SF: พระชายา (ภาค๒ ของสงครางนางสนม)

Paring: Yun-Jae
BY: l-o-o-k-p-a-d
Note: ทุกอย่าง สมมุตินะจ๊ะๆ (แต่เพื่อคิดง่ายๆ ฉิงซางก็คล้ายๆเมือง จ. อึนซานก็คล้ายๆเมือง ก. )
Note2: ฟิคแนวพีเรียด นับได้ว่าเป็น ภาค๒ของสงครามนางสนม แต่เนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวโยงกันแต่อย่างใด เอาชื่อมาขายเฉยๆ อิอิ
Note3: ฟิคนี้กะปั่นให้จบ มีไม่กี่ตอน ไม่เกิน 10 ตอนนะจ๊ะ ไม่น่าจะดองนาน เพราะเก๊ามะว่างTT
Note4: แน่นอนเหลือเกินว่า พลอตน้ำเน่า ละครช่องเจ็ด ยุงบินหึ่ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง

 
 
 
พระชายา




10.1


สงครามนางสนม 2 by l-o-o-k-p-a-d










และแล้ววันเวลาพ้นก็ผ่านพ้นไปเป็นเดือน บัดนี้พระชายาที่เคยร่างบอบบางกลับอวบอิ่ม หน้าท้องที่เคยแบนราบเริ่มนูนโต ด้วยอายุครรภ์ที่ล่วงไปสี่เดือนเศษ ทว่า...หน้าท้องนูนนั่นผู้เป็นบิดาของโอรสในครรภ์ก็ไม่เคยได้สัมผัส หรือแท้ที่จริงใบหน้าของผู้เป็นมารดา บิดาก็ไม่ได้พบเจออีกเลย นับแต่วันนั้น


“ท่าน...เป็นใครหรือ”


และถึงแม้ว่าพระราชาพระองค์นั้นจะเพียรมาหาเพียงไร ก็มิได้เจอ หรือ..ก่อนหน้านั้นชางมินจะมาบอกอย่างไรว่าพระองค์เพ้อถึง ก็อดทนทำใจแข็ง หรือถ้าเซ้าซี้เกินทน มือนุ่มก็จะจับพู่กันเขียนด้วยลายมือสวยงาม หรืออาจฝากใครไปบอกคนผู้นั้นว่า 



“ได้โปรดกลับไปเถิด เราหาได้รู้จักกันไม่”

“โปรดกลับไปเสีย เราหาได้รู้จักกัน”







ลูกจ๋า...แม่ทำผิดหรือไม่..


แม่..ทำผิดต่อลูกหรือเปล่า..


แม่รักพ่อเจ้าเหลือเกิน..


แต่...แม่...







มือขาวลูบหน้าท้องขึ้นลง ถึงจะผ่านพ้นไปหลายเดือน แต่..ก็ไม่เคยลืมหรือตัดใจได้สักนาที







รัก...ฝังรากหยั่งลึก...




.



.



“แจจุง....เจ้าอยากออกไปตลาดหรือไม่” แล้วจู่ๆเสียงแหลมๆก็แว่วเข้ามา นั่นเอง..ร่างขององค์ชายผู้เป็นชายาของแม่ทัพใหญ่วิ่งกระหืดกระหอบมาให้เจอ ในมือถือตระกร้าหวายใส่ของ เหมือนจะเตรียมออกไปข้างนอก

“ไปหรือไม่ ข้าเห็นเจ้าไม่ได้ออกไปตลาดนานแล้ว นับแต่วันนั้น..” จุนซูหมายถึงวันที่แจจุงไปกับชางมินแล้วหน้ามืดเป็นลม และชางมินก็ไปเจอและได้เบาะแส..แก้ต่าง

