

เจ้าของเรือนร่างบอบบางพยายามกล่อมสติของตัวเองด้วยการกรีดนิ้วลงบนพิณตัวโปรด แต่ดูยากเหลือเกินกับการที่ต้องควบคุมไม่ให้หัวใจลอยละล่อง

 

“องค์ชาย...ท่านพ่อบอกแจจุงว่า โตไปแจจุงต้องแต่งงานกับองค์ชายเหรอ”

“อืม”

“แล้วการแต่งงานคืออะไรล่ะ แจจุงไม่รู้จัก”

“การแต่งงานก็คือการที่คนได้อยู่ร่วมกัน มีความสุขด้วยกัน มีความรักให้กันและกันจนแก่เฒ่าไง เจ้ามิรู้หรือ”

“มีความรักให้กันงั้นเหรอ รัก...งั้นเหรอ...งั้นองค์ชายจะรักแจจุงใช่ไหม ถ้าเราแต่งงานกันน่ะ”

“....”

 

ไม่มีคำตอบจากองค์ชายที่ตัวโตกว่าตรงหน้า องค์ชายน้อยในชุดแดงวัยสิบสองเพียงแต่มองผู้ที่ถามนิ่งนาน อ๋องตัวน้อยในชุดสีส้มอ่อนยังไร้เดียงสายิ่งนัก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คนสองคนเจอกันเมื่อองค์ชายรัชทายาททรงติดตามเสด็จพ่อของพระองค์เสด็จประพาสทางตะวันตก

“ว่าอย่างไรล่ะ องค์ชายต้องรักแจจุงใช่ไหมเมื่อเราแต่งงานกันน่ะ ส่วนแจจุง.. แจจุงก็จะรักองค์ชายนะ”

“เจ้าพูดคำว่ารักได้ง่ายเช่นนั้นเชียว?”

“ก็แจจุงไม่รู้นี่นา แต่องค์ชายก็จะรักแจจุงเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ถ้าเราได้แต่งงานกันน่ะ”

“...”

และยังคงไม่มีคำตอบจากอีกฝ่าย มีเพียงสายตาคมปลาบจากคนตัวโตกว่าที่มองกลับมาสักพัก แล้วเดินจากไป...

 

 

ใบหน้าใสอมยิ้มเฝื่อนๆ เมื่อนึกถึงความหลังครั้งเก่า ไม่เห็นจะต้องหาคำตอบใด คำตอบของคำถามเมื่อครั้งยังเด็กได้รับคำตอบแล้วในคืนแต่งงาน การแต่งงานหาใช่ต้องเกิดจากความรัก หรือมีความรักเป็นพื้นฐาน ที่องค์ชายองค์นั้นพูดคงหมายถึงความรักของคนทั่วไปหาใช่กษัตริย์สินะ และที่พระองค์เดินจากไปโดยไม่ตอบคำถาม ก็คงเพราะไม่รู้จะตอบคำใด ในเมื่อทุกสิ่งอย่างถูกลิขิตให้แล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาทั้งสองก็ต้องแต่งงานกัน ไม่ว่าจะรักหรือไม่รักก็คงไม่มีความหมายใด

แต่ก็น่าแปลก ขณะที่องค์ชายพระองค์นั้นจิตใจคงนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ซ้ำยังเฉยชาและมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดูร้าย แต่กับอ๋องตัวน้อยๆ กลับเติบโตมาพร้อมกับความอบอุ่นสดใส พร้อมกับความคิดที่ฝังลึกว่าให้จงรักและภักดีกับองค์ชายพระองค์นั้นจนสุดชีวิต

นิ้วเรียวหยุดกรีดลงบนเส้นสายที่ขึงตึง จมูกโด่งสวยพ่นลมหายใจออกแรงคล้ายจะละทิ้งความคิดเก่าๆ วันนี้ คืนนี้แล้วมิใช่หรือที่จะได้เริ่มต้นใหม่ หากพระองค์ไม่รัก และไม่คิดจะรัก มันคงไม่ผิดกระมังที่คนที่รักคนนี้จะทำให้พระองค์หันมารัก หรือคิดจะรักขึ้นมาบ้าง... สักนิด...

.

.

.

“พระสนม... พระสนมเพคะ ไม่อยากจะเชื่อ ไม่อยากจะเชื่อเพคะ..” เสียงดังลั่นจากนางกำนัลคนสนิทแล่นเข้าโสตประสาท ก่อนที่ตัวของนางผู้นั้นจะถลันเข้ามาภายในห้องนอน อันมีหญิงสาวสวยสะกำลังใช้น้ำมันหอมชั้นดีนวดถูตามร่างกาย

“ไม่อยากจะเชื่ออันใดเล่า ฮวายอง” พระสนมผู้งดงามวางขวดแก้วบรรจุน้ำมันในมือลง

“ก็เรื่องที่ไม่น่าเชื่ออย่างไรเพคะ คือ..คือ.. ชื่อ..ชื่อการถวายตัวคืนนี้น่ะเพคะ เป็น เป็น... โอ๊ย ไม่อยากจะเชื่อเพคะ พระสนมต้องไม่เชื่อเหมือนหม่อมฉันแน่ๆ”

“เล่นลิ้นจริง รีบพูดมา ไอ้ไม่อยากจะเชื่อ ไม่อยากจะเชื่อของเจ้า จักทำให้ข้าคิดว่าผู้ถวายตัวเป็นจักรพรรดินีผู้โง่เขลาคนนั้นแล้วนะ” พระสนมมิยองคนงามสะบัดใบหน้าหนีนางกำนัลคนโปรด มือเรียวจัดแต่งทรงผมของตนเล็กน้อยพลางกล่าวต่อ “หากเป็นเช่นนั้น ฟ้าคงถล่มตาย อยู่เหี่ยวแห้งเย่อหยิ่งทั้งฝ่าบาทไม่เหลียวแลมานานหลายปีขนาดนั้น ฮึ”

“ก็ถ้าอย่างนั้นฟ้าของพระสนมคงจะต้องถล่มแล้วเพคะ”

“อย่างใดนะ!”

