.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

ลบออกชั่วคราวค่ะ แล้วจะมาอัพให้ใหม่นะคะ<<< บอกแบบนี้แต่ก็ไม่มาสักที

รีไรท์ก็ไม่ทำ งั้นเอาแบบเก่าๆไปก่อนเนาะ แหะๆ คิดก่อนอ่านนะคะ จะจบหรือเปล่า รีไรท์ไหมไม่รุ้เลย

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

.

Fiction: สงครามนางสนม ภาค ๓ (จักรพรรดินี)

Paring: YunJae (Mpreg, Period, Drama, Fantasy)

By: l-o-o-k-p-a-d

Note: เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ Lizetia สงครามนางสนม และพระชายา แต่อย่างใดนะคะ เพียงแต่อยู่ในซีรี่ย์เดียวกัน

Note2: กรุณาอย่าคาดหวังกับความสนุกเท่าๆเดิม หรือมากกว่าเดิม สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ทุกอย่างมีสิ่งใหม่ๆเสมอ

Note3: ชื่อฟิคอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

จักรพรรดินี

 

 

 

2

 

 

 

ความคึกครื้นที่เคยเกิดในลานกว้างเงียบเสียงลงแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการทุกอย่าง เหล่าขุนนางและพระราชวงศ์ที่ไม่มีหน้าที่ต่อต่างทยอยกลับ ขณะนี้ได้ยินเพียงพิณ กลอง และเครื่องสายบรรเลงพริ้วลอยตามลมเพื่อขับกล่อมในเวลาอันสำคัญ เมื่อสองบุคคลผู้ร่วมพิธีสาบานต่อฟ้ากำลังจะเข้าร่วมหอ

ค่ำคืน คืนแรกเป็นคืนที่สำคัญยิ่ง ภายในพระราชวังมีแต่ความเงียบเชียบเว้นเพียงเสียงเพลงหวาน และด้วยพระราชวังอันใหญ่โต จึงไม่ได้ยินเสียงเฉลิมฉลองที่อยู่ภายนอก มหาดเล็กและนางกำนัลเก่าแก่ยืนรายรอบตำหนักใหญ่ที่เป็นดั่งศูนย์กลาง รอคอยจักรพรรดิและจักรพรรดินีผู้งามล้ำเลิศ จุ่มแช่ตัวในอ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่คนละฝากฝั่งตำหนัก ก่อนก้าวเข้าสู่คืนอันมงคล

 

“ทรงพระเจริญ

 

เสียงสรรเสริญ อวยพรดังขึ้นตลอดทางที่ย่างขาก้าว ร่างบอบบางสรงน้ำศักดิ์สิทธิ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เช่นกันกับฝั่งตรงข้าม ฝ่าบาทในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังก้าวออกมาเช่นกัน

 

มือนิ่มจับมือพระพี่เลี้ยงแน่น บัดนี้ไม่เหลือใครแล้ว ยูชอนและจุนซูต่างก็ต้องกลับออกไปตามเวลาอันสมควร

 

“พี่คงส่งเจ้าได้เท่านี้แจจุง...” 

“ท่านพี่...แจจุงกลัว”

“อย่าได้กลัว สวรรค์จะอยู่เคียงข้างเจ้า น้องพี่” ยูชอนกระซิบเบา เมื่อถึงเวลาที่ต้องทูลลาออกไป ปาอ๋องผู้ยิ่งใหญ่พยายามรั้งตัวเองเอาไว้จนเป็นคนสุดท้าย แต่ทว่า ให้ช้าอย่างไรก็ต้องลาจาก ค่ำคืนแห่งคราแรกย่อมสำคัญ ความมั่นคงเป็นปึกแผ่นของอาณาจักร นอกจากความเข้มแข็งของกษัตริย์ และการปกครองที่ดีแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รัชทายาท ก็เป็นส่วนที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อน

 

และรัชทายาทอันเกิดแต่จักรพรรดินี ก็สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

 

พิธีบวงสรวงต่อฟ้า ในยามดึกสนิท ฟ้าเคยเป็นสีครามเมื่อช่วงกลางวัน มืดดำราวกับถูกป้ายด้วยน้ำหมึก มันมีเพียงพระจันทร์ดวงกลมโตที่ส่องสว่างสีนวลตา