“นาอึนให้มาถามเจ้าดู คนท้องไม่ควรนั่งอุดอู้ทั้งวัน เดี๋ยวจะคลอดยาก” คนตัวเล็กพูดเจื้อยแจ้วต่อ ตากลมชะแลบมองไปทางประตูบ้านบ่อยๆ แต่..จริงๆนะ นาอึนบอกมาจริงๆ คนท้องต้องเดินบ้าง จะได้คลอดง่าย แม่นมคนนี้ย่อมรู้ดี เลี้ยงลูกเด็กเล็กแดงมาทั้งจวน แม้ชายหญิงร่างกายจะแตกต่าง แต่ก็คงไม่ได้แยกกันมากนัก นี่ก็หมายมั่นปั้นมือตั้งแต่ได้รับการปล่อยตัว แล้วรู้ว่าแจจุงท้อง ก็จัดแจงทำท่าจะช่วยเลี้ยงดูโอรสหรือธิดาน้อยๆเต็มที่แล้ว

“ไปหรือเปล่า ไปเถอะนะ จะพาไปไหว้พระด้วย” โอ๊ย จะมาแล้วนะ เร็วเข้า วันนี้เสด็จพี่จะเสด็จมาอีกแล้ว เหนื่อยที่จะกันแล้ว ท่านแม่ฤาก็เหมือนจะใจอ่อนแล้ว เมื่อคืนก็แอบมาคุยว่าน่าจะเลิกกีดกันทั้งสองได้แล้ว ให้ทุกสิ่งทั้งสองจัดการกันเอง แย่จริงเชียว 

“อืม..เจ้าทำเหมือนจะหนีใครเลยนะจุนซู หรือว่า..ฝ่าบาทจะเสด็จ”

“เอ่อ..ก็..ใช่ ครานี้ข้าขี้เกียจกันเองแล้ว เจ็บคออยู่เจ้าก็รู้ เลยว่า..เอ่อ..ชวนเจ้าหนีออกนอกจวนดีกว่า แล้วก็..เจ้าจะได้ออกไปเดินเปิดหูเปิดตา แล้วก็ขอพรพระด้วยอย่างไร”

“งั้นหรือ..งั้นก็ไปสิ ถึงไม่ต้องหนีใคร แจจุงก็อยากออกไปเดินเล่นจะแย่อยู่แล้ว” ใบหน้าสวยยิ้มหวานสดใส ถึงจะรู้สึกใจแกว่งกระตุกเมื่อได้ทราบว่าใครจะมา แต่เมื่อคิดถึงสถานที่ที่กำลังจะไป ที่ที่นั้น ความคึกคัก จอแจของผู้คน ความสนุกตื้นเต้นที่ชื่นชอบก็ทำให้อยากรู้อยากเห็น น่าจะทำให้ลืมอาการกระตุกของหัวใจ



เปิดหู เปิดตาบ้าง ก็ดีอยู่มิใช่หรือไร...




.



.




“เป็นอย่างไรเล่าแจจุง... ไหว้พระมาแล้ว เจ้า..อธิษฐานว่าอย่างไรบอกข้าได้หรือไม่” คนตัวเล็กจูงคนท้องลงบันได และก็ไม่ลืมที่จะกางร่มกันแดดยามสายให้อีกด้วย



วันนี้ พอทั้งสองออกจากจวนมา ก็มุ่งตรงมาที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทันที ระหว่างทางที่ร่างงดงามสองร่างเดินผ่าน ทุกคนต่างตื่นตะลึงที่ได้พบความสวยงาม และน่ารักของคนสูงศักดิ์จากจวนแม่ทัพทั้งสิ้น จริงอยู่ว่าน้อยคนนักจักทราบว่า คนสองคนนี้เป็นใคร แต่ลักษณะท่าทางก็บ่งบอกถึงความเป็นผู้ดี ที่มีจิตใจที่ดีงามมิแพ้หน้าตา


“ใครเขาให้บอกกันเล่าจุนซู เดี๋ยวมันก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์หรอก” มือขาวลูบท้องขึ้นลงตามความเคยชิน จริงๆก็ไม่ได้ขออะไรพิเศษ นอกจากให้ลูกในท้องแข็งแรงเพียงเท่านั้น