“เป็นองค์จักรพรรดินีเพคะ ฟ้าถล่มแน่ๆเพคะคืนนี้ รายชื่อการถวายตัวคืนนี้น่ะ เป็นจักรพรริดินีมิผิดเพคะ หม่อมฉันเห็นสมุดนั้นกับตาเพคะ"

“ข้าไม่อยากจะเชื่อ เป็นไปได้อย่างไรกับคนขี้ขลาดอย่างมันเนี่ยนะ!”

“แต่ก็เป็นไปแล้วล่ะเพคะ จะทรงทำอย่างไรเพคะ”

“ข้าจะทำอย่างไรได้ มันเป็นถึงประมุขฝ่ายใน ข้ามีสิทธิ์ไปห้ามได้งั้นรึ แต่...ถ้าปล่อยไป..หากฝ่าบาทติดใจมัน หรือ... มันติดใจฝ่าบาทขึ้นมา....อา..” แน่ล่ะ ไม่ว่าสนมนางไหนต่างติดใจในรสรักของฝ่าบาททั้งนั้น แล้ว...ถ้าหากมัน....ไม่ได้การแล้วล่ะ มันทั้งสวย ทั้งงาม ทั้งยังเป็นถึงจักรพรรดินีควรคู่ฝ่าบาท หากทั้งสองชมชอบซึ่งกันและกัน หรือมันเกิดติดใจ...แล้วข้า...ข้าล่ะ?

 

ไม่ได้..ยอมไม่ได้..

แม้นจะเกี่ยวเนื่องเรื่องรัชทายาท แต่..ครั้งเดียวก็เกินพอ!!

ข้าต้องทำอะไรอสักอย่าง!



"เจ้าสนิทกับนางกำนัลห้องเครื่องใช่หรือไม่” นิ่งไปสักพัก สุดท้ายหนึ่งในพระสนมคนโปรดของฝ่าบาทก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ “ข้าจำได้ว่าเจ้ากับนางกำนัลห้องเครื่องของฝ่าบาทเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เล็ก”

“เพคะ”

“ดี” พระนางลุกขึ้นจากโต๊ะพระสอางค์ ไปหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับปลายเตียง ก่อนเดินกลับมา

“เจ้าจงนำสิ่งนี้ให้นางกำนัลเพื่อนบ้านของเจ้าคนนั้นผสมในอาหารให้ฝ่าบาท หึ ไม่ต้องกลัว... มันหาได้เป็นยาพิษไม่ ข้าเห็นว่าครานี้จะเป็นคืนแรกของจักรพรรดินีผู้สูงส่ง ซ้ำยังทรงเสนอชื่อพระองค์เองด้วยเช่นนี้ ข้าผู้เมตตาก็อยากจะสงเคราะห์พระองค์ให้สุขสมถึงใจอย่างไรเล่า" ใบหน้าสวยคมฉ่ำด้วยเครื่องสำอางชั้นดีปรายสายตาดูนางกำนัลคนสนิทโดยที่ริมฝีปากแดงสีชาดยกยิ้มมาดหมาย แล้วส่งขวดกระเบื้องนั้นแก่นางกำนัล

"ฮวายองเอ๋ย คืนนี้องค์จักรพรรดินีของเจ้าน่ะ คงสุขสมจากฝ่าบาทจนกระอักตายแน่"

.

.

ล่วงเข้าสายัณห์ เรือนร่างขาวเนียนบอบบางของผู้ที่งามเลิศสมกับตำแหน่งประมุขของเหล่ามวลบุปผาแห่งองค์พระจักรพรรดิกำลังเหม่อมองผ่านหน้าต่างบานใหญ่กว้างออกไป.. ผ่านสระบัวแสนสวยพิสุทธิ์ที่ชูดอกงามสมบูรณ์ ผ่านไปยังตำหนักใหญ่ที่ตั้งเคียงข้าง

มื้ออาหารค่ำที่จัดแต่งอย่างสวยงามทั้งยังรสเลิศแทบไม่มีร่องรอยแห่งการแตะต้อง ไม่ปฎิเสธว่ากำลังรู้สึกตื่นเต้น ไม่ปฏิเสธอีกด้วยว่ามันมาพร้อมกับความหวาดกลัว จนแม้ลมเย็นในห้วงปลายฤดูหนาวใกล้จะใบไม้ผลิในช่วงนี้ที่กระทบผิวกายที่สวมเพียงแพรพรรณเนื้อดีทว่าบางพลิ้วนั้น ก็ดูไร้ซึ่งความรู้สึกใด

 

“อย่าได้กลัว สวรรค์จะอยู่เคียงข้างเจ้า น้องพี่”

 

จริงสินะ สวรรค์ คงต้องอยู่เคียงข้างข้า...