ธูปถูกจุดและปักลง ไม่มีใครพูดคำใด ราชครูผู้เฒ่าทำปากขมุบขมิบเล็กน้อยตามบทสวดที่ท่องจำจนขึ้นใจ จอกเหล้าหยกถูกส่งถวายจากด้านข้าง

สุรามงคลรสนุ่มชั้นดี แต่ก็แผดเผาบาดคอสำหรับคนไม่เคยชิน แจจุงเบ้หน้าเล็กน้อยแต่ก็รักษากิริยาได้น่าดูชม

                "ได้เวลาอันสมควรแล้วเพคะ" เสียงแหบดังขึ้นจากมุมหนึ่ง เป็นเสียงจากหนึ่งในนางกำนัลผู้เฒ่าสี่นาง แจจุงหันไปมองด้วยใจหวาดหวั่น

"พระองค์ต้องเสด็จเข้าไปก่อน จากนั้นฝ่าบาทจะเสด็จตามเข้าไป" พิธียุ่งยากซับซ้อนนัก แต่ก็ไม่สามารถจะเถียงเพื่อหาคำอธิบายใด เท้านุ่มในรองเท้านิ่มจึงก้าวออกตาม

                จากลานเล็กในตำหนักเข้าสู่เขตชั้นใน ประตูบานกว้างเปิดออกให้ก้าวเข้าสู่ห้องที่อุ่นกว่านักหนา ร่างเล็กถูกจับมายืนที่หน้าแท่นบรรทมใหญ่ เสื้อคลุมหลายชั้นที่ปกปิดร่างกายมาตลอดหลังแช่น้ำถูกปลดเปลื้องออกเหลือเพียงชั้นเดียว

                "น้อมส่งจักรพรรดินี ขอจงสุขสมหวัง"

                อดีตอ๋องน้อยขลาดกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิด ตากลมไม่กล้ามองไปที่ไหน จับเพียงที่ฝ่ามือของตน ยี่ภู่ขาวที่ปูลาดที่ตนนั่งอยู่นี้ทั้งนิ่มและอุ่น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อบอุ่นหัวใจขลาดๆนี้อย่างใดเลย

 

                "ผ้านั้นจะต้องนำไปเข้าพิธีมอบแก่สวรรค์ในวันรุ่ง!" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นจนร่างขาวตกใจ ใบหน้าหวานหันมองผ้าปูนอนที่ตนนั่งทับอยู่ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง นั่น..นั่นหมายความว่า...

 

                "รุ่งเช้า เมื่อเราตื่น มหาดเล็กและนางกำนัลเหล่านั้นจะนำมันไปเข้าพิธี" พระวรกายใหญ่โตในชุดคลุมดำล้วนค่อยๆก้าวเข้ามา พระหัตถ์หนาชี้ไปที่เงาตะคุ่มหลากหลายเงาที่ยืนล้อมห้องนี้ไว้ภายนอก

                "ห้องนี้จัดทำขึ้นเพื่อเราและเจ้าในค่ำคืนแรกแห่งการเข้าหอ” แจจุงเงยหน้ามองไปรอบๆ ห้องนี้คงเป็นห้องบรรทมใหญ่นั่นแหละ แต่ถูกกางกั้นม่านปักรูปมังกรเกี่ยวหงส์ทั้งสี่ด้านรายรอบ และตลอดทั้งนั้นก็มีเงาตะคุ่มของทั้งมหาดเล็กและนางกำนัลที่ค้อมตัวก้มต่ำอยู่เวรเฝ้าเป็นระยะ

               

ความหวาดหวั่นเกิดขึ้นจนพูดไม่ถูก ท่ามกลางคนรายล้อมเช่นนี้ เขาและฝ่าบาท....