“อืม..ก็จริงนะ ไม่ควรถามนั่นล่ะ งั้นข้าไม่ถามเจ้าก็ได้ แต่ว่า..เราจะไปไหนกันต่อดีล่ะ ตรงนู้นดีหรือไม่ ที่ร้านนั้นเจ้าจะได้พักดื่มชาสักหน่อย” จุนซูชี้ชวนไปยังร้านน้ำชาเล็กๆ น่านั่งตรงมุมตลาดที่เป็นทางแยกสองฝั่งถนน ร่างสองร่างที่กลมกลืนไปกับผู้คนจึงค่อยก้าวขาลงบันไดวัด มุ่งตรงไปยังร้านนั้น

“ร้านน้ำชานั้นน่ะหรือ” คนตัวขาว ชะเง้อตัวเล็กน้อย เพื่อมองหาร้านน้ำช้าตามที่องค์ชายน่ารักบอก “อ๊า.. ร้านนั้นนั่นเอง ไปสิ”






ทว่า...












“เจ้าคือ คิม แจจุงใช่หรือไม่ หึ ไปกับข้า”


“อ๊ะ” / “หยุดนะ เจ้าเป็นใครน่ะ!”







......................................................พระชายา..........................................................





“ถวายพระพรฝ่าบาท” หญิงวัยกลางคนที่ยังสวยสะพรั่ง ยอบกายแสดงความเคารพต่อชายหนุ่มรุ่นลูก ทรงผอมและดูทรุดโทรมไปมากทีเดียว แต่ตาคมที่ดูมุ่งมั่นก็ฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยว


.

.


“ลำบากท่านหญิงแล้ว” ทรงรับถ้วยชาเปิดฝาออกแล้วยกขึ้นจิบ สายตามองไปรอบๆ ยอมรับว่า..เพิ่งได้เข้ามาในจวนแม่ทัพแห่งนี้จริงๆเป็นครั้งแรก จวนแม่ทัพกว้างขวางโอ่อ่า แต่ก็ไม่ได้ตกแต่งประดับประดาหรูหราแต่อย่างใด พระเนตรคมมองดูรอบๆ คล้ายจะหา... โอกาสที่จะได้เจอแจจุงอีกครั้ง..คงมาถึงแล้วสินะ

“ไม่อยู่หรอกเพคะฝ่าบาท.. แจจุงของ ‘หม่อมฉัน’ ไม่ได้อยู่ที่บ้านเพคะ ‘ลูกที่รักของหม่อมฉัน’ ออกไปข้างนอก เปิดหูเปิดตา ที่ไม่ได้เปิดเพราะ ‘อุดอู้’ อยู่ในวังตาม ‘หน้าที่’ ที่ได้รับแต่เด็กมานานปี” ท่านหญิงแห่งอึนซานตอบด้วยรอยยิ้มเมตตา แต่ตาที่สวยเฉกเช่นบุตรชายคนเล็กจ้องมองทีท่าของคนตรงหน้าไม่วาง


“เอ่อ.. เราขอโทษจริงๆท่านหญิง”

“ขอโทษหม่อมฉันทำไมเพคะ หม่อมฉันก็แค่เพียงเป็นแม่ที่ส่งลูกไป หาใช่ว่าหม่อมฉัน เป็นลูกที่ ‘ถูกกระทำ’”



“ท่านหญิง.. เรื่องนั้น...เราขอโทษท่านด้วยใจจริง.. เรายอมรับว่า ตลอดมาเรามองแจจุงผิดมาตลอด รวมถึงไม่เคยเห็นค่า และสำนึกในความดี ความเสียสละของแจจุงด้วย แต่ว่า.. บัดนี้เรารู้แล้ว เรารู้ทุกอย่าง และ..สำนึกผิดมาก รวมถึง.. เรารู้ใจของเราเอง..เรา ‘รัก’ ลูกของท่าน เรารักแจจุง”

“....”

“ท่านจะอภัยให้เราและ ให้โอกาสเราอีกครั้งได้หรือไม่ท่านหญิง เราสัญญา เราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีก และเราจะไม่ทำร้าย จะไม่ทำให้แจจุงเสียใจอีกเป็นอันขาด” ใบหน้าหล่อเหลา ย้ำชัด เสียงทุ้มหนักแน่นราวกับจะตอกย้ำถึงความจริงใจที่มอบให้ “เราขอสัญญา”

“หม่อมฉัน...ไม่ทราบเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงแม่.. แม่ที่รักลูก เมื่อลูกเห็นว่าอย่างไร หม่อมฉันก็ว่าไปตามนั้น ดังนั้น..พระองค์จงไปบอกแจจุงเอง ไปแสดงให้แจจุงเห็นเองเถิด”

“....”