 

“พระองค์เพคะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว จะทรงสรงน้ำสักหน่อยหรือไม่” จีฮโยพระพี่เลี้ยงส่งเสียงทักเบาๆ ทรงยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว แม้ไม่ใช่กลางฤดูหนาว แต่ทรงสวมเพียงเท่านี้ กระแสลมอาจทำร้ายร่างกายแสนบอบบางของนายผู้เป็นที่รักของตนได้ “น่าจะทรงสรงน้ำอุ่นสักหน่อยนะเพคะ ตรงนี้เย็นนัก เดี๋ยวจะไม่สบาย” นางรู้ดีว่าเจ้านายของตนยังมีเวลาจะตระเตรียมอะไรได้อีกไม่น้อยนัก เพราะได้ทรงปฏิเสธการร่วมเสวย และถวายการปรนนิบัติระหว่างที่ฝ่าบาทเสวยพระกระยาหารไปแล้ว ด้วยตำแหน่งที่สูงส่งของพระองค์ ที่จะมีสิทธิ์เลือกที่มากกว่า

 

เลือก... ที่จะไม่ไขว่คว้า เพื่อมิให้พลาดทุกห้วงโอกาสเหมือนสนมคนอื่นๆ

“เช่นนั้นก็ได้ พี่จีฮโย”

.

.

.

นางกำนัลสามคู่ที่ถือโคมนำก้มหน้าลงต่ำ พวกนางทั้งหกกำลังเดินนำหน้าบุคคลแสนสูงศักดิ์ในชุดทรงสีขาวปักทองคลุมด้วยเสื้ออุ่นนิ่มขนจิ้งจอกขาว ร่มหนาคันใหญ่ถูกกางกั้นตามอิศยศักดิ์ ใบหน้าหวานใสก้มลงเล็กน้อยมองเพียงหนทางข้างหน้าสามก้าว แต่ก็ดูแผ่ด้วยอำนาจแปลกประหลาดที่มองไม่เห็น ตามติดพระองค์ไม่ห่างนักเป็นพระพี่เลี้ยงคนสนิท และถัดมาด้วยนางกำนัลและมหาดเล็กอีกห้าคู่

มีเพียงเสียงก้าวเท้าเงียบเชียบและเสียงลมหวีดหวิวเพียงเท่านั้นเป็นเพื่อนร่วมทาง แล้วขบวนแห่งความงดงามเป็นที่สุดของพระราชวังก็เคลื่อนผ่านสวนสวยจัดแต่งประณีต และรั้วเตี้ยที่กั้นระหว่างอาณาบริเวณ จวบจนเคลื่อนมายังจุดหมายปลายทาง อันเป็นพระตำหนักใหญ่ พระตำหนักหลักแห่งองค์พระจักรพรรดิ

ประตูใหญ่เปิดออกอย่างรู้งาน มหาดเล็กนับสิบทั้งนางกำนัลไม่ใช่น้อยโค้งตัวต่ำถอยเท้าหลีกทางต้อนรับ มิมีใครพูดคำใด ด้วยรู้การณ์แห่งกาลอยู่ก่อนแล้ว ขบวนแห่งผู้มีกลิ่นหอมดังบุปผาสวรรค์ทำเพียงเคลื่อนผ่านเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดทางที่ควรจะมีบุคคลร่วมขบวน

วันนี้คืนนี้มิใช่คืนก่อนเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อนนั้นแล้ว ดวงตากลมโตสุกสกาวมองไม่เห็นถึงม่านมังกรเกี้ยวหงส์ดังเคยแลทั้งไม่เห็นมหาดเล็กนางกำนัลผู้เฒ่าที่เคยระแวง มือขาวรับเอาตราหยกจากมือพระพี่เลี้ยง ปากอิ่มแดงเม้มน้อยๆขณะรับตราหนาหนักนั้น

 

ไม่มีอะไรต้องหนักใจอีกแล้ว

ตัดสินใจแล้ว

จะไม่...หันกลับ

จะไม่...เหมือนเดิมอีก

 

แขนงามออกแรงยกตรานั้นประทับลงกระดาษสาที่มหาดเล็กทูลถวาย กระดาษที่บ่งบอกถึงห้วงเวลาแห่งการถวายตัว กระดาษ.. ที่จะปิดที่บานประตูทั้งสองของห้องพระบรรทมจนกว่าจะรุ่งเช้า

เรียวขางามก้าวเข้าสู่ภายในห้องอุ่นสะอาด สองเท้าก้าวออกไม่ได้รวดเร็วนักด้วยใจมีความลังเลแต่กระนั้นก็ไม่ได้ถอยกลับ เสื้อคลุมขนจิ้งจอกที่สวมกันความหนาวเย็นระหว่างทางถูกถอดออกไปแล้ว กายนุ่มเนียนเหลือเพียงชุดทรงสีขาวปักทองที่คาดรัดเอวคอดกิ่วด้วยเส้นไหมถักทอพร้อมเส้นเงิน

หัวใจกำลังเต้นรัวแรง มือขาวที่กุมกันไว้เองชื้นไปด้วยเหงื่อ ปากอิ่มสีแดงเม้มเข้าหากัน

 

กลัว..ไม่ใช่ไม่กลัว

อยากหนี...ไม่ใช่ไม่อยาก

แต่หากตัดสินใจแล้ว...ครานี้ จะไม่ถอย


                “มาแล้วหรือ จักรพรรดินีของข้า”  

 