 

"เจ้าคิดว่าอย่างไร" ราวกับผู้ทรงแห่งอำนาจไม่ได้สนใจในข้อนั้น สุรเสียงทุ้มกล่าวต่อเมื่อทรงก้าวเข้ามาชิดใกล้

"ไม่เคยมีประวัติศาสตร์หน้าใดในชองจง ที่จักรพรรดินีเป็นชาย" คางสวยได้รูปถูกจับเพื่อให้หน้าหวานใส แก้มนุ่มมีสีแดงระเรื่อเชิดขึ้น

                "เจ้า...เป็นคนแรก แจจุง" ใบหน้าหล่อเหลาโน้มตัวลงมา ใกล้จนได้รับรู้ถึงความรู้สึกร้อนผ่าวของลมหายใจ พระโอษฐ์หยักประทับลงบนริมฝีปากนุ่มชั่วครู่ ก่อนเบียดเคล้า เคล้นคลึง ขบเม้ม

                ความไร้เดียงสากำลังจะถูกชักพาด้วยอารมณ์และความรู้สึก ตากลมโตค่อยๆปิดลงรับเอาแต่ความรุ่มร้อน หวานฉ่ำของคนตรงหน้า

                ฝ่ามือเล็กกำผ้าปูแพรไหมสีขาวจนยับยู่ยี่

                มันราวกับจะหายใจไม่ออก

                มันราวกับกำลังถูกฉุดไปอีกที่

 

ผ้าคลุมตัวงามหลุดเลื่อนออกจากหัวไหล่ ความมนสวยนวลเนียนประจักษ์สายตา ความรุ่มร้อนกำลังจะถูกพัดให้ท่วมท้นพันทวี แต่กระนั้นความเย็นวาบที่หัวไหล่และคำพูดกระซิบในประโยคต่อมาก็ทำให้จักรพรรดินีผู้ไร้เดียงสาคืนสติ

“ใครๆ ต่างก็สนใจค่ำคืนนี้ของเรา...มันเป็นประวัติศาสตร์”

                ตากลมภายใต้เปลือกตาสีน้ำนมเผยออก มองเห็นเงามากมายภายนอกยืนนิ่ง แต่ก็หันรี หันขวางหากัน ใบหูเล็กได้ยินเสียงกระซิบกระซาบ ดังแผ่วเบา

 

..จะมีโอรสได้ง่ายหรือไม่... 

...น่าห่วงข้อนี้เสียจริง...

 

                ผ้าคาดถูกแก้ให้หลุดออกจากกัน เสียงที่ได้ยินราวกระซิบบีบเค้นให้น้ำตาเม็ดงามหยดหยาดดั่งไข่มุก

 

...จักรพรรดินีเป็นชายหามีในหน้าประวัติศาสตร์... 

...ค่ำคืนแรกของสองพระองค์ที่เป็นชาย... 

 

                แผ่นอกขาวบางถูกรุกไล่ด้วยลิ้นร้อน มือขาวพยายามป่ายปะผลักไส

 

...บอบบางยิ่งนัก และยังเป็นชาย... 

...นั่น...มังกรกำลังก่อเกี่ยวหงส์แล้ว สวรรค์โปรดเมตตา... 

 

                ฝ่ามือร้อนรุ่มกำลังลูบไล้ต้นขานวลเนียน ชายเสื้อคลุมหลุดลุ่ยแยกออก

 

...กำลังก่อเกี่ยวหงส์แล้ว ท่วงท่าช่างงามยิ่ง ไม่นึกเลยว่าเป็นชาย เจ้าจงจดให้โดยละเอียด... 

 

            ไม่ต้องอธิบายใด เสียงที่ได้ยินประกาศให้รู้แล้วว่า กิริยาที่เกิดขึ้นทุกอย่างอยู่ท่ามกลางสายตานับสิบคู่  ทุกท่วงท่ากิริยากำลังถูกจดบันทึกโดยคนที่เฝ้ามอง

 

                ไม่!!! ไม่ได้ เขาไม่อาจกระทำการน่าอับอายเช่นนี้ต่อหน้าผู้ใดได้ ทำ...ทำไม่ได้

 

                “หยุด หยุดก่อนเถิด”

                “ได้โปรด...ฝ่าบาท.. หยุด...หยุดเถิด” เสียงหวานดังแผ่วอีกครั้ง ใบหูขาวสะอาดกำลังถูกขบเม้ม

                “ฝ่าบาท... ได้โปรด ไม่ใช่...ไม่ใช่ตอนนี้” แขนอ่อนแรงยกขึ้นผลักกายหนา เล็บมือจิกลงไปเพื่อคืนสติแด่คนตรงข้าม

                “ทำไม” ทรงหยุดการกระทำ ใบหน้าหล่อเหลาน่าเกรงขามจ้องไปที่ตากลมที่ส่องประกายระริก

“แจจุง...เอ่อ หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่พร้อม” ใบหน้าสวยหวานไม่สามารถหลบอาการขัดเขินใดใด ได้แต่เพียงเบี่ยงหน้าหลบ สายตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความต้องการลึกล้ำ

“ไม่พร้อม?”