“ตอนนี้จุนซูพาแจจุงไปเที่ยวตลาดเพคะ”




......................................................พระชายา..........................................................




“หยุดนะ ข้าบอกให้หยุด ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วยแจจุงด้วย” ร่างเล็กวิ่งตามชายแปลกหน้าที่มีหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้า เสียงแหบหวานตะโกนก้องเรียกร้องให้ผู้คนที่อยู่แถวนั้นช่วยกันจับตัวชายแปลกหน้าคนนั้น ที่มือหนาและหยาบกร้านของมันจับแน่นที่แขนขาวแล้วฉุดลากกระชากออกไปไร้ซึ่งความอ่อนโยน แจจุงหน้าขาวซีด มืออีกข้างประคองครรภ์ที่เริ่มนูน ใบหน้าขาวหันมองจุนซูขอความช่วยเหลือ


“ช่วยข้าด้วย จุนซู ช่วยแจด้วย..”


“ช่วยด้วย.. ใครก็ได้ช่วยที นั่นคือพระชายาแจจุง น้องชายแม่ทัพยูชอนนะ ช่วยข้าจับคนร้ายคนนั้นที” ร่างเล็กหอบแฮ่ก แต่ก็ไม่ละที่จะวิ่งตามต่อ แม้คอแต่แรกจะเจ็บเพียงใด ก็ยังคงฝืนร้องตะโกน แต่...แม้ชาวบ้านจะช่วยกันขัดขวางเพียงไร แต่ผู้ร้ายคนนั้นก็ยกดาบขึ้นสู้จนผู้คนแหวกเป็นทาง ไม่เพียงแค่นั้น ร่างบางที่เริ่มอ่อนแรง ก็ถูกมันยกอุ้มพาดบ่าแล้วออกวิ่งเร็วยิ่งขึ้น

“ใครก็ได้.. ใครก็ได้ช่วยที” ร่างเล็กยังร้องตะโกน ขาเรียวเริ่มหมดแรง ห่างขึ้นเรื่อยๆแล้ว มันวิ่งนำห่างไปแล้ว



“แจจุง.... แจจุง.... ช่วยด้วย” ร่างเล็กหมดแรง ทรุดลง ใบหน้าที่มีรอยยิ้มเสมอเต็มไปด้วยน้ำตา ไม่ทันแล้ว ตามไม่ทันแล้ว “ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยตามไปที และช่วย..ไปบอกจวนแม่ทัพที ฮือ....”




.


.


.




“โอ๊ย!” ทันที ที่ชายร่างหนาวิ่งหลบเข้ามาถึงยังวัดร้างข้างทาง ร่างนุ่มนิ่มก็ถูกเหวี่ยงลงพื้นอันที โชคดีพื้นหินแข็งนั้นถูกปกคลุมไปด้วยกองฟาง ร่างขาวจึงกระแทกพื้นไม่รุนแรงนัก แต่ก็เจ็บข้อมือข้างหนึ่งที่ตั้งรับร่างกายเอาไว้ไม่น้อย ส่วนมืออีกข้างนั้นก็ประคองครรภ์ตามสัญชาติญาณ

“เจ็บนักรึ!” ชายคนนั้นพูด ปลายดาบคมวาบจ่อที่หอระหง

“เจ้า..เจ้าเป็นใครกัน”

“ข้าเป็นใคร? จะสำคัญไปใย สำคัญที่เจ้าควรรู้เสียตอนนี้ว่า วันนี้เจ้าจะลาโลกไปเสียดีกว่า” มันตวัดดาบเพิ่มขึ้น ให้ด้านคมของมันพาดลำคอและทั้งยังออกแรงกด จนรู้สึกแสบ “หึ..สวยเสียด้วยสิ ถึงว่าราชาโง่ถึงหลงนัก” มันมองแจจุงตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่คิดเลย ว่าจะมีคนงามกว่าน้องข้าได้” มันย่อตัวลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน “ผิวเจ้าก็เนียนนุ่มไม่น้อย” หลังมือที่วางของมันลูบไล้ไปที่ใบหน้าขาวใส