เมื่อเท้าย่างพาเจ้าของมาถึงกึ่งกลางห้องบรรทมกว้างใหญ่ สุรเสียงของเจ้าแห่งชีวิตก็ดังทุ้มกังวาน ใบหน้าสวยหมดจดหันไปหาเสียงนั้น พระองค์อยู่ตรงนั้นแล้ว ร่างกำยำของฝ่าบาทกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอน สำราญพระอิริยาบถอยู่บนแท่นบรรมใหญ่ ทรงฉลองพระองค์เพียงชุดคลุมสีดำปักทอง มันรัดทบกันเพียงหมิ่นเหม่ ท่อนบนจึ่งเผยหน้าอกกว้างของพระองค์ให้เห็นรำไรชวนให้ลืมสูดลมหายใจ

 

“ในที่สุดเจ้าก็เป็นฝ่ายมาหาข้า หึ” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังทักทายต่อไป ขณะที่อีกคนย่อกายลงเล็กน้อยถวายความเคารพ “ในที่สุดเจ้าก็พร้อมจะมอบกายให้แก่ข้า ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าคนเย่อหยิ่งอย่างเจ้าในวันนั้น จะเป็นฝ่ายเสนอตัวเข้ามาหาข้าเองในวันนี้ ต้องขอบใจซูยองกับอาราสินะ” ทรงหยิบลูกพลับแห้งที่คงยังเหลือเป็นบ้างส่วนในพระกระยาหารค่ำขึ้นมาเสวยเล่น

 

 

“มาสิแจจุง ปลดเปลื้องสิ่งรกตาบนกายของเจ้าแล้วขึ้นมาหาข้า” 

 

 

แจจุงพยายามไม่คิดว่าคำสั่งนั้นดูแปลกประหลาด ด้วยคิดอยู่แล้วว่าพระองค์จะต้องทรงประชดประชันอยู่บ้างเป็นแน่ ตากลมโตกระพริบเบาหนึ่งครั้งคล้ายกับเป็นสัญญาณแห่งการตัดสินใจ

 

ไม่ถอยกลับ...เช่นใดก็จะไม่ถอย

 

ไม่ช้านัก มือเคลื่อนขึ้นจับที่ผมดำขลับที่ถูกพระพี่เลี้ยงรวบไว้ด้วยเส้นไหม นิ้วเรียวออกแรงดึงเส้นไหมนั้น ปล่อยให้ผมเงางามทิ้งตัวลงสยายถึงกึ่งกลางหลัง เป็นความงาผมผุดผาด เมื่อผมดำงามล้อมกรอบใบหน้าสวยหวาน

เรียวขาก้าวเข้าไปช้าๆ ไม่อาจพูดได้ว่าก้าวอย่างมั่นคง เพราะมันสั่นจนดูจากแววตาของอีกฝ่ายก็รู้ว่าคงสนุกกับการกระทำของตนนักที่ได้เห็นร่างสั่นเทาแต่หาญทำใจกล้าของผู้ที่ต้องครองคู่ร่วมชีวิต และร่วม...เตียง ในคืนนี้

หากแต่ร่างบอบบางทำคล้ายไม่สนใจ ระหว่างที่ขาเรียวกำลังก้าวเข้าไปหานั้น มือขาวที่จัดการปล่อยผมดำขลับให้ยาวสยายเรียบร้อยแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นแก้แกะผ้าคาดที่พระพี่เลี้ยงบรรจงผูกมาอย่างดี มือขาวค่อยๆแกะปมผูกออกช้าๆ ค่อยๆเคลื่อนคลายปมขมวดออกจนหลวม...จนในที่สุดมันก็ทิ้งตัวลงสู่พื้น

ความขาวผ่องลออตาประจักษ์ชัดในพระเนตรคม ดูเหมือนกับความงดงามที่ต้องด้วยแสงเทียนในค่ำคืนนี้จะน่าดู น่ามองเสียยิ่งกว่าค่ำคืนก่อนนั่นเสียอีก ความสวยยากละสายตากำลังจะเปิดเผยให้เห็นตรงหน้า ผิวกายเนียนนุ่มน่าสัมผัสเผยออกวับแวบขณะที่ขาทั้งสองค่อยๆพาเรือนร่างเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมประหลาดปะทะนาสิก รู้อยู่บ้างว่าบุคคลตรงหน้านี้มีกลิ่นหอมไม่เหมือนคนอื่น และดูท่าจะต่างจากทุกคนในพื้นแผ่นดินนี้ แต่กับค่ำคืนนี้ คนตรงหน้ากลับมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจแปลกประหลาดมากกว่าใครหน้าไหนเสียอีก

ริมฝีปากอวบอิ่มฉ่ำแดงที่ถูกเจ้าของขบกัดน้อยๆ คงด้วยข่มใจตนเองดูยั่วเย้าโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ที่ตั้งใจทำก็ดูท่าจะกลั่นความกระหายในตัวฉ่ำหวานนั้นยิ่งกว่า เมื่อมือขาวเลื่อนขึ้นไปที่สาบเสื้อที่แม้จะไร้ผ้าคาดแต่ก็ยังทับกันนิ่งให้แบแบะออกไปด้านหลัง มันเผยให้เห็นลาดไหล่มนที่น่าสัมผัส แลทั้งเนินอกที่ขาวกระจ่างดุจน้ำนมที่น่าแตะแต้มทำรอย

 

“จูบข้าสิแจจุง” ร่างสูงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพูดเบาที่ข้างหูของคนที่เดินมาชิดใกล้เหลือเกินแล้ว