“ท่าม..ท่ามกลางคนมากมายเช่นนี้” ปากอิ่มกระซิบแผ่ว จนยากจะได้ยิน

“แต่นี่คือบัญชาสวรรค์” ฝ่ามือหยาบลูบจากหน้าท้องเนียนแบนราบย้อนขึ้นไปที่ซอกขาว “เจ้ากับเราต้องร่วมหอ” นาสิกโด่งสูดดมความหอมละมุน “เจ้าจะปฏิเสธได้อย่างไร” ปากหยักดูดดุนผิวเนื้อละเอียดจนขึ้นรอยแดง

“ยอมแก่เรา เจ้าอย่าโง่ปฏิเสธเราเลยแจจุง หาเคยมีใครกล้าปฏิเสธการร่วมเตียงกับเราไม่” ปากหยักไล่ระลงระเรื่อยจนถึงเนินอก พระหัตถ์หยาบฤาก็ไม่เลิกซุกซนกับความนวลเนียนของสะโพกเรียวขาว

“หม่อมฉัน หม่อมฉัน...” ปากอิ่มพร่ำพูดไม่เป็นสับ ตาโตมองผ่านม่านน้ำใสเห็นหลายเงาตะคุ่มกำลังกระซิบกระซาบ

“และถ้าเราสั่งให้เจ้ายอมเรา แจจุง เจ้าจะขัดบัญชาแห่งเราหรือ” พระพักตร์คมซุกไซร้ที่หน้าท้องสีน้ำนม ริมฝีปากวนเวียนรอยบุ๋มกลางลำตัว

 อกบางสะท้อนลมหายใจขึ้นลงรุนแรงด้วยความหวาบหวามเหลือแสนฝ่ามือขาวนิ่มจิกทึ้งผ้าปูที่เคยเรียบตึงจนยับย่น สมอง สติ ตีกันยับยุ่งพัลวัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความกลัว ความละอายทั้งหลายประเดประดังราวน้ำหลาก

แต่ความละอายก็ดูราวจะชนะทุกสิ่ง แม้จะหวาดกลัวคนตรงหน้ามากแค่ไหน แต่ความกลัวกับเรื่องที่ไม่เคยและกำลังจะเกิด และที่มากที่สุดกับความอายเหลือแสน ก็ทำให้ไม่สามารถกลั้นใจยอมได้ ปากอิ่มแดงเจ่อจึงต้องเอ่ยออก

“ขอทรงเมตตา....” สายตาเว้าวอนถูกส่งไปให้ ได้โปรด...

 

“เรื่องมาก!!!” ร่างสูงหนาผุดลุกขึ้นจากแท่น คำคมปริบตรัสก้อง

 

ราวกับมีการเคลื่อนไหวบางอย่างภายนอกห้อง เงาทั้งหลายดูจะสะดุ้งกับถ้อยคำที่ได้ยิน

 

“โอหังนัก! นึกว่าเจ้าเป็นใครถึงกล้าปฏิเสธเรา”

“หม่อมฉัน หม่อมฉัน...”

“ได้...เช่นนั้นคืนนี้เราจะให้เจ้าตามคำขอแจจุง แต่อย่าหวังว่าเราจะให้โอกาสเจ้าอีก เราจะไม่ไปหาเจ้า เราจะรอ.. รอเมื่อเจ้าพร้อม พร้อมเมื่อใด ให้เจ้าเดินมาอ้อนวอนถวายกายเจ้าแก่เราเอง แจจุง!