“เป็นเมียข้า ขึ้นสวรรค์ก่อนตายเสียหน่อยดีหรือไม่”


“เจ้า! นี่....นี่เจ้าเป็นพี่ชายอารางั้นหรือ” มือขาวผลักมือหนาหยาบออก ก่อนขยับตัวหลีกหนี ทว่า 



“โอ๊ย!” จู่ๆครรภ์ก็รู้สึกเจ็บเสียด จนมือต้องรีบประคอง



“นี่...นี่เจ้าท้องหรือ” ตากร้าวของมันมองที่หน้าท้องนู่น 

“อย่ายุ่งกับลูกข้า!” มือขาวสองมือรีบบิดบังหน้าท้อง

“เพราะไอ้เด็กนี่ด้วยสินะ ที่ทำให้ไอ้ราชาโง่นั่นหลงเจ้าขนาดนี้ จนทำกับน้องข้าถึงขนาดนั้นน่ะ”

“น้องเจ้า..น้องเจ้าทำไม แต่อย่างไรก็หาได้เกี่ยวกับข้าไม่”

“ไม่เกี่ยวงั้นหรือ แล้วเจ้าแกล้งไม่รู้งั้นหรือ หึ เพราะเจ้า เจ้านั่นแหละ เจ้าทำให้น้องข้าโดนโบย โดนเนรเทศ ดี.. ที่มีคนไปเจอ แต่น้องข้าก็เป็นบ้า เป็นบ้าไปแล้ว! และยังเสียโฉม ยังพิการอีก ทุกอย่างมันเป็นเพราะเจ้า!” มันตะโกนก้อง ปลายดาบยกขึ้น จ่อไปที่หน้าท้องนู่น



“อย่าทำอะไรลูกข้านะ และน้องของเจ้าทำผิด ก็ย่อมต้องได้รับโทษ เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เจ้าคิดดีๆสิ”

“แต่เจ้าก็คือต้นเหตุ!”



“ข้า..ไม่”

“ถ้าไม่มีเจ้า น้องข้าก็ไม่เป็นแบบนี้ ถ้าไม่มีเจ้าน้องข้าก็คงไม่บ้า น้องข้าก็มีความสุข”

“....”

“แต่มันก็สายไปแล้ว ถ้าเจ้าฆ่าข้า น้องของเจ้าจะหายจะเป็นปกติหรือ คิดให้ดีเถอะ” ใบหน้าหวานน้ำตาไหลนอกหน้า ปลายดาบจ่อเข้ามา มันขยับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นบริเวณหัวใจ คงต้องจากแล้วสินะ ตายหรือไม่เสียดายหรอก แต่ลูก..ลูกยังไม่ได้ลืมตา 



และ...ยุนโฮ..



“แต่เจ้าเป็นต้นเหตุให้น้องข้าต้องเป็นแบบนี้ ตายซะเถอะ อย่าอยู่เลย” ดาบยกขึ้นสูง ดวงตากร้าวจ้องเขม็งยังจุดหมาย จนตาหวานต้อบปิดหลับรอความตาย..





“อย่าอยู่เลย!!”

“แจจุง!!!!”









ฉึก!!!








“ไม่!!!”










เลือดเต็มไปหมดมันไหลหยดเลอะจนผ้าสีฟ้าที่สวมใส่เปลี่ยนสี ใบหน้าใสบัดนี้มีหยดเลือดกระเซ็นเปรอะเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างหนาของคนที่รัก ที่เฝ้าคิดถึง ล้มทับลงมา แรกแขนแกร่งเหมือนจะยกขึ้นโอบแต่ก็ไร้เรียวแรงที่จะโอบ แรกนั้นดวงตามองตรงมาก็กลับหลับปิด แรกนั้นมีทีท่าว่าจะเอื้อนเอ่ย แต่กลับเงียบสงัด ร่างนั้นแน่นิ่ง มีเพียงชีพจรเต้นแผ่ว และเลือดสีเข้มที่ไหลริน




“แ...แจ...”