“ปรนนิบัติข้า...ปรนเปรอข้า...” มือหยาบใหญ่จับเอามือนุ่มเข้าประทับที่แผงอกแกร่งของตนเอง ทั้งแขนอีกข้าง ก็รวบเอาเอวคอดๆนั้นเข้ามาชิดใกล้

 

ดวงตาสวยสุกสกาวดังแก้วใสชั้นดีจ้องมองมาแน่วแน่ ‘เลิศล้ำ’ นัก คงไม่มีคำใดเหมาะควรกว่าคำนี้ ดวงตาที่มีขนตายาวเรียงเป็นแพคู่นั้นดูเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น จนปิดลงก่อนที่สัมผัสหวานล้ำจะประทับบางเบาที่ริมฝีปาก

ไม่รอให้อีกฝ่ายเงอะงะไปมากกว่านี้อีกแล้ว เหนือคนใต้หล้าทุกผู้คล้ายทนความเย้ายวนนั้นไม่ไหวเปลี่ยนเป็นฝ่ายตอบรับและรุกนำช่วงชิงลิ้มรสความหวานดูดดื่ม มือหยาบข้างหนึ่งนวดวนที่ไหล่เนียน ขณะที่อีกข้างแทรกเข้ารอยแหวกของชุดงามเพื่อลูบไล้เรียวขาและยังปัดผ่านซุกซน

 

นุ่มเนียนเหลือเกิน

งดงามเหลือเกิน

ฉ่ำหวานเหลือเกิน

 

ความร้อนเร่าของทั้งสองฝ่ายดูจุดประทุเร่งเร้า มือหยาบที่ที่ลูบไล้ดูคอยกระตุ้นจิต ปากหยักที่ขบดูดราวกระตุ้นวิญญาณ ความร้อนแห่งเสน่หาที่แม้นเคยสัมผัสเมื่อครั้งเก่าแต่ก็มิได้ลุกโชนถึงเพียงนี้ดูจะมอมเมาร่างบอบบาง

 

ละทิ้งความอาย

จิตใจและความคิดบอกเช่นนี้ยามที่ก้าวขามาชิดใกล้

 

หมดสิ้นความกลัว

ยามที่สายตาสบสานและตัดสินใจประทับริมฝีปาก

 

ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มยามที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสฟูกนุ่ม กายน้อยบิดเร่าเมื่อคนด้านบนดูจะกลืนกินไปทั่วร่าง มือหยาบซอกซอนไปทุกส่วน ปากหยักลิ้มรสหวานล้ำทั่วร่าง

 

ทว่า....ไหนเลยจะรู้ ผงยาพิเศษที่มีผู้โรยใส่สำรับอาหารที่แม้จะผ่านเข็มเงินก็ไม่อาจตรวจจับกำลังออกฤทธิ์รุนแรงอยู่เดี๋ยวนี้ การกระทำวาบหวามทว่าอ่อนโยนกำลังเปลี่ยนเป็นรุนแรงบีบเคล้น ริมฝีปากที่ดูดเม้มลิ้มความหวานกำลังเปลี่ยนเป็นขบกัดดูดดึง สายพระเนตรลึกล้ำยากจะอ่านเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวสัตว์ป่า!

ความอ่อนโยนวาบหวิวพลิกกลับเป็นรุนแรงรุกไล่ในชั่วครึ่งลมหายใจ!

 

“แจจุง....ข้า...”

 

                สุรเสียงทุ้มห้าวกล่าวได้แค่นั้น เรียวขางามก็ถูกจับอ้าออกกว้าง ไร้คำอธิบายใดๆ ‘บางสิ่ง’ ก็กระแทกเข้าช่องทางอ่อนนุ่มไร้ใครรุกล้ำเข้ามาเต็มแรง

 

เปรี้ยง!!!! เสียงฟ้าฝ่าดังสนั่นทั้งที่ไร้ความครึ้มของเมฆฝน

 

                “!!!”  ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เพราะความเจ็บแทรกลึกจนจุกสะท้าน มันเจ็บร้าวระบมคล้ายร่างจะแตกเป็นเสี่ยง ปากอิ่มอ้าออกตากลมเปิดโตด้วยเจ็บจุกซ้ำกับตกใจเหลือคณนา

 

ไม่นานพอจะทำให้เข้าใจ แรงกระแทกตอกย้ำรุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง มันลึกล้ำจนสุดทาง ใบหน้าหวานใสเหยเกเจ็บปวด มันร้าวขึ้นริ้วทั่วร่าง ความเจ็บแล่นแปลบ ดูคล้ายช่องทางนุ่มที่ไร้ใครล่วงล้ำนั้นจะฉีกขาดเสียแล้ว ของเหลวสีแดงไหลริน ทว่าคงช่วยหล่อลื่น ‘บางสิ่ง’ ให้เลื่อนเข้าออกพร้อมแรงกระแทกที่ถาโถมเข้าซ้ำๆ

 

“แจจุง..ข้า...ข้า...ควบ..คุม..ตัวเอง...ไม่ได้” เสียงแหบพร่าดังอยู่ที่ซอกคอขาว มือหยาบมือหนึ่งจับรวบท่อนขาเรียวงามข้างหนึ่งพร้อมกำหนดการเคลื่อนไหวของคนใต้ร่างให้ร่วมมือ อีกข้างบีบเคล้นยอดอกสีสดจนแดงช้ำ

 

ไร้คำตอบใดหรือแม้แต่เสียงร้องจากอีกฝ่าย มีเพียงริมฝีปากที่แดงช้ำและยังคงจะช้ำมากขึ้นเมื่อฟันขาวขบกัดทำร้ายตัวเองลงไปอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้