 

ประตูถูกกระชากเปิดออก มหาดเล็กทั้งหลายถอยกรูด มหาดเล็กและนางกำนัลหน้าตาเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูกเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะนอกจากจักรพรรดินีที่เป็นชายไม่เคยมีในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีจักรพรริดินีพระองค์นั้นปฏิเสธองค์จักรพรรดิอีก ทั้งยังเป็นการล่มการร่วมหอที่ฟ้าประทานพร

 

พระองค์เปลี่ยนไปมาก

ดู....ทรงอำนาจ และฉุนเฉียว.....

ใช่สิ...จักรพรรดิต้องทรงอำนาจเฉกเช่นนี้

จักรพรรดิ ที่ไม่มีใครหน้าไหนหรอกจะกล้าปฏิเสธคำสั่งของพระองค์

ปฏิเสธ....

ปฏิเสธ... ที่เจ้าได้ทำลงไปแล้ว...แจจุง...

ข้า...ทำอะไรลงไป.....

 

“เรียก ฮวังมิยองเข้ามาปรนนิบัติข้า” 

 

และทั้งจักรพรรดิ ยังทรงเรียกหาหญิงอื่นในคืนที่ต้องร่วมหอกับจักรพรรดินี ประวัติศาสตร์ ต้องจารหน้าใหม่กี่ครั้งแล้วหนอ

Comment

Comment:

Tweet

โหยยยยย เป็นนู๋ก็ไม่ยอมค่ะ ยังกะแสดงหนังสดให้คนอื่นดู รับไม่ด้ายยยยย

พี่แจจะทำไงต่อหละ น่าจับพี่หมีกระทืบจริงๆ

#8 By SOMi (103.7.57.18|58.9.203.223) on 2013-04-22 21:14

ทำแจจุงถึง.....
ฝ่าบาทก็นะเรียกสนมในคืนเข้าหอ รู้สึกได้ว่าจะได้ด่ฮวางมิยองในไม่ช้า

#7 By YooBiing (103.7.57.18|27.55.167.135) on 2013-04-20 09:30

ยุนใจร้ายหว่ะ ทำไมนิสัยงี้ว้า
แจไม่เป็นไรนะ ถึงเวลาเดี๋ยวก็มาเอง

#6 By mumu on 2013-04-11 21:28

อ๊าาา ยังรออ่านอยู่เสมอน้าาา
เป็นเราเราก็ปฎิเสธอ่าคนเอยะขนาดนั้นนน

#5 By si (103.7.57.18|180.183.236.75) on 2013-04-11 01:59

ชอบมากค่ะ

#4 By のぞみ on 2013-04-10 19:07

มาถึงแจจ๋าก็น่าสงสารตามเคยนะคะ
เมื่อไรจะสู้คนบ้างอ่ะ

#3 By Mint (103.7.57.18|14.207.200.191) on 2013-04-10 06:04

น่าสงสารแจจุงอ่ะ ..
ยุนโฮก็ใจร้ายจัง
แต่นะ เล่นนั่งวิจารณ์กันแบบนั้นใครจะกล้าทำ

#2 By Wings Devil on 2013-04-09 12:57

รู้สาเหตุแล้ว มันก็น่าให้ปฏิเสธอยู่นะ ก็พวกที่รายล้อมอยู่ข้างนอก ถ้ายืนเงียบๆ เหมือนจะไม่ไ้ด้ยินก็ยังพอให้สมยอม แต่นี่อาราย คงเค้าจะร่วมหอ พวกคุณเธอทั้งหลายดังยืนวิพากษ์วิจารณ์ แล้วใครคนหน้าบางๆที่ไหนจะกล้านอนให้คนฟังเสียงครางหละค้า ส่วนพ่อจักรพรรดิ หมั่นไส้อะคะ จะรอให้แจไปอ้อนวอน ชิอยากให้แจหยิ่งกลัวจนไม่ยอมไปจริงๆ แต่ก็นะแจก็จะกลายเป็นคนที่ถูกนินทาตลอด เศร้าใจอะ อยากให้คนลั่นวาจาว่าจะให้แจไปเสนอตัว เป็นคนกลับคำมาหาแจเองอะ หมั่นไส้ล้วนๆเลยเหอะ..
ปล.อยากบอกว่านานแค่ไหนพี่ก็จะรออ่านนะจ๊ะ ^^

#1 By MouyKJN (103.7.57.18|115.87.152.62) on 2013-04-09 01:04