“ยุนโฮ...ยุนโฮ....”


“เสด็จพี่!!! จับมัน ทหารจับมันเอาไว้ จับมันให้ได้!!




......................................................พระชายา..........................................................




บรรยากาศในตำหนักใหญ่วุ่นวาย หมอหลวงวิ่งเข้า วิ่งออก นางกำนัลผู้ช่วยวิ่งผลัดเปลี่ยนน้ำต้มสะอาดในอ่างทองคำที่นำมาให้ผ้าสะอาดชุบเช็ด ทุกคราที่นำน้ำไปเปลี่ยน น้ำนั้นไม่เคยจะใสแจ๋วดังที่เอามาใหม่ๆ 
องค์ราชาที่นอนนิ่งบนเตียงดูอ่อนแรงและมีเม็ดเหงื่อผุดเต็มใบหน้า ร่างกายกำยำร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ที่ถูกดาบจ้วงแทงเต็มที่ ปากแห้งแตกแต่ก็พร่ำเพ้อเป็นคำ ที่ทำเอาคนฟังน้ำตาร่วงเผาะ


“แจจุง..แจ...จุง”


.


.


“คมดาบแทงทะลุจุดสำคัญพระย่ะค่ะ พระชายา ถ้า...ภายในวันรุ่งพระองค์ไม่ทรงฟื้นหรือรู้สึกตัว..ข้าพระองค์เกรงเหลือเกินว่า...”


.


.


“พระชายา..” เสียงเรียกเบาๆของมหาดเล็กที่คุ้นหน้า ทำให้คนที่นั่งเฝ้าใช้มือขาวจับกุมมือหนาอยู่เงียบๆ เป็นเวลานาน นับแต่หมอหลวงและเหล่าผู้ช่วยผละออกไป ให้เงยหน้าขึ้นมอง

“ตอนผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์ให้ฝ่าบาท หม่อมฉันเจอสิ่งนี้พระย่ะค่ะ” มหาดเล็กทูลเชิญสิ่งนั้นขึ้น “หม่อมฉันเห็นฝ่าบาททรงรักและหวงแหนมาก ทรงเก็บไว้กับตัวตลอด คิดว่าบัดนี้ควรจะฝากพระชายาไว้พระย่ะค่ะ” ใบหน้าขาวมีสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ส่งมือขาวนุ่มรับถุงผ้าแพรนั้นมา

“อะไรหรือ” เสียงหวานถาม แต่วัตถุที่ส่งความเย็น และลักษณะที่จับต้อง รวมถึงมหาดเล็กที่ไม่ตอบคำถามก็ทำให้ก้มดึงเปิดมันออก





ป้ายหยกจันทรา...




“ฝ่าบาท.....”

“ทรงรักและพกติดตัวตลอดพระยะค่ะ นับแต่..พระชายาไม่อยู่เคียงข้าง”

“ฝ่าบาท...” ตากลมทอดมองร่างที่เคยกำยำแข็งแรง แต่บัดนี้ซูดซีดและดูแผ่วด้วยจังหวะหายใจ น้ำอุ่นร้อนไหลรินจากดวงตา.. “ทรงมารับดาบแทนหม่อมฉันทำไม” ทรงรักแจจุงจริงๆใช่หรือไม่พระย่ะค่ะ ถ้าทรงรัก..ก็อย่าทิ้งแจจุงไปนะ อย่าทิ้งหม่อมฉันกับลูกไป.. แจจุงจะไม่กลั่นแกล้งหัวใจตัวเองอีกแล้ว จะไม่โกรธ จะไม่เกลียด จะไม่หนีหน้าพระองค์อีกต่อไป แม้พระองค์จะฟื้นแล้วมาทำให้แจจุงเจ็บปวดอีก หม่อมฉันก็ยอม เพียงแค่ในชีวิตนี้ พระองค์ได้เคยสนใจ ใส่ใจ และรักในตัวแจจุงบ้างก็พอแล้ว ฝ่าบาท...