 

มันเจ็บจนเหลือทน มันเจ็บจนรวดร้าว

ร่างกายที่โยกคลอนแต่ละครั้ง ดูจะพัดเอาความเจ็บปวดมาสะสมในทุกครา

 

มือขาวทั้งบิดเกร็งทั้งบิดจิกผ้าปูพระแท่นจนยับย่นใกล้ขาด น้ำตารินไหลจากดวงตาคู่สวย ร่างกายกำลังรับรู้ถึงจังหวะที่รัวเร่งเร้า ริมฝีปากกำลังได้รับการสัมผัสดูดดื่มรุนแรงจนต้องเปิดออกต้อนรับลิ้นร้อนที่เข้ามาซอกซอน

 

ทรมาน..ทรมานเหลือเกิน...

เมื่อไรจะจบ...เมื่อไร..

และ...

สุดท้าย...ก็รู้สึกถึงการกระตุกเกร็ง และรับรู้ถึงความอุ่นวาบแล่นเข้าสู่กาย

 

สิ้นสุด..เสร็จสิ้นแล้วใช่ไหม..จบแล้วใช่ไหม...  คำถามนี้ดังก้องในหัว ร่างกายดูสิ้นเรี่ยวแรงในทุกๆอย่าง เหมือนกับเจ้าชีวิตนั้นปล้นเอากำลังและวิญญาณไปจนหมด

 

ครั้งแรกของเขา มันไม่มีความสุขใด มันไร้ซึ่งความสุขสม มันมีเพียงความเจ็บปวด

 

“มันผิดปกติ...อา...ข้าไม่เคยเป็นเช่นนี้” เสียงทุ้มดังขึ้นหลังเสร็จกิจแสนสุขสม ประกายพระเนตรอ่อนโยนในช่วงแรกกลับมาแล้ว

“.....”

“เจ้าคงเจ็บมาก ความต้องการของข้าในตัวเจ้ามันรุนแรง จนแม้แต่ตัวข้าก็ไม่สามารถควบคุมได้” เสียงทุ้มอ่อนโยนดังขึ้นก่อนจะทรงจูบบางเบาที่หน้าผากมนชื้นเหงื่อ “ทั้งที่คืนนี้เป็นคืนแรกของเจ้า เจ้า...ที่ใช้เวลาทำใจถึงเจ็ดปี” พระเนตรคมกล้าจ้องมองลงมา สองตาสบสาน “เจ็บมากไหม” ทรงพูดเบาราวกระซิบ แต่นั้นก็เหมือนทำนบแห่งน้ำตาของคนใต้ร่างล้นเอ่อจนทะลัก น้ำตามากมายไหลริน

 

เจ็บ ร่างกายของแจจุงเจ็บมากฝ่าบาท... แต่มันก็เหมือนจะหายได้ด้วยนำเสียงอ่อนโยนนี้

เจ็บ เจ็บจนแทบทนไม่ไหวฝ่าบาท แต่มันก็เหมือนจะคลายด้วยการกระทำที่ปลอบประโลมที่โหยหา

 

“อย่าร้องไห้... แจจุงผู้ทระนงตนเย่อหยิ่งผู้นั้นหายไปไหนกัน” นิ้วเรียวเช็ดน้ำตาให้เบาๆ

“มันเป็นความผิดปกติ ที่ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้ มันเหมือนกับข้าโดนยาบางประเภท ซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่ามันมาได้อย่างไร และไม่สามารถหาได้ในคืนนี้” ทรงจูบเบาที่หัวไหล่ ไล่มาจนซอกคอขาว

“เพราะข้าคิดว่า...อีกไม่นานนักหรอก มันคงออกฤทธิ์อีกครั้ง ขอเจ้า..ช่วยปลดปล่อยให้ข้าได้ขึ้นชั้นฟ้าในกายเจ้าอีกครั้ง...อีกครั้ง...และอีกครั้ง...จนกว่าจะสิ้นสุด ได้หรือไม่...แจจุงของข้า”

“แจจุง....”

“ได้หรือไม่” สุรเสียงทุ้มหวานพร้อมประกายพระเนตรคมที่อ่อนหวานมองลงมาใกล้ชิด แจจุงยากจะตอบคำใด ความเจ็บที่ได้รับและจนกระทั่งตอนนี้ มันทำให้หวาดกลัวที่จะยอมรับคำนั้น หากเสียงหวานและคำร้องขอที่ลึกซึ้งก็ทำให้ใจอ่อนยวบมากเกินไป

ทว่า...ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ทนรอเอาคำตอบ โอษฐ์หยักฉกวูบส่งความหวานเนิ่นนาน ก่อนเปลี่ยนเพิ่มความเร่าร้อนและลึกล้ำยิ่งขึ้น จนแจจุงรู้แล้วว่า คำปฏิเสธใดก็คงไร้ความหมายแล้ว เมื่อลมเสน่หากระพือจนยากจะหยุดยั้ง ความต้องการของจักรพรรดิดูล้นเอ่อ และร้อนแรงยากเกินควบคุม แม้ว่าสายพระเนตรจะไม่ดุกร้าวราวสัตว์ป่าเหมือนคราแรก แต่ก็ร้อนแรงจนแทบจะแผดเผา ได้แต่ปลอบโยนตนเองให้เข้มแข็ง และอ่อนเอนไปตามแรงนำของอีกคนที่ชักพา ทุกครั้งที่ปลดปล่อย ฤทธิ์ร้อนจะค่อยละลายกลายเป็นอ่อนโยนแทนที่ ร่างน้อยหวังเพียงสักครั้งในค่ำคืนแรกนี้ เจ้าชีวิตจะนำพาตนให้ขึ้นชั้นฟ้าแห่งความสุขสมเฉกเช่นและพร้อมกัน...