แม้พระองค์เคยเข้าใจผิด เคยทำร้าย เคยว่ากล่าวถากถางกับแจจุงเพียงใด แต่เพียงเท่านี้ ที่พระองค์ทุ่มเท มันก็กระจ่างแจ้งชัดแล้ว ว่าพระองค์สมควรจะได้รับการอภัยและตื่นขึ้นมาอยู่เคียงข้างกัน และหรือจะตื่นขึ้นมาแล้วโกรธเกลียดแจจุงอีกครั้งก็ยังดี



ได้โปรด...ฟื้นขึ้นมา...



“อย่าทิ้งแจจุงกับลูกไปนะฝ่าบาท.. หม่อมฉันยอมทุกอย่าง ยอมเสียทุกอย่าง ยอมเสียใจกับทุกสิ่ง เพียงแค่อย่าทิ้งหม่อมฉันไป”



น้ำตาร่วงหยดลงบนแผ่นหยกสลักลายจันทราในหมู่เมฆ ก่อนที่มือขาวจะดึงรั้งอีกแผ่นที่สลักต่างกันมาเคียงคู่ สุริยันและจันทรา




ดวงอาทิตย์ต้องคู่กับดวงจันทร์มิใช่หรือ...




......................................................พระชายา..........................................................




แสงเทียนที่ลุกโชติ ไม่เคยริบรี่เลยสักคราในตำหนักใหญ่ หากตอนนี้กำลังถูกแทนที่ด้วยแสงแห่งดวงตะวัน แสงสีทองส้มเริ่มเล็ดลอดบานหน้าต่างทาสีทองฉลุลายละเอียดตามฝีมือช่างชั้นหนึ่ง ทำให้เห็นทุกสิ่งอย่างภายในห้องกว้างชัดเจน.. มันกำลังบ่งบอกถึง วันใหม่กำลังก้าวเข้ามา หากแต่..บุคคลแสนสำคัญที่นอนหายใจโรยรินบนเตียงใหญ่กว้างก็ยัง...ไม่ฟื้นคืน


“คมดาบแทงทะลุจุดสำคัญพระย่ะค่ะ พระชายา ถ้า...ภายในวันรุ่งพระองค์ไม่ทรงฟื้นหรือรู้สึกตัว..ข้าพระองค์เกรงเหลือเกินว่า...”


เฉกเช่นกัน พระชายาแสนสวยที่ทรงครรภ์ร่วมห้าเดือนก็ไม่ได้ลุกออกจากที่นั่งเคียงข้าง มือขาวนุ่มยังคงจับแน่นที่มือหนาใหญ่ ใบหน้าหวานซึ้งยังคงซบลงสัมผัส น้ำตาก็ยังคงไหลรินเงียบๆ จนขอบตาที่เคยขาว เปลี่ยนสีเป็นช้ำ


“แจจุง..พักหน่อยดีหรือไม่” เสียงเล็กดังขึ้นข้างๆ มือขาวสัมผัสไหล่บางที่ยังไหวโยน

“ไม่จุนซู จนกว่าฝ่าบาทจะฟื้น ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ทรงเป็นเช่นนี้ ฮึก.. เพราะข้า เพราะข้าคนเดียว”

“แจจุง...”

“ถ้าไม่ทรงช่วยแจจุง ถ้าไม่ทรงมาก็ทรงไม่เป็นเช่นนี้ และ.. ถ้าแจจุงยอมยกโทษ ยอมพบฝ่าบาท ทุกอย่าง ฮึก ทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น”

“แจจุงมันไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลยนะ...อย่าโทษตัวเองสิ...เอาเถอะ.... ตอนนี้อย่างน้อยเจ้าควรจะจิบน้ำหรือกินอะไรรองท้องบ้าง เจ้านั่งอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วรู้หรือไม่”

“......”

“เจ้าควรจะนึกถึงลูกในท้องเจ้าบ้าง เจ้า...กำลังท้องนะ”


“ใช่สินะ ข้าท้อง ท้องลูกของฝ่าบาท โดยที่ฝ่าบาทยังไม่แม้แต่จะรู้สักนิด ฮึก ยุนโฮ...ได้โปรดเถอะ เช้าแล้วนะ ท่าน...ควรจะตื่นขึ้นมาได้แล้ว” และอีกครั้งที่น้ำตาไหลเป็นสาย หน้าขาวฉ่ำชื้นซบที่ฝ่ามือหนาซีด ฟื้นเถอะยุนโฮ ฟื้นขึ้นมา ยุนโฮ....