แต่สวรรค์เอ๋ย ค่ำคืนนี้แจจุงน้อยจักรับความต้องการของฝ่าบาทได้นานเท่าใดกัน เมื่อเรี่ยวแรงและสติในกายเขาผู้นั้นจักหมดลงในคราสามนี้แล้ว...

 

 

“จักรพรรดินีของเจ้า... หรือก็คือแจจุงของเราจะอยู่กับเราที่นี่”

Comment

Comment:

Tweet

เอ้ยวยย หลอกให้อ่านถึงตอน4นี่หว่า เธอรู้ใช่ไหมว่าถึงตอนนี้แล้วคงหยุดอ่านไม่ได้TT TT

คือไม่รู้จะเม้นย้งไง คือมันสนุกอ่ะสนุก อยากรู้ต่อด้วยว่าตื่นมาแล้วจะเป๋นไง

คือจริงๆยุนรักแจใช่มั้ย แล้วทนมาทำไม7ปี

แล้วมีอารมอ่อนโยนแบบนี้ (ถึงจะแค่ตอนถึงสวรรแล้วก็เหอะ) แล้วทำไมตอนเข้าหอทีแรก

พี่ยุนกวนโอ้ย จนน้องแจหยิ่งไม่มาหา7ปีวะ

โอ้ยยยย คำถามเยอะ อ่านต่อเหอะ555

#10 By SOMi (103.7.57.18|171.97.30.82) on 2013-04-26 20:48

อือหือ ขอมาเม้นต์ด้วยคนนะคะ เพิ่งรู้ว่าพี่ลูกปัดมีบอร์ดด้วยอ่า เชยมาก อิอิ อ่านหลายตอนรวดและมีแนวโน้มว่าติดฟิคอีกแล้วค่ะ อิอิ มาถึงตอนนี้ค้างมากมาย แจเจ็บตัวโดยใช่เหตุเพราะนางสนมขี้อิจฉาเลยอ่า ดูท่าจักรพรรดิไม่ต้องยา คงจะอ่อนโยนน่าดู ลุ้นจินตนาการดี อิอิ

#9 By sk (103.7.57.18|118.173.192.68) on 2013-04-21 18:06

เค้าขอโทษน้า มันทำไมไม่ขึ้นก็ไม่รู้อ่ะ
ไม่เป็นไร เม้นต์ตอนนี้ใหม่ก็ได้ ^^
เลวนักพระสนม แจจุงช้ำหมด จัดการมันซะ

#8 By mumu on 2013-04-18 19:01

แจคงป่วยยาววเลยงานนี้
แจคงเจ็บมากแต่คงเจ็บแค่ที่กสยแต่คงไม่ใช่ที่ใจแล้วกระมัง อิอิ
ผ่านคืนนี้ไปคงหวานกันน่าดู ยุนควบคุมตัวเองหน่อยน้าา ถึงจะโดนยากะเถอะ เด่วแจจะเจ็บหนักน้าา

#7 By si (103.7.57.18|180.183.69.242) on 2013-04-17 23:23

อืม ....
สงสัยจะโดนใช้งานหนักเลยมาลงกับแจจุงนะคะท่านไรท์เตอร์
ระวังพรที่ได้จะเป็นจริง

ฮิยะยาย่า question

#6 By Mint (103.7.57.18|14.207.97.86) on 2013-04-17 21:46

อิหมีฉลาดอยู่บ้างที่รู้ว่าตัวเองโดนยา แต่ถึงจะโดนอย่างไรก็ควรควบคุมตัวเองให้เบาๆ หน่อยแจจ๋าอ๊ะครั้งแรกหนะรู้ไหม

#5 By orapin (103.7.57.18|10.144.109.91, 1.20.1.155) on 2013-04-17 20:44

ความคิดสนมแต่ละนาง ตั้งแต่ สนมเอกยันสนมมิยอง น่าจะมาตบแล้วก้อประหารเรียงตัว แหะๆ อินกะความร้ายกาจจนหมั่นไส้ไปหน่อย ไม่ว่ากันนะคะ ==" ทั้งสงสารและชื่นชม จักรพรรดินี นะ กลัวๆก็กลัว แต่ก็กล้าที่จะเปลี่ยนตัวเอง ฝ่าบาทยังไม่วายพูดจาทำร้ายจักรพรรดินีอยู่ร่ำไป ดีนะที่ยังมีมุมอ่อนโยนบ้าง ภาษาสวยมากเลยคะ big smile

#4 By anation (103.7.57.18|183.89.152.55) on 2013-04-17 14:23

ท่าทางของอิหมีเนี่ยน่าหมั่นไส้อย่างแรง
แจจ๋าต้องใช้เวลาทำใจตั้งนานยังมีหน้ามากระแนะกระแหนอีก
พาร์ทนี้สงสารน้องแจอย่างแรง
นังมิยองตัวอย่าให้เจอนะ ชั้นจะขอตบนางสักทีโทษฐานที่ทำให้แจจ๋าเจ็บปวด หึ..
ปล. ภาษาสวยมากค่ะ อ่านแล้วลื่นไหล
รอตอนร่อไปนะค่ะ

#3 By nidd (103.7.57.18|101.109.200.61) on 2013-04-17 00:29

เจ็บ(แทน) บอกเลย
TT_______TT สงสารจักรพรรดินี
อัดอั้น พิมพ์ไม่ออก สงสารแจๆๆๆๆๆ
คงจะเจ็บน่าดูเลย
ตอนฉากที่บรรยายว่ายุนโฮกึ่งนั่งกึ่งนอนนั่นอยากจะ
เดินเข้าไปตบบ้องหูนะคะ 5555555555555
หมั่นไส้ทำกับแจตัวน้อยๆได้ยังไง เจ็ดปีเลยนะ!
รอพาร์ทต่อไปเลยฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟฟว์
ขอบคุณนะคะ ฟิคมาอัพ(เกือบ)ทุกวันเลออ ฮิฮิ

#2 By la_bellelune (103.7.57.18|101.108.183.132) on 2013-04-17 00:12

เปิดตอนด้วยเรื่องเล่าในอดีต แจถูกเลี้ยงมาด้วยการปลูกฝั่งว่าต้องรัก ต้องภักดีต่อยุนแท้ๆ ตอนเด็กก็ไร้เดียงสาน่ารัก อิตาองค์ชายวัยสิบสอง ที่ไม่ตอบ คือตอบไม่ถูกเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ก็เอ็นดู อ๋องน้อยอยู่บ้างใช่เปล่า หรือยังมึนๆ
นางพวกตัวร้ายนี่มันคิดดีๆไม่เป็นจริงๆ กล้าวางยาจักรพรรดิ ตอนแรกก็งง? ยัยมิยองก็กลัวว่าการนอนด้วยกันครั้งเดียวก็ท้องได้ แล้วทำไมจัดยาให้อะ ยิ่งนอนกันหลายๆครั้งจะไม่ยิ่งท้องง่ายเรอะ มาถึงบางอ้อตรงบทถวายตัวเนี่ยแหละ ที่แท้หล่อต้องการให้แจกลัวการถวายตัว เพราะความหื่นกระหาย และรุนแรงที่ได้รับนี่เอง หล่อชั่วจริงๆ
เข้าใจอารมณ์แจอะ เพราะครั้งแรกที่ปฏิเสธก็เพราะกลัว แล้วยังอายพวกที่ล้อมแล้วยังวิพากษ์วิจารณ์อีก แถมพ่อจักรพรรดิก็ไม่เข้าใจอีกว่าคนเค้าอาย เค้ากลัว พ่อก็ออกปากต่อว่าแล้วก็ให้แจมาถวายตัวเอาเอง อ่านตอนที่เริ่มตั้งขบวนมาเนี่ย พี่สารภาพว่าใจเต้น แบบลุ้นไปด้วย พอเดินเข้าห้อง พอมาเจอคำทักทายแล้ว อารมณ์แบบหมั่นไส้ยุนโฮจริงๆเลยเว้ย! 555  แล้วก็กะอยู่ว่ายุนมันต้องกระแนะกระแหน่แจสักเล็กน้อย ก่อนจะสั่งให้ปรนเปรอตัวเอง
จิ้นภาพตาม อยากบอกว่าอิจฉายุนอะ อยากเป็นคนตรงนั้นแทน กรี๊ด!~แจมาแก้ผ้ายั่ว นี่แค่เริ่มปลดผ้า ยุนก็หลงรูป หลงกลิ่นจากความหอมแล้ว พอได้สัมผัสฤทธิ์ยาออกทันทีเชียว สงสารแจมากอะจุดนี้ เพราะพ่อคุณเล่นจัดหนักเลย แต่ก็รู้สึกฉลาดว่าตัวเองต้องโดนวางยาแน่ๆ พอจบบทแรก อย่างน้อยคำพูดก็ยังทำให้คนโดนอุ่นใจขึ้นบ้างจากคำปลอบ ยิ่งพอเห็นน้ำตาแจ ยุนมันก็พูดให้รู้สึกว่ามันก็ห่วงแจ เหมือนมีใจให้บ้างเล็กน้อย
จากสปอย แจจุงของเรา อือหือ.. แล้วก็อยากรู้ว่าพ่อจักรพรรดิจะหาตัวคนวางยาตัวเองมั๊ย หรือปล่อยผ่าน ถ้าปล่อยผ่านก็แย่ไปนิดนะ แบบนี้ใครลอบฆ่าแค่หายาพิษที่เข็มเงินตรวจไม่เจอก็ฆ่าได้สบายเลยนิ

ปล. วันนี้พี่ exteen รวมซะเกือบไม่ได้อ่านแล้ว ขอบคุณหนูปัดมาก ที่อดทนต่อความเอ๋อ จนได้อ่านสมกับความหวัง cry
ปลล. บทมหัศจรรย์ โอเคเลยจ้า มันอาจจะไม่พอใจหนูปัด เพราะคิดว่าอยากให้ออกมาดีกว่านี้ แต่ส่วนคนอ่านพี่โอเคนะ ไม่ได้เลือดกระฉูด แต่ก็เห็นถึงความกลัว ความเจ็บที่แจได้รับ และก็ได้เห็นยุนที่แม้จะโดนยาแต่ก็มีมุมอ่อนโยน และคำพูดปลอบประโลมด้วย ส่วนตัวพี่ให้ผ่านน้า confused smile

#1 By MouyKJN (103.7.57.18|171.97.19.119) on 2013-04-17 00:02