และแล้ว.. นิ้วเรียวที่สัมผัสแก้มใสที่ชื้นด้วยคราบน้ำก็กระดิกให้รู้สึก


ปากแห้งแตกก็ขยับพูด


ตาคมที่เคยหลับลึกก็เปิดออก














“แจจุง....เจ้า...อย่าร้องไห้”





...ตะวัน คู่กับจันทรา....

 



......................................................พระชายา..........................................................



 


ให้กำลังใจเค้านิดนึงง ก่อนไป entry ๑๐.๒ นะค๊าาาาา ^^


Comment

Comment:

Tweet

#10 By (119.76.22.175|119.76.22.175) on 2014-06-28 14:31

นึกว่าจะแอบหักมุม แต่อย่างงี้ดีแล้วเนอะ
กลับมาแบบเนี่ย ดีที่สุดแล้ว
ต่างคนต่างเจ็บทั้งคู่
ยุนแจอึดกันจริงๆcry
ไรเตอร์ก็อึดเหมือนกัน ฮ่าๆๆ
ใกลจบแล้วนี่ จะไปพาร์ทสุดท้ายล่ะนะ
ขอบคุณค่าา
big smile confused smile

#9 By Wan (171.7.110.17) on 2011-11-28 13:25

......TOT
จะยังไงก็เถอะ ยุน
แค่ฟิคเราก็ยังใจไม่ดีได้ :(

#8 By IngHO (103.1.164.8) on 2011-11-26 18:14

ฮืออออออ ไอ้หมีบ้าฟื้นแล้ว
ลุ่นตัวโก่งเลยอ้ะ กัวว่าจะไม่ฟื้น
แงงงงงง สงสารทั้งคุ่ไม่ไหวแล้วละ

#7 By L!pGlo$s* (171.4.76.238) on 2011-10-29 03:09

เย้ ในที่สุดแจจ๋าก็ยอมแล้ว TT
ในที่สุดยุนก็ฟื้นแล้ว ^^
หวังว่าหลังจากนี้ คงจะไม่มีอะไร
ที่จะมาพรากคนทั้งสองไปอีกนะ TT
ขอบคุณไรท์เตอร์มากๆเลยนะคะ !

#6 By Yundori on 2011-10-28 19:35

ฟื้นแล้วววว

น้ำตาซึมเลยอะ T^T

#5 By nut (124.120.119.16) on 2011-10-28 13:20

ตกใจหมด...นึกว่าจะตายซะแล้วsad smile ถึงจะสะใจที่ได้เอาคืนหมีแต่ถ้าหมีตายเค้าร้องไห้ตามแน่ๆ555+ ตามไปอ่านตอนจบก่อนcry

#4 By คนบ้า y on 2011-10-28 00:33

คนน้องเป็นบ้าคนพี่ดันมาตามฆ่า - -
ให้มันได้แบบนี้สิ จะคืนดีทั้งที
ถึงกับเลือกตกยางออก

#3 By Ying (124.120.20.14) on 2011-10-28 00:12

เย่~ มาต่อแล้วววววว
ท่านราชาทุ่มทุนสร้างจริง ๆ อิอิ
เกือบเอาชีวิตไม่รอดแหน่ะ
แต่...ก็ทำให้แจจ๋าเห็นในความรักความทุ่มเทนี่นา
ทน ๆ เอาหน่อยละกันนะท่านราชา

ปล. ขอบคุณไรท์เตอร์มาก ๆ คร่า มาต่ออย่างรวดเร็ว อิอิ

#2 By dumbojj (110.49.251.116) on 2011-10-28 00:08

อ่าาา..มาแล้วๆ
ยุนฟื้นมาแล้ววว คืนดีกันเหอะ
หมีมันสำนึกละ

ขอบคุณนะคร้า

#1 By Puxi (202.28.25.165) on 2011-10-28 00